อนุทิน ถก 5 บิ๊กธุรกิจฝรั่งเศส ‘การบิน-ดิจิทัล-ไฮเทค-มั่นคง’ จีบให้มาลงทุน ‘แบตเตอรี่อีวี’ ร้านค้าแห่ร่วม ‘ไทยช่วยไทย’ 9.8แสนแห่ง-อีสานมากที่สุด
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ Le Cercle de l’Union Interallie กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกรทะรวงมหาดไทย และคณะบีโอไอ ได้พบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส 5 ราย เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในผู้นำยุโรปด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งในอุตสาหกรรมการบิน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ วัสดุขั้นสูงที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล การหารือครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการดึงทั้งเงินลงทุน
นายนฤตม์ กล่าวว่า รายแรก บริษัท Airbus Group SE (แอร์บัส กรุ๊ป เอสอี) เป็นผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป รายสอง บริษัท EssilorLuxottica (เอสซีลอร์ลูซอตติกา) กลุ่มบริษัทด้านเลนส์สายตาและแว่นตาอันดับหนึ่งของโลก ล่าสุด บริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนการผลิตแว่นตาอัจฉริยะหรือ AI Glasses ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการนำเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะผสานเข้ากับแว่นตาระดับไฮเอนด์ เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถบันทึกภาพ เสียง ฟังดนตรี หรือเชื่อมต่อกับผู้ช่วย AI รายสาม บริษัท Imerys S.A. (อิเมรีส์ เอส.เอ.) ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูง เป็นผู้ผลิตกราไฟต์และ Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นวัสดุขั้นสูงที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการผลิตขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ EV และระบบกักเก็บพลังงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง และรองรับการชาร์จความเร็วสูง โดยบริษัทถือเป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 50% ในการหารือครั้งนี้ นายกฯได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิต EV ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทในการขยายการลงทุน Conductive Carbon Black ซึ่งจะช่วยเสริมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและครบถ้วนยิ่งขึ้น พร้อมชี้ว่าไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง และระบบนิเวศอุตสาหกรรม EV ที่พร้อมรองรับผู้ผลิตวัสดุขั้นสูง
นายนฤตม์ กล่าวว่า รายสี่ บริษัท Thales Group (ทาเลสกรุ๊ป)ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีกลาโหม อวกาศ ความมั่นคงดิจิทัล และความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ซึ่งมีการให้บริการครอบคลุมระบบความมั่นคงไซเบอร์ ระบบป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยในการหารือครั้งนี้ Thales ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลไทย รายห้า บริษัท IN Groupe (ไอเอ็น กรุ๊ป)ผู้นำด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของฝรั่งเศส มีความเชี่ยวชาญด้านหนังสือเดินทาง บัตรประชาชนดิจิทัล ใบอนุญาตขับขี่ และระบบ Digital ID สำหรับภาครัฐ โดย IN Groupe ได้นำเสนอแนวทางร่วมมือกับไทยในการพัฒนาระบบ Digital ID รุ่นใหม่สำหรับภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์ทดสอบระบบ Secure ID สำหรับกลุ่มประเทศ CLMV และอาเซียน
รายงานข่าวแจ้งว่า ความคืบหน้าการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พบว่ายังคงมีประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ เวลา 16.00 น. พบว่าในส่วนของประชาชน มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 24,743,930 คน ทำให้มีจำนวนสิทธิคงเหลือ 5,256,070 คน
รายงานข่าวระบุว่า ขณะเดียวกัน ฝั่งร้านค้าก็มีการตอบรับโครงการอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 983,141 ราย แบ่งออกเป็นประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด คือ 550,847 ราย โดยการลงทะเบียนโครงการของร้านค้า ภาพรวมเชิงพื้นที่พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนร้านค้าลงทะเบียนสูงที่สุด 192,685 ราย คิดเป็น 19% ของทั้งประเทศ

