หน้าแรก การเมือง จับตาครม. ถกเ...

จับตาครม. ถกเกณฑ์ลงทะเบียนใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชงโอนสิทธิบริหารรถไฟฟ้าทุกสาย ให้รฟม.

2.06.26 | 10:25 น.

จับตา ครม. เคาะเกณฑ์ลงทะเบียนใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ส่วนคนไม่ผ่านเกณฑ์ ได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส ด้านคมนาคมชงหลักการโอนสิทธิบริหารรถไฟฟ้าทุกสาย-สี ให้ รฟม.คุม

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เตรียมเป็นประะธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนประชุม คณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำคณะ และผู้แทน Pride City Network เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์สร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม เนื่องในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจ Pride Month และการสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030

สำหรับการประชุม ครม.สัปดาห์นี้ มีวาระที่คาดว่าจะนำเข้าหารือ ดังนี้

– กระทรวงคมนาคม เสนอ ครม.รับทราบ หลักการโอนสิทธิบริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

– กระทรวงการคลัง จะเสนอ ครม.พิจารณาเกณฑ์ลงทะเบียนใหม่ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ที่มี 13.2 ล้านคน ซึ่งการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบสิทธิ คาดว่าจะดำเนินการทบทวนสิทธิและคัดกรองให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อให้เหลือเพียงกลุ่มผู้ที่มีฐานะยากจนและต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ซึ่งกลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟนน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

ดังนั้น ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการที่ผ่านเกณฑ์ใหม่ (มิ.ย.-ก.ค.) จะได้รับสิทธิต่อใน 2 เดือนหลัง (ส.ค.-ก.ย.) ส่วนคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือก จะมาได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แทน

Advertisement

วาระเพื่อพิจารณา
1.กระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่างปฏิญญาร่วมทางการเมืองมาดริดว่าด้วยการสร้างสังคมที่มีสันติภาพ และเป็นประชาธิปไตยผ่านความเท่าเทียมระหว่างเพศ สิทธิมนุษยชน และนโยบายต่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนสิทธิสตรี

2.กระทรวงพาณิชย์ เสนอร่างพิธีสารว่าด้วยการเจรจาทวิภาคีด้านสินค้าและบริการระหว่างไทยกับเอธิโอเปียเพื่อการภาคยานุวัติเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกของเอธิโอเปีย

3.กระทรวงพาณิชย์ เสนอพิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (Second Protocol to Amend the ASEAN Trade in Goods Agreement)

4.กระทรวงพาณิชย์ เสนอการเข้าเป็นภาคีความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA)

5.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอการแต่งตั้ง National Authority/National Focal Point ของกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (FRLD) และการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนามสำหรับกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

6.ทส.เสนอการลงนามในเอกสาร Project Document ของโครงการ Integrated Forest Landscape Management for Strengthening the North-eastern and Eastern Forest Corridors (IFLMS-NE&E)

7.สทนช.เสนอขอความเห็นชอบโครงการ Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok River Basin

8.กระทรวงคมนาคม เสนอการโอนเงินหรือสินทรัพย์ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ย FIDF1 และ FIDF3

9.กระทรวงคลัง เสนอโครงการสลากการกุศลเพิ่มเติม

วาระเพื่อทราบ
1.กต.เสนอการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟีจี ประจำประเทศไทย (นายเอทูเอนี กีโอเลเล)

2.กต.เสนอการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโอเรียนทัลอุรุกวัย ประจำประเทศไทย (นายดิเอโก เปลูโฟ อาโกสตา อี ลารา)

3.กต.เสนอการปรับเขตอาณาให้มอลตาดูแลประเทศไทย และแต่งตั้งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐมอลตาประจำประเทศไทย (นายอีวาน มิฟซูด)

4.กต.เสนอการเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์และแต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐกัวเตมาลา ณ จังหวัดภูเก็ต (นายขวัญชัย อัศววงษ์สันติ)

5.กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

6.กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 60 ปี ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย

7.กระทรวงการคลัง เสนอรายงานสัดส่วนหนี้สาธารณะตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569

8.คมนาคม เสนอรายงานผลการตรวจสอบรับรองงบการเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สิ้นสุด 30 กันยายน 2568

9.สลค.เสนอรายงานสถานภาพร่างกฎหมาย สถานะ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569

ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยก่อนการประชุม ครม.ว่า กระทรวงการคลังจะเสนอพิจารณาเกณฑ์ลงทะเบียนใหม่ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มี 13.2 ล้านคน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีจะเชิญหารือเรื่องงบประมาณปี 2570