‘ฝ่ายค้าน’ จี้ทบทวนญัตติด่วนตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ 4 แสน ล. ‘มัลลิกา’ โยนวิป 2 ฝ่ายคุยให้เรียบร้อย ชี้มีช่องทางเลื่อนญัตติอยู่แล้ว ขณะที่ ปธ.วิป รบ.เหน็บฝ่ายค้านยื่นตีความเอง ไม่เช่นนั้นพิจารณาเสร็จไปแล้ว
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม หลังที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. … ในวาระ 1 เสร็จสิ้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นสอบถามกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ชี้แจงในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าว่าได้มอบให้คณะกรรมการพิจารณาว่าญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทราบว่ารองประธานคนที่หนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ จึงขอให้ชี้แจงว่าตกลงแล้วญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วนหรือไม่ ต่างจากญัตติแลนด์บริดจ์ที่ให้เป็นญัตติด่วนอย่างไร และในเมื่อข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากรัฐบาลได้เดินหน้าใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ไปแล้ว ท่านพร้อมจะทบทวนการวินิจฉัยญัตติดังกล่าวหรือไม่
น.ส.มัลลิกาชี้แจงว่า วันที่มีการเสนอญัตติ พ.ร.ก.กู้เงินเข้ามา สภาได้เสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ จึงต้องรอว่าจะมีการวินิจฉัยอย่างไร ซึ่ง ณ วันนั้น ครม.ยังไม่ได้ดำเนินโครงการใดๆ ทางคณะกรรมการให้ความเห็นว่ายังไม่ใช่เรื่องด่วน จึงต้องการรอคำวินิจฉัยดังกล่าวก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนญัตติแลนด์บริดจ์ไม่เหมือนกัน ถือว่าต่างกรรมต่างวาระ

ทำให้นายพริษฐ์ลุกขึ้นแย้งว่า ตนก็สันนิษฐานว่าเป็นเช่นนั้น เพราะตอนที่คณะกรรมการวินิจฉัยรัฐบาลยังไม่มีการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน แต่มาวันนี้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจริงอยู่ที่สภายังลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องรอ 60 วัน แต่รัฐบาลก็เดินหน้าใช้เงินไปแล้ว จึงเห็นว่าเป็นเหตุอันสมควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบการใช้เงิน ในเมื่อรัฐบาลไม่ได้รอคำวินิจฉัยของศาล คิดว่าสภาก็ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัย แต่ควรตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงิน จึงอยากถามว่าในเชิงขั้นตอนสามารถทบทวนได้หรือไม่ หากทบทวนแล้วมีการวินิจฉัยใหม่ว่าเป็นญัตติด่วนจะได้ไม่ต้องมาหารือกันระหว่างวิปฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะถือว่าเป็นญัตติด่วนที่เข้ามาต่อคิวญัตติแลนด์บริดจ์
น.ส.มัลลิกาชี้แจงว่า จากที่ฟังประธานสภาบอกว่าให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกัน และตัวญัตติสามารถเลื่อนขึ้นมาได้ จึงอยากให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกันก่อน ก็มีช่องทางในทางที่จะขอเลื่อนญัตติขึ้นมาได้ โดยเราก็เคยทำมาแล้ว ตนไม่อยากให้ฟันธงว่าประธานว่าอย่างไร แต่อยากให้ทำงานด้วยความประนีประนอมกัน
ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า หากจะให้หารือกันก็สามารถมาคุยกันได้ว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรในการนำญัตตินี้มาพิจารณาว่าเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ด่วนอย่างไร จริงๆ แล้วพวกตนต้องการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แต่ฝ่ายค้านก็ใช้สิทธิไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกตนไม่ได้อยากให้ไปยื่น เพราะคิดว่าหากได้พิจารณาป่านนี้ก็คงเสร็จไปแล้ว แต่เราก็เคารพสิทธิ เมื่อมีการไปยื่นศาลแล้ว หากคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนก็มาหารือกันว่าเราจะพิจารณากันแบบไหน แต่สิ่งที่รัฐบาลทำไปแล้วก็ไม่มีเรื่องไหนที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเมื่อ พ.ร.ก.ออกมาแล้วก็ถือว่าเป็นกฎหมาย รัฐบาลเดินหน้าได้

