หน้าแรก การเมือง โฆษกรัฐบาล สร...

โฆษกรัฐบาล สรุปภารกิจนายกฯ เยือนฝรั่งเศส เดินสายพบผู้นำ-นักลงทุน เปิดทางการค้าร่วมมือระยะยาว

26.05.26 | 17:43 น.

โฆษกรัฐบาล สรุปภารกิจนายกฯ เยือนฝรั่งเศส ปักหมุดไทยในยุโรป เดินสายพบผู้นำฝรั่งเศส-นักลงทุน-องค์กรระดับโลก เปิดทางการค้าความร่วมมือระยะยาว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ระหว่างวันที่ 22-26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงการเยือน แต่เป็น “working visit” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการปักหมุดประเทศไทยในยุโรป เปิดประตูโอกาสด้านการค้า การลงทุน พลังงาน วัฒนธรรม การศึกษา ความมั่นคง และความร่วมมือระยะยาวกับฝรั่งเศสและภูมิภาคยุโรป

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ตลอด 5 วันที่กรุงปารีส นายกฯ ได้ใช้ทุกเวทีผลักดันผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพบผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศ นักลงทุนฝรั่งเศส บริษัทชั้นนำ ผู้นำภาครัฐ และเอกอัครราชทูตไทยในยุโรปหลายประเทศ เพื่อส่งสัญญาณว่าไทยพร้อมกลับมาเป็นหุ้นส่วนสำคัญของยุโรปในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับตัว และห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังมองหาฐานการลงทุนที่มั่นคงในภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจฝรั่งเศส ซึ่งเห็นตรงกันว่าไทยมีศักยภาพในหลายอุตสาหกรรม มีทำเลเหมาะสมในฐานะประตูสู่อาเซียน มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม มีห่วงโซ่อุปทานแข็งแรง และมีกำลังคนรองรับการลงทุนใหม่

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การหารือกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) แสดงให้เห็นว่า ไทยเดินมาถูกทางด้านพลังงาน ทั้งการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่การหารือกับ UNESCO ได้ต่อยอดบทบาทไทยด้านวัฒนธรรม มรดกโลก การศึกษา และการท่องเที่ยวยั่งยืน

ส่วนการประชุมเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยประจำยุโรป 24 ประเทศ นายกฯได้มอบนโยบายให้ “ทีมไทยแลนด์ยุโรป” ทำงานเชิงรุก ผลักดัน FTA ไทย–สหภาพยุโรป ยกระดับมาตรฐานประเทศสู่ OECD และใช้เวทีระดับโลกที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ สร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อประเทศ

Advertisement

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในการพบ MEDEF International และนักลงทุนฝรั่งเศส 38 บริษัท นายกฯได้ประกาศว่า ไทยอยู่ในช่วงเวลาแห่งการลงทุน พร้อมเชิญชวนลงทุนใน EEC พลังงานสะอาด AI ดิจิทัล EV อุตสาหกรรมการบิน MRO เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมขั้นสูง ซึ่งฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฝรั่งเศสยื่นขอส่งเสริมการลงทุนเกือบ 100 โครงการ มูลค่ากว่า 725 ล้านยูโร

ขณะเดียวกัน บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส อาทิ Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, IN Groupe และ Thales ต่างแสดงความสนใจหรือเดินหน้าขยายความร่วมมือในไทย ทั้งด้านการบิน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) วัสดุขั้นสูง AI Glasses ระบบ Digital ID และความมั่นคงไซเบอร์

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า วาระสำคัญอีกช่วงหนึ่งของการเยือนครั้งนี้ คือการหารือระหว่างนายกฯกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ผ่านแผนปฏิบัติการร่วมปี 2026–2028 พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมมูลค่าสูง พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน AI Data Center และความมั่นคงไซเบอร์

ทั้งนี้ นายกฯได้ขอบคุณฝรั่งเศสที่สนับสนุนการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าเร่งสรุปให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะกรณีไทย-กัมพูชา โดยไทยยืนยันยึดหลักอธิปไตย สันติภาพ และกฎหมายสากล

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯได้กำชับหน่วยงานเศรษฐกิจ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รักษาแรงส่งที่กำลังเกิดขึ้น เร่งอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และติดตามข้อสนใจของนักลงทุนอย่างใกล้ชิด เพราะการลงทุนที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจ แต่หมายถึงการยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถ สร้างรายได้ และสร้างงานที่มีคุณภาพให้คนไทยในระยะยาว

“ภารกิจที่ฝรั่งเศสของนายกฯ และคณะไม่ใช่แค่การเยือน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของยุโรปอีกครั้ง นายกฯต้องการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าต่อทันที เปลี่ยนความสนใจให้เป็นการลงทุนจริง และให้ประโยชน์กลับมาถึงประเทศและคนไทยจริง ๆ” โฆษกรัฐบาล กล่าว