มติสภา ป้อง ชนนพัฒฐ์ ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ คดีเว็บพนัน เจ้าตัว ยัน หากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระญัตติด่วนเรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร
โดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ไม่ว่าจะเป็นหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมหรือหลักความเสมอภาค ล้วนยืนยันตรงกันว่า หากเป็นกรณีที่มีข้อเท็จจริงในสาระสำคัญแบบเดียวกัน ก็ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แต่หากข้อเท็จจริงมีรายละเอียดแตกต่างกัน ก็สามารถใช้ดุลพินิจที่แตกต่างกันได้ภายใต้หลักความเป็นธรรม โดยการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีตทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเคยมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันมาแล้ว
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า 2.สิ่งเรากำลังพิจารณาในขณะนี้ไม่ใช่เอกสิทธิ์หรือที่เรียกว่าสิทธิพิเศษ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 125 แต่ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 124 และไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ส.ส.ใช้เอกสิทธิ์เหนือกว่าบุคคลอื่น โดยในรัฐธรรมนูญ 2560 มีเจตจำนงที่บัญญัติไว้ว่าความคุ้มครองต้องมีเพื่อป้องกันเหตุอยู่ 3 ประการคือ 1.ไม่ให้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดๆ 2.จำเป็นต้องมีไว้เพื่อทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประชาชนนั้นไม่ถูกกระทบ และ 3.ต้องไม่ขัดขวางต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก ซึ่งการคุ้มกันไม่ใช่การคุ้มกันแบบเบ็ดเสร็จ แต่เป็นการคุ้มกันแบบมีเงื่อนไขว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นต้องเกิดขึ้นเฉพาะกรณีการถูกเรียกในคดีอาญา คดีแพ่งไม่นับ และการคุ้มกันต้องเกิดขึ้นเฉพาะในสมัยประชุม และมีเงื่อนไขว่าอาจถูกเพิกถอนได้หากเป็นกรณีที่สภาให้ความเห็นอนุญาต หรือเป็นกรณีที่มีการจับกุมขณะทำความผิด
นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ฉะนั้น ในกรณีเพื่อนสมาชิกที่เข้าข่ายการกระทำความผิดอาญา ต้องดูฐานความผิดและข้อเท็จจริงว่าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษทำหนังสือมาขอตัวบุคคลนี้ ข้อกล่าวหาคืออะไร หากท่านมองว่าข้อกล่าวหานั้นเกี่ยวข้องกับการเล่นพนัน มองว่าเทคนิคทางกฎหมาย เรามองว่าอาจจะไม่ใช่อาชญากรรมโดยแท้ แต่มันมีข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงกว่านั้น และไม่ว่าเพื่อนสมาชิกจะได้กระทำการตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า พรรคประชาชนมองไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะมีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างไร และเชื่อมั่นในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกประกาศด้วยตนเองว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังกล่าว พรรคประชาชนจึงเห็นด้วยกับการอนุญาตให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์เข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย หากเจ้าตัวแสดงเจตนาที่จะสละเอกสิทธิ์และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสภา
“นี่ควรเป็นบรรทัดฐานใหม่ของระบอบรัฐสภาไทย และพรรคประชาชนขอยืนยันว่า หากในอนาคตมีสมาชิกพรรคประชาชนคนใดถูกดำเนินคดีในข้อเท็จจริงลักษณะเดียวกัน พรรคก็จะสนับสนุนให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความถูกผิดเช่นเดียวกัน นี่คือจุดยืนของเรา” นายณัฐวุฒิกล่าว
ด้าน นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญยึดหลักสำคัญคือการแบ่งแยก อำนาจระหว่าง ฝ่ายบริหารฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกันและกันมิให้อำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อำนาจเกินขอบเขตจนอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและหลักนิติรัฐด้วยเหตุนี้รัฐธรรมนูทุกฉบับจึงได้บัญญัติเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครองของสมาชิกรัฐสภาไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ส.ส. ส.ว.สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจฝ่ายอื่น สำหรับกรณีของนายชนนพัฒฐ์ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่าในระหว่างสมัยประชุมห้ามมิให้จับคุมขังหรือหมายเรียกตัว ส.ส. ส.ว.ไปทำการสอบสวน ในฐานที่สมาชิกผู้นั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภา หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด
นางนันทนากล่าวต่อว่า หลักการดังกล่าวไม่ใช่เป็นการคุ้มกันสมาชิกให้อยู่เหนือกฎหมาย และไม่ใช่การยกเว้นกระบวนการยุติธรรมให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหากแต่เป็นหลักประกันทางรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติและรักษาความสมดุลย์แห่งอำนาจของประเทศ เพราะ ส.ส.และ ส.ว.มีหน้าที่สำคัญต่อประเทศ ทั้งการตรากฎหมาย ตรวจสอบฝ่ายบริหาร พิจารณางบประมาณ และเป็นตัวแทนประชาชนในการสะท้อนปัญหา หากพิจารณาข้อเท็จจริงพบว่าการประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 จะปิดในวันที่ 11 ก.ค. ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ถือเป็นช่วงสำคัญยิ่งของการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นหากมีการเรียกตัว ส.ส.ไปดำเนินการสอบสวนระหว่างสมัยประชุมย่อมอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปฏิบติหน้าที่
