“สมชัย” ตั้ง 4 คำถามกลับปมรีเซต กกต. ชี้การออกกฎหมายแบบนี้เป็นไปตามหลักธรรมหรือไม่

4.06.17 | 10:38 น.

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีข้อเสนอให้เซตซีโร่ กกต.ทั้ง 5 คน มีเนื้อหาระบุว่า 4 คำถามจาก กกต. 1.การออกกฎหมายให้มีผลย้อนหลังในเชิงที่เป็นโทษ เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ การเขียนกฎหมายในลักษณะดังกล่าวเคยมีมาในอดีตหรือไม่ และจะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับสังคมนิติรัฐหรือไม่ 2.การกล่าวอ้างถึงตำแหน่งที่รับผิดชอบสูง จำเป็นต้องใช้คนที่มีคุณสมบัติสูง เลยต้องให้ออกทั้งคณะ ถามว่าในเมื่อคนเดิมจำนวนมากถึง 4 ใน 5 คน มีคุณสมบัติสูงครบถ้วน และผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้อง เหตุใดจึงต้องให้เขาออกด้วย

นายสมชัยระบุต่อว่า 3.รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้วาระการดำรงตำแหน่งของ กกต.เป็นไปแบบวาระเฉพาะตัว เช่นเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ ดังนั้นตลอดเวลาการดำรงตำแหน่งหากมี กกต.ออกด้วยเหตุต่างๆ เช่น ครบ 70 ปี ตาย ลาออก ถูกถอดถอน คนใหม่ที่เข้ามาก็อยู่ต่อ 7 ปี ไม่ใช่เท่าวาระของคนเดิม ดังนั้น สภาพปลาสองน้ำจึงเป็นสภาพที่เกิดขึ้นโดยข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว การอ้างว่าต้องรีเซตยกชุด เพราะหลีกเลี่ยงสภาพปลาสองน้ำ ควรออกมาจากปากผู้ร่างกฎหมายเองหรือไม่ และ 4.การกล่าวว่าการรีเซต กกต.ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานสำหรับองค์กรอิสระอื่นๆ ดังนั้น อาจจะออกกฎหมายให้กรรมการองค์กรอิสระอื่น และศาลรัฐธรรมนูญสามารถอยู่ต่อไปจนครบวาระ โดยไม่คำนึงถึงคุณสมบัติที่สูงขึ้น ตามรัฐธรรมนูญใหม่ แปลว่า องค์กรเหล่านี้มีความสำคัญในการปฏิรูปการเมือง “น้อยกว่า” คณะกรรมการเลือกตั้งใช่หรือไม่ จึงยกเว้นเรื่องคุณสมบัติสูงให้
นายสมชัยทิ้งท้ายว่า หากกรรมการองค์กรอิสระใดขาดความสามารถ บกพร่องจริยธรรม ขาดผลงานเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง รัฐธรรมนูญมีช่องทางในการให้บุคคลดังกล่าวออกจากตำแหน่งโดยไม่ยากอยู่แล้ว การออกกฎหมายใหม่ที่ขัดหลักนิติธรรม ขาดตรรกะในเชิงเหตุผล กล่าวอ้างแบบขาดภูมิปัญญา และไม่เป็นบรรทัดฐานที่ดี สำหรับสังคมที่ปกครองโดยนิติรัฐ ก็มิควรเกิดขึ้นในสังคมไทย