ทำไมข้อเสนอจาก นายพิชัย รัตตกุล ในเรื่องพันธมิตรในแนวร่วม 4 พรรคการเมืองจึงไม่สำเร็จ
คำตอบเห็นได้จาก 2 ส่วน
ส่วน 1 มาจาก นายอลงกรณ์ พลบุตร ส่วน 1 มาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ยิ่ง นายวันชัย สอนศิริ ออกโรงยิ่ง”กระจ่าง”
ข้อเสนอของ นายพิชัย รัตตกุล ให้ผนึกตัวรวมพลัง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย จะสำเร็จได้อย่างไร
ในเมื่อ “เป้าหมาย” คือ ต้าน”พรรคทหาร”
เพราะในความเป็นจริง “ประชาธิปัตย์” ร่วมกับ “พรรคทหาร” มานานแล้ว
เพราะเป้าหมาย คือ “ระบอบทักษิณ”
เนื่องจากต้องการต่อต้าน“ระบอบทักษิณ”นั้นเองทำให้พรรคประชาธิปัตย์สามัคคีกับพลังไหนก็ได้
แม้กระทั่ง “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”
สัมผัสได้จากการเคลื่อนไหวนับแต่ปลายปี 2548 กระทั่งก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
และไม่แปลกที่จะส่ง”กำลัง” เข้าร่วมกับ “กปปส.”
ไม่เพียงแต่จะเป่า”นกหวีด”และเข้าสวมกอดกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หากแกนนำกปปส.ก็ล้วนแล้วแต่”ประชาธิปัตย์”
ก่อนนำไปสู่รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
การผนึกกำลัง 3 ประสานระหว่าง ประชาธิปัตย์ กปปส.และ คสช.จึงมิได้เป็นเรื่องใหม่
เพียงแต่รอจังหวะ เพียงแต่รอเวลา
ที่เคยมองกันว่า พรรคภูมิใจไทย ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็น “นอมินี” ให้กับคสช.นั้น อาจใช่
แต่แกนหลักอย่างแท้จริงเมื่อ 8 แกนนำกปปส.ผนึกตัวรวมพลังเข้าในพรรคประชาธิปัตย์
ก็ไม่มีข้อสงสัยอะไรอีก
“1 นายอภิสิทธิ์และพวกเป็นแกนนำในสภาสูง 2 นายสุเทพสู้ภาคประชาชน 3 พล.อ.ประยุทธ์ดูแลเรื่องความมั่นคง ถ้าทั้ง 3 ส่วนจับมือเป็น 1 จะต่อสู้กับระบอบทักษิณในระยะเปลี่ยนผ่านได้”
ชัดเจน แจ่มแจ้ง