จากนั้น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ที่นายกรวีร์ระบุว่าตัว พ.ร.ก.ยังไม่มีการทำผิดกฎหมาย ซึ่งจริงๆ ได้เริ่มมีการทำผิดกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการอนุมัติโครงการที่เป็นโครงการต้องใช้งบประมาณตามปกติอยู่แล้ว ในส่วนของกองทุนประชารัฐที่มีการสอดไส้ ในการจ่ายเงิน 4 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2569 ที่เป็นสวัสดิการตามปกติ ซึ่งไม่เข้าวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ของ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ดังนั้น ต้องแจ้งว่าจำเป็นและเร่งด่วนมากจริงๆ หากประธานโอเค สามารถเสนอญัตติเลื่อนกันตอนนี้เลยก็ได้ ถ้าทางฝ่ายรัฐบาลพร้อม
ขณะที่นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนยื่นญัตติเรื่องตั้ง กมธ.พ.ร.ก.เงินกู้ น่าจะหลังจากการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญแล้ว หรือถ้าไม่นับญัตติของพรรคประชาชนก็มีพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติดังกล่าวหลังมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาแล้ว และคณะกรรมาธิการสามัญติดตามงบประมาณยังไม่มีการตั้งอนุขึ้นมาทำหน้าที่ ในการติดตามเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้เป็นการเฉพาะ จึงขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่วิปรัฐบาลชี้แจง อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่าเป็นความเห็นต่างเรื่องประเด็น พ.ร.ก.เงินกู้ เราควรจะใช้กลไกคณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นเรื่องที่ไม่ผิดปกติ ที่เราจะเสนอให้มีการตั้งกลไกวิสามัญขึ้นมาสำหรับเรื่องใหญ่ๆ เช่น พ.ร.ก.เงินกู้
“ถ้าลองถามเพื่อนสมาชิกจากพรรคท่าน ตอนที่มี พ.ร.ก.เงินกู้ สมัยโควิด ก็เห็นว่าเพื่อนสมาชิกท่านก็เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเช่นกัน เราก็ปฏิบัติไม่แตกต่างจากที่สภาแห่งนี้เคยทำในช่วงเวลานั้น” นายพริษฐ์กล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่เข้าชื่อเสนอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องแยกให้ออก เพราะขณะนี้เราพูด 3 เรื่องปนกัน 1.การพิจารณาตัวร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งประกาศไปแล้วว่าสภาจะเห็นชอบหรือไม่ 2.การเสนอญัตติเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการตรวสอบการใช้เงินกู้เป็นญัตติด่วนหรือไม่ และ 3.สมมุติมีการพิจารณาแล้วจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ อย่างที่ตนพูดไปแล้วเพราะหากวันนี้ประธานวินิจฉัยว่าไม่ใช่ญัตติด่วน แต่ฝ่ายรัฐบาลยอมให้เลื่อนขึ้นมาก็จะได้พิจารณา แม้ประธานวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วนก็จะมีคนอื่นเสนอเลื่อนญัตติอื่นขึ้นมา ทำให้ญัตติดังกล่าวก็จะไม่ได้พิจารณา ดังนั้น จึงอยากให้ทบทวนวินิจฉัยใหม่ เพราะข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถ้าจะกรุณาวินิจฉัยเป็นญัตติด่วน ส่วนจะได้พิจารณาหรือไม่ และได้ตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก็น่าจะให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกันน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม
ทำให้ น.ส.มัลลิกาวินิจฉัยว่า อย่างไรก็ต้องไปคุยกัน จึงอยากให้ทั้ง 2 ฝั่ง และตอนนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการร่วมแล้ว ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เวลามีอะไรก็คุยกัน จากนั้นปิดการประชุมในเวลา 17.56 น.