“ดังนั้นการที่สมาชิกพร้อมที่จะสละความคุ้มกันเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง นับเป็นเรื่องที่น่ายกย่องและเป็นบรรทัดฐานที่ดี แต่ในมิติของการพิจารณาหลักการระดับสถาบัน เราต้องระมัดระวังไม่ให้การอนุมัติส่งตัวกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำลายหลักประกันทางรัฐธรรมนูญในระยะยาวเพราะเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมแล้วกระบวนการยุติธรรมและการดำเนินการตามกฏหมายก็ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ การไม่ส่งตัว ส.ส.จึงไม่ใช่การตัดสิทธิหรือขัดขวางกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด เป็นเพียงการคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในช่วงเวลาที่รัฐธรรมนูญรองรับไว้เท่านั้น และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของบุคคล ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของหลักการตามรัฐธรรมนูญและการคุ้มครองสถาบันนิติบัญญัติ ยืนยันว่าการคุ้มครองสมาชิกมิใช่เพื่อหลบหลีกคดีของสมาชิกคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นอิสระและบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ” นางนันทากล่าว
จากนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมอภิปรายว่า พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีมติร่วมกันว่าจะขอฟังการอภิปรายก่อน เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ดังกล่าวนี้ไม่ใช่เอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด เพราะในกรณีที่หมายเรียกตัวสมาชิกจะต้องได้รับอนุญาตจากสภาก่อน แปลว่าเอกสิทธิ์นี้ ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกสภานี้ใช้ดุลพินิจว่าสมควรที่จะอนุญาตให้สมาชิกผู้นั้นถูกหมายเรียกตัวไปหรือไม่ ซึ่งแตกต่างจากมาตรา 124 เรื่องการกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมของ ส.ส. ที่ระบุไว้ว่าถือเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะไปฟ้องร้องไม่ได้ ดังนั้นเราต้องใช้ดุลพินิจ
นายสาทิตย์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พูดคุยเรื่องนี้โดยละเอียด เข้าใจดีว่าเอกสิทธิ์ที่มีไว้ตามมาตรานี้ เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฟากฝั่งฝ่ายบริหาร หรือรัฐบาล ที่กระทำต่อสมาชิก โดยเฉพาะฝ่ายค้านอยู่ตรงข้ามรัฐบาล แต่เหตุที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ทางเหตุแห่งคดี และคดีมีเหตุการณ์ และคดีเกิดขึ้นก่อนที่จะการเลือกตั้ง ในเดือน ก.พ.ปี 2569 ดังนั้น เหตุเริ่มต้นแห่งคดี และคดีที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นก่อนและยังไม่เห็นว่ามีการเกิดการกลั่นแกล้งใดๆ จากฝ่ายบริหารต่อสมาชิกคนดังกล่าว ก็เป็นการดำเนินคดีไปตามกระบวนการของกระบวนการยุติธรรมเมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องพิจารณาต่อไปได้ว่าหากไม่มีกระบวนการกลั่นแกล้งแล้วควรอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ไปดำเนินคดี ซึ่งต้องนำประเด็นมาพิจารณาด้วย คือเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุหรือคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดกฎหมาย ที่มักจะถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการที่มีพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เมื่อไม่มีเหตุที่เห็นว่าถูกกลั่นแกล้ง และคดีนี้สัมพันธ์กับเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎร หากตัดสินใจในทางไม่อนุญาตอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายการเมืองในสภาว่าที่สุดแล้ว คดีร้ายแรงขนาดนี้ สภายังปกป้องกันเอง การกระทบภาพลักษณ์นี้อาจไม่เกิดขึ้นต่อประเทศไทยเท่านั้น แต่อาจเกี่ยวพันกับสายตาของชาวโลกต่อสภาแห่งนี้ จึงต้องตัดสินใจ
นายสาทิตย์กล่าวว่า นายชนนพัฒฐ์ได้แถลงข่าวชัดเจนว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดการดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมที่กำหนดเอาไว้ โดยไม่คิดจะใช้เอกสิทธิ์ใดๆ คุ้มครอง ด้วยเหตุดังกล่าวนี้พรรคประชาธิปัตย์จึงอาศัยการที่เพื่อนสมาชิกได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วประกอบกับเอกสิทธิ์นี้ ไม่ใช่เอกสิทธิ์เด็ดขาดต้องใช้ดุลพินิจเพื่อปกป้องเกียรติภูมิการทำหน้าที่ของนักการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและภาพพจน์ของประเทศไทยโดยรวมจึงมีมติร่วมกันที่จะอนุญาตให้ส่งตัวเพื่อสมาชิกไปดำเนินคดีตามหมายเรียก
ต่อมา นายชนนพัฒฐ์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ทุกคำแนะนำและคำติ ตัวผมตั้งใจรับฟังคำติทุกท่าน พร้อมที่จะรับถึงการโหวตในวันนี้ ตนเป็นคนหนึ่งที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันกับเพื่อนสมาชิกที่ขึ้นคัดค้านว่าพร้อม และยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการ แต่ก็ยังคงต้องยึดหลักการ เพราะการเข้าสู่กระบวนการ หากปิดสมัยประชุม ตนหลีกหนีไม่พ้น ยันว่า ตนพร้อม แต่หลักการการเป็นสมาชิกสภาต้องยึดประเด็นนี้
จากนั้นที่ประชุมลงมติไม่อนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกให้นายชนนพัฒฐ์มารับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุมด้วยคะแนน 308 ขณะที่อนุญาตให้ส่งตัวด้วยคะแนน 126 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 3
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

