หน้าแรก การเมือง อนุทิน ชวนจับ...

อนุทิน ชวนจับจ่ายไทยช่วยไทยพลัส วันแรกแห่ใช้คึกคัก 3.8 ล้านสิทธิ ยอดทะลุ 800 ล้าน

2.06.26 | 06:10 น.

‘อนุทิน’ ชวนจับจ่ายไทยช่วยไทยพลัส 60/40 วันแรกแห่ใช้คึกคัก 3.8 ล้านสิทธิ ยอดทะลุ 800 ล. ‘เอกนิติ’ ปลื้มช่วยลดค่าครองชีพปชช.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน วันแรกการเปิดใช้งานโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นโครงการของรัฐบาล เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส เริ่มให้ประชาชน และร้านค้าได้ใช้สิทธิเป็นวันแรกในวันเดียวกันนี้ โดยมีข้อความระบุว่า “ไทยช่วยไทยพลัสเริ่มแล้ว อย่าลืมออกไปจับจ่ายใช้สอยกันตามส่วน60/40นะครับ”

ที่ตลาดสดธนบุรี กรุงเทพมหานคร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสในวันแรกว่า ตั้งใจมาพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินตลาด เพื่อรับฟังความคิดเห็นและติดตามผลการดำเนินโครงการ โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือและลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตสินค้าแพงอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง โครงการนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เน้นการแก้ปัญหาปากท้องและช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบของโครงการ รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% รัฐจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อรวม 333.33 บาทต่อวัน จำกัดสิทธิ์การช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการในกลุ่มนี้ประมาณ 26.05 ล้านคน กว่า 60% เป็นกลุ่มคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือน ด้านผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.05 ล้านร้านค้า โครงการนี้สงวนสิทธิ์เฉพาะร้านค้ารายย่อยและไม่เปิดให้กลุ่มห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ (Modern Trade) เข้าร่วม เพื่อต้องการช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งร้านค้าใหม่ที่สนใจยังสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและถุงเงิน เป็นรูปแบบดิจิทัล 100% จึงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยภาพรวมการใช้จ่ายในเช้าวันแรก

Advertisement

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 พบว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบแล้ว 170 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิจำนวน 890,000 คน และมีร้านค้าที่ได้รับเงินจากโครงการแล้วกว่า 200,000 ร้านค้า

กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น. ว่า ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 26.5 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-50 ปี เป็นกลุ่มวัยทำงาน เมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาดังกล่าว พบว่ามีประชาชนนำสิทธิไปใช้จ่ายจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว 3,828,488 คน ขณะเดียวกันฝั่งผู้ประกอบการร้านค้าเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ก็พร้อมรองรับกำลังซื้ออย่างคึกคัก ยอดรวมของร้านค้าลงทะเบียนเสร็จสิ้นและกดสิทธิ์ยอมรับเงื่อนไข (T&C) พร้อมให้บริการแล้ว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 865,524 ร้านค้า ประกอบไปด้วยร้านค้าเดิมจำนวน 792,777 ร้านค้า และร้านค้าใหม่อีก 72,747 ร้านค้า นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ กลุ่มอยู่ระหว่างรอการกดรับเงื่อนไข T&C 188,350 ร้านค้า ร้านค้าใหม่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 3,625 ร้านค้า มีร้านค้าสร้างยอดขายสำเร็จในระบบไปแล้ว 474,257 ร้านค้า การหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบแบ่งเป็นสัดส่วนตามเงื่อนไขการร่วมจ่าย (Co-payment) มียอดใช้จ่ายรวมสะสม 797.82 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายผ่านรูปแบบร้านค้าปกติทั้งหมด เนื่องจากระบบการสั่งอาหารและสินค้าผ่านช่องทาง Food Delivery Platform กำหนดเริ่มเปิดให้เปิดใช้งานวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เมื่อจำแนกตามสัดส่วนการจ่ายเงิน พบว่าเป็นเม็ดเงินสนับสนุนจากฝั่งภาครัฐบาลร่วมจ่าย 463.61 ล้านบาท เป็นส่วนภาคประชาชนอีก 334.21 ล้านบาท