โสภณ บรรจุวาระพิจารณาร่างแก้ไข รธน.เข้าวาระแรก 7-8 กค.นี้ รัฐสภาถก 6 ร่าง 4 พรรค
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ว่า ขณะนี้ตนได้รับร่างจากหลายพรรคการเมืองแล้ว และได้บรรจุเข้าวาระทั้งหมด ซึ่งจากการพูดคุยกับวิป 3 ฝ่าย คาดว่าจะนำเข้าสู่วาระที่ประชุมในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ เพื่อประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณารับหลักการในวาระที่ 1
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการหลังจากโหวตวาระที่ 1 จะนานหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เนื่องจาก รธน.เป็นกฎหมายสำคัญ ซึ่งโดยปกติจะใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงหวังว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะปรึกษาและหารือกันอย่างเร็ว ไม่ล่าช้า เพราะกระบวนการตาม รธน.ยังมีอีกมาก เนื่องจากหลายฝ่ายจับตาว่า รธน.ฉบับใหม่ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ทั้งนี้ หาก กมธ.พิจารณาได้เร็ว ขั้นตอนทุกอย่างก็จะรวดเร็ว
เมื่อถามถึงบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีการกล่าวหาถึงระบอบสีน้ำเงิน นายโสภณ กล่าวว่า อยู่ที่การหารือ ตนเชื่อว่าประชาชนออกเสียงประชามติว่าอยากเห็นการแก้ไข รธน. เชื่อว่าทุกฝ่ายจะรับฟังเสียงนั้น ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไร ก็เป็นอีกเรื่อง ไม่ว่าหน้าตาของ รธน.จะเป็นอย่างไร อยู่ที่การพูดคุย แต่เชื่อว่า ต้องมีการเคารพเสียงของประชาชนอย่างแน่นอน
เมื่อถามย้ำว่า การกล่าวหาเรื่องระบอบสีน้ำเงินจะไม่เป็นประเด็นปัญหาใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า อย่าว่าโจมตี เพราะเป็นแค่การพูดให้ความเห็น บางครั้งอาจกระทบกระทั่งกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย
“จริงๆ เรื่องสีว่ากันมานานแล้ว แต่เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้ สีอะไรก็ไม่เป็นอุปสรรคหรอก ถ้าไม่ยึดติด เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ ยังกล่าวในฐานะแกนนำพรรค ภท. ถึงกรณีที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ และคณะได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ และมีการกล่าวอ้างว่า เป็นบทสนทนาของอธิบดีกรมการปกครอง โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ว่า ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างแก้ไข รธน.มีทั้งสิ้น 6 ฉบับ จาก 4 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 1 ฉบับ พรรคเพื่อไทย (พท.) 1 ฉบับ พรรคประชาชน (ปชน.) 2 ฉบับ และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 2 ฉบับ

