หน้าแรก การเมือง โฆษกกลาโหม โต...

โฆษกกลาโหม โต้กัมพูชา กล่าวหารุกล้ำอธิปไตย ยัน สร้างพระพุทธรูปในเขตไทย

2.06.26 | 12:40 น.

โฆษกกลาโหม ซัด “กัมพูชา” กล่าวหาไทยรุกอธิปไตยสร้างพระพุทธรูป หลังจุดกระแสรักชาติ กลบปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจในประเทศตัวเอง ยัน สร้างในเขตไทย

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ยื่นหนังสือประท้วงอ้างไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ก่อสร้างพระพุทธรูปอย่างน้อย 36 องค์ หลายพื้นที่จังหวัดพระวิหาร และ อุดรมีชัย ติดตั้งเสาธง 2 ต้น ในจังหวัดพระวิหาร หลังการหยุดยิง เมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ว่า กำลังตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจนจากองทัพบก แต่ขอยืนยันว่า การดำเนินการใดๆในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม หรือ joint statement ที่ทำร่วมกับกัมพูชาทุกประการ และไทยไม่เคยละเมิด หรือทำผิดข้อตกลง ทั้งการวางกำลังทหาร วางแนวลวดหนาม และตู้คอนเทนเนอร์ ก็เป็นไปตามข้อตกลง หลังหยุดยิงอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น โดยไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการเจรจาเขตแดน

พร้อมย้ำว่า การประท้วงของกัมพูชาเป็นการสร้างภาพ และมีนัยยะทางการเมือง เพื่อหวังสร้างกระแสกดดันให้ไทยเปิดการเจรจาในระดับต่างๆ เร็วขึ้น หลังจากไทยได้จัดการเลือกตั้งและมีรัฐบาลเรียบร้อยมาระยะหนึ่งแล้ว รวมทั้งกัมพูชาก็น่าจะพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการสร้างกระแสรักชาติ ซึ่งเป็นวิธีการรูปแบบเดิมเมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในประเทศ กัมพูขาก็มักจะสร้างกระแสรักชาติขึ้นมากลบ แต่ขอยืนยันว่า นโยบายของฝ่ายไทยยังไม่พร้อมเจรจา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็พูดชัดเจนว่าหากกัมพูชายังมีการยั่วยุก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมีการเจรจา เนื่องจากบรรยากาศไม่เอื้ออำนวย

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การสร้างพระพุทธรูปในพื้นที่ชายแดนไทยอยู่ในเขตอธิปไตยไทยอย่างแน่นอน ซึ่งมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีทางที่ไทยจะไปรุกล้ำหรือสร้างพระพุทธรูปในพื้นที่กัมพูชา รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญกำลังใจ เช่น การสร้างพระนาคปรก ในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของกัมพูชาในหลายกรณีช่วงนี้ เพราะหน่วยงานในส่วนต่างๆของกัมพูชา พยายามแสดงบทบาทของตนเองให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็น สะท้อนว่าเป็นช่วงที่กัมพูชาพยายามสร้างกระแสทางการเมือง