กองทัพบก ย้ำความจริงแนวชายแดน ไทย-เขมร ขอให้มั่นใจทหารไทยปฏิบัติหน้าที่มืออาชีพ วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อคลิปยั่วยุ แจงปมกัมพูชาประท้วง ยันสร้างพระพุทธรูป-ปักธงชาติ-ล้อมลวดหนาม ทำในเขตอธิปไตยไทย เพื่อความปลอดภัย-ขวัญกำลังใจ พร้อมเผยเหตุทหารกัมพูชา พยายามขัดขวางการวางลวดหนามบริเวณพื้นที่ช่องบก ยืนยันไทยปฏิบัติภายในแนวการวางกำลังตามถ้อยแถลงร่วม ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว หลังฝ่ายกัมพูชาถอยออกจากพื้นที่
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 แหล่งข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธเข้าประชิดเจ้าหน้าที่ทหารไทย ระหว่างปฏิบัติภารกิจบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยมีการโต้เถียงและส่งเสียงดังใส่กัน จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
แหล่งข่าวจากกองทัพบก ระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของฝั่งกัมพูชา พร้อมข้อความในลักษณะแสดงศักยภาพและความกล้าของกำลังพล
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุพิกัดหรือรายละเอียดของพื้นที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นพื้นที่บริเวณช่องบก ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีลักษณะนี้แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยและอยู่ร่วมกันได้

ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์ของไทย มีการแชร์คลิปดังกล่าวและแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งในเชิงสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย และแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าว ระบุอีกว่า กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่จะยึดกฎการปะทะเพื่อป้องกันตนเองเป็นหลัก ก่อนดำเนินการตามแนวทางของหน่วยเหนือ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวจากทางราชการที่น่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณในการรับชมสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า การเผยแพร่คลิปหรือข้อมูลบางส่วนในโลกออนไลน์ อาจส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชน จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนแชร์หรือแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แหล่งข่าว ยังระบุอีกว่า มีความพยายามสร้างกระแสจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทราบดีว่าคนไทยมีความรักชาติ จึงมีการเผยแพร่เนื้อหาหรือคลิปเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนไทย ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยบางส่วนก็นำเนื้อหาดังกล่าวมาขยายต่อ จนกลายเป็นกระแสและทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจหรือวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ขวัญ และกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่

แหล่งข่าว ระบุเพิ่มเติมว่า ทหารทุกนายตระหนักดีว่าการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติจำเป็นต้องยึดกฎการปะทะ ข้อสั่งการ และข้อตกลงที่มีต่อกันในทุกระดับ การตอบโต้ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมอาจไม่สามารถตอบสนองต่อผลประโยชน์ของชาติในอนาคต
พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และไม่หลงไปตามกระแสยั่วยุ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่จริงไม่ได้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น อย่างที่เผยแพร่ในคลิป ซึ่งเป็นการเผยแพร่เพียงช่วงเดียว แต่พอหลังจากหลังจากนั้น ทางฝั่งกัมพูชา ก็ถอยกลับที่ฐานเหมือนเดิม
นอกจากนี้ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยังได้กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชายื่นหนังสือประท้วงต่อไทย โดยกล่าวอ้างว่ามีการจัดสร้างพระพุทธรูป ติดตั้งธงชาติ สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการวางลวดหนาม ว่า ในการจัดสร้างพระพุทธรูปและการติดตั้งธงชาติไทย เป็นการดำเนินการภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยและการควบคุมดูแลของฝ่ายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องภายในเขตพื้นที่ของไทย โดยกองทัพบกยังคงยึดมั่นตามถ้อยแถลงร่วมในการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน
สำหรับการวางลวดหนามในพื้นที่บริเวณช่องบก เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดำเนินการภายในเขตอธิปไตยและพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ลดโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างกำลังของทั้งสองฝ่าย ป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด โดยสอดคล้องกับแนวทางการลดการเผชิญหน้าและการรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

กองทัพบก ขอยืนยันในการดำรงการปฏิบัติทั้งปวง เพื่อรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยยึดถือปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง หรือ Joint statement ระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อ 27 ธ.ค. 68 อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ พล.ต.วินธัย ยังได้เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันนี้ กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจและปรับปรุงที่มั่นด้วยการวางแนวลวดหนาม เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายไทยตรวจพบกำลังพลทหารกัมพูชาจำนวน 5 นายพร้อมอาวุธ เข้ามายังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนจะมีการเพิ่มกำลังพลรวมเป็นประมาณ 20 นาย โดยทหารกัมพูชากลุ่มดังกล่าวได้ส่งเสียงดังและพยายามเข้าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาชี้แจงข้อเท็จจริง จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. สถานการณ์จึงคลี่คลายลง โดยกำลังทหารกัมพูชาได้ยอมถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยกำลังในพื้นที่ยังคงเตรียมความพร้อมและเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ตามกรอบข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมอย่างเข้มงวด
โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำว่า การปรับปรุงที่มั่นและวางแนวลวดหนามของทหารไทย เป็นการปฏิบัติภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทยอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด สืบเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กำลังของทั้งสองฝ่ายวางอยู่ใกล้ชิดกัน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย


