‘รักชนก’ แนะ ‘ไชยชนก’ พักโครงการ TH-AI Passport ขู่ฟ้อง ป.ป.ช.หากลุยต่อ ชี้ TOR เอื้อประโยชน์กลุ่มคนสนิทในรัฐบาล-ล็อกสเป็ก เตรียมเรียกให้ข้อมูล กมธ.ติดตามงบฯ 18 มิ.ย.นี้ หวังเจ้าตัวเข้าแจงหากยืนยันทุกอย่างโปร่งใส
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงานประกันสังคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทว่า คาดหวังอยากให้นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พับโครงการนี้ไปก่อน ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ชนะโครงการ แต่คุ้มค่าที่จะรักษาผลประโยชน์ก้อนใหญ่ให้กับประชาชนได้ จึงขอให้พักโครงการนี้โดยเร่งด่วน ซึ่งตัวนายไชยชนกมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการเปิดลงทะเบียนเกิดขึ้น กรรมาธิการติดตามงบซึ่งได้เชิญนายไชยชนก ปลัดดีอี ผู้บริหารกองทุนดีอี คณะยกร่าง tor ส.ต.ง. ป.ป.ช. กรมบัญชีกลาง มาให้ข้อมูลในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ก็จะรู้ว่าตัวเลขควรลงทะเบียนเป็นอย่างไร
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า ถ้าตัวเลขลงทะเบียนน้อยและมีปัญหาการใช้งานก็เป็นหลักฐานครบถ้วน ที่จะยื่น ป.ป.ช.ในชั้นสืบสวนสอบสวนต่อไปได้ จึงหวังว่านายไชยชนกที่ยืดอกบอกทุกเวทีว่าพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อกังวลนั้น ท่านจะมาชี้แจงในกรรมาธิการด้วย หากไม่มาก็ต้องฝากสื่อมวลชนไปถามด้วยว่าท่านกลัวอะไร จริงๆ เราพร้อมเป็นเวทีให้ท่านได้ชี้แจง ประชาชนพร้อมรับฟังและให้การสนับสนุน
“ขอให้นายไชยชนกพักโครงการนี้เสียเถอะ ถ้าไม่อยากมีคดีความอยู่ใน ป.ป.ช. หรือให้ชื่อเสียงป่นปี้ไปมากกว่านี้ แล้วไปทบทวนให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ ปิดช่องว่างช่องโหวตแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็น TOR ที่เสมือนล็อกสเปกให้คนคนเดียว ที่พอเช็กแล้ว เชื่อมโยงไปแล้วก็ได้รับโครงการภาครัฐจากรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยอยู่เรื่อยๆ ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นข้อใหญ่ที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ” น.ส.รักชนกกล่าว
ขณะที่นายธีระชาติ ก่อตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า หากเราไม่ทำโครงการนี้จะสามารถนำงบประมาณดังกล่าวไปทำโครงการอื่นๆ ได้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาเรามี Start Up Thailand 4.0 แต่ภาครัฐไม่เคยสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนดิจิทัลไม่ใช่สนับสนุนแค่ดิจิทัลเท่านั้น แต่ต้องจับคู่กับอุตสาหกรรมอื่นที่เป็นเป้าหมาย เช่น เกษตร สุขภาพ ท่องเที่ยว สามารถทำให้ยั่งยืนกว่านี้ได้โดยการเปลี่ยนงบประมาณตรงนี้ เช่น สิงคโปร์ที่ทำไว้เป็นตัวอย่าง เขาไม่ได้ซื้อแล้วหมดไป แต่เริ่มตั้งศูนย์สร้างคน ทั้งหมดนี้ AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่คนที่ใช้เครื่องมือไม่ว่าจะทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลงก็อยู่ที่คนใช้
นายธีระชาติกล่าวด้วยว่า จุดหลักของเกมนี้ต้องกลับมาดูว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นเราจะเซ็ตบาร์ของสังคมว่าคนประสบความสำเร็จในสังคม หลังจากนี้คือคนที่แข่งขันได้จริงหรือเป็นคนที่รู้จักใคร อดีตเราจะพูดว่ากินอิฐ หิน ปูน ทราย ต่างๆ แต่คนรุ่นนี้อาจจะพูดว่ากินแอพพลิเคชั่นแทนอิฐหินปูนทรายก็ได้ ดังนั้น จึงขอฝากตรงนี้ว่าหากเปลี่ยนได้ยั่งยืนกว่านี้ก็จะทำให้ผลลัพธ์ดีกว่านี้

