‘ส.ว.พันธุ์ใหม่’ ชงแก้ ม.256 เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จ่อขอแรงหนุน ‘ปชน.-ปชป.-พท.’

2.06.26 | 12:24 น.

‘ส.ว.พันธุ์ใหม่’ จ่อหารือ ‘ปชน.-ปชป.-พท.’ ขอเสียงหนุนร่างแก้ไข ม.256 ผุด 2 องค์กร ทำ รธน.ใหม่ พร้อมวางหลักการให้ ปชช. มีส่วนร่วมทุกกระบวนการ-ถ่ายทอดสดการประชุม-ตัดอำนาจ ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ บอก ภาค ปชช.เตรียมล่า 5 หมื่นชื่อ เสนอแก้ไข ม.256 ขอ ‘โสภณ’ ให้รอด้วย

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แถลงว่า ตนพร้อมกลุ่ม ส.ว. อาทิ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง ได้ร่วมยกร่างเนื้อหาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเตรียมยื่นต่อรัฐสภา ทั้งนี้ร่างดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วม โปร่งใสและตรวจสอบถ่วงดุล เพราะตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ดีไม่ใช่มีเพียงเนื้อหาที่ดี แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันและเกิดจากกระบวนการที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม สำหรับเนื้อหากำหนดให้มี สภารับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาจากการเลือกตั้ง 200 คน แบ่งเป็น เลือกตั้งแบบแบ่งเขตโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน 100 คน และเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลที่เชี่ยวชาญหรือมีข้อเสนอเชิงนโยบายรวมกลุ่มกัน จำนวน 100 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน กำกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ และเชื่อมโยงของประชาชนเข้าสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า ให้มีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 35 คนมาจากการสรรหาของรัฐสภาผ่านกระบวนการเปิดรับสมัครและกลั่นกรองคุณสมบัติ ที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภารับฟังความคิดเห็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไม่สามารถเข้ารับการสรรหาได้ ขณะที่หน้าที่ของ กมธ.ยกร่าง ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำความคิดเห็นของประชาชนมาพิจารณาในทุกประเด็น หากไม่รับข้อเสนอใดไปบรรจุต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน

“นอกจากนั้นตัวร่างกำหนดให้ต้องรายงานความคืบหน้าของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการยกร่างต่อที่ประชุมรัฐสภาทุกๆ 60 วัน และเปิดเผยขั้นตอนให้ตรวจสอบได้ ทั้งถ่ายทอดสดการประชุม เปิดเผยรายงานประชุม เผยแพร่เอกสาร เปิดระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายมาตรา เพื่อให้ประชาชนติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา” นายนรเศรษฐ์กล่าว

นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องส่งให้รัฐสภาอภิปรายและให้ข้อสังเกต แต่ไม่มีอำนาจแก้ไขเนื้อหา เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงเนื้อหา จากนั้นให้ส่งความเห็นข้อสังเกตให้ กมธ.ยกร่างไปปรับปรุงเนื้อหา จากนั้นส่งให้สภารับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนขั้นตอนสุดท้าย คือให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ

Advertisement

นายนรเศรษฐ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ตนมองว่าการเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ผ่านการเลือกตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการ และประชาชนสามารถให้ความเห็น ตรวจสอบกระบวนการได้ จะเพิ่มความเชื่อมั่น เชื่อใจในกระบวนการที่จะเป็นหัวใจสำคัญต่อการตัดสินใจว่าประชาชนจะเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“ผมได้ประสานไปยังตัวแต่ละพรรคการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยเพื่อนำเสนอหลักการและขอเสียงสนับสนุน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งต้องใช้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อประมาณ 140 คน โดยขณะนี้มี ส.ว.ที่ร่วมสนับสนุนร่างแล้ว 10 คน ทั้งนี้ ยอมรับว่าไม่ง่ายที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกรัฐสภาได้ แต่ผมมองว่าแม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะมีข้อแตกต่างกัน แต่ควรได้รับโอกาสให้ได้เข้าไปนำเสนอหลักการในรัฐสภาและใน กมธ.ด้วย” นายนรเศรษฐ์กล่าว

ขณะที่นายเทวฤทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีภาคประชาชนเตรียมล่ารายชื่อ 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจใช้เวลา ดังนั้น ตนขอเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภารอภาคประชาชน เพื่อลดครหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง