หน้าแรก การเมือง เลขาฯสมช. น้อ...

เลขาฯสมช. น้อมรับคำวิจารณ์ พล.ท.ภราดร ยันไม่ได้ทำงานชิล มียุทธศาสตร์ชัด แก้ชายแดนกัมพูชา-ดับไฟใต้

3.06.26 | 16:32 น.

‘เลขาฯสมช.’ รับคำวิจารณ์ ‘อดีตเลขาฯสมช.’ ปัดปล่อยชิล แก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ยันมียุทธศาสตร์ ลุยงานความมั่นคง-ดับไฟใต้-แก้ชายแดนกัมพูชา

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวกรณีที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร สมาชิกพรรคไทยสร้างไทยและอดีตเลขาฯสมช. วิจารณ์ต่อเลขาธิการ สมช.คนปัจจุบัน และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทำงานชิล สอบตกในการแก้ปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พร้อมน้อมรับคำวิจารณ์ แต่ยืนยันไม่ได้ปล่อยตามสบาย ทุกอย่างมีทั้งนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง เป้าหมาย หน่วยรับผิดชอบ อยู่ในมติสภาความมั่นคงกำหนดไว้ทุกประเด็น ทั้งแนวทางการดำเนินการของหน่วยความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีชั้นความลับและขับเคลื่อนตามมติสภาความมั่นคง มาอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งมหาดไทยและเหล่าทัพ

“รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวผ่าน สมช.อย่างครบถ้วน ไม่ได้ทำงานชิลตามที่ พล.ท.ภราดรระบุ นอกจากนี้ งานความมั่นคงมีบางเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และมีเรื่องแทรกซ้อนมากมาย จึงไม่ควรพูดทั้งหมดต่อสาธารณะ เพราะคู่ขัดแย้งอาจเอาไปแสวงหาประโยชน์ได้” นายฉัตรชัยระบุ

เลขาฯสมช.กล่าวว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของไทยมีเป้าหมายปกป้องอธิปไตย นำดินแดนที่เป็นของไทยกลับคืนมา และสถาปนาความมั่นคงชายแดน โดยมีแนวทางด้านการทหาร เปิดช่องการปฏิบัติการทางการทหารที่เปิดกว้างตามความจำเป็นของสถานการณ์ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอธิปไตย หรือยับยั้งการใช้กำลังทหารของกัมพูชา ส่วนด้านการต่างประเทศ มีการเจรจาทวิภาคีเป็นหลัก เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายที่สาม คงระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยกัน รัฐบาลไทยมีปัญหาขัดแย้งเฉพาะกับรัฐบาลกัมพูชา แต่จะไม่มีปัญหากับประชาชนกัมพูชา โดยจะระมัดระวังการออกมาตรการต่างๆ ให้กระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่ายให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะเกิดความขัดแย้งฝั่งรากลึก
ขณะที่ด้านการบริหารจัดการชายแดน การควบคุมชายแดน อาทิ การปิดจุดผ่านแดน ควบคุมสินค้าส่งออกเพื่อกดดันกัมพูชา รวมถึงควบคุมการลักลอบขนของ ขนคน ที่จะส่งเสริมการอยู่ได้ของกลุ่มสแกม แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ

เลขาฯสมช.กล่าวอีกว่า หน่วยรับผิดชอบมีการมอบหมายอย่างเป็นระบบชัดเจน เช่น ฝ่ายทหาร มีเรื่องปฏิบัติการด้านการทหาร กระทรวงการต่างประเทศทําหน้าที่เจรจาและชี้แจงตามความเข้าใจประชาคมระหว่างประเทศ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยดูแลเรื่องประชาชนและการอพยพ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือการค้าขายผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณชายแดน

เลขาฯสมช.กล่าวด้วยว่า สมช.ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพบหารือกับหน่วยความมั่นคงทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นมีการจัดการประชุม สมช.เพื่อติดตามและกำกับทิศทางของรัฐบาลในเรื่องกัมพูชาเป็นไปในเป้าหมายเดียวกันทุกมิติอย่างเข้มข้น อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ต้องมีการประชุมสภา สมช. โดยปี 2568 มีการประชุม สมช.ถึง 18 ครั้ง

Advertisement

เลขาฯสมช.กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้น้อมนำยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาดำเนินการอยู่แล้ว และยึดถือการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจัดทำนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2568-2570 ได้ยึดโยงจากทั้งภาครัฐ ประชาชน และประชาสังคมร่วมกัน มีรายละเอียด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ หน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน ครอบคลุมการรักษาความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การศึกษาที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ การใช้กระบวนยุติธรรม และการเยียวยา ขณะเดียวกัน หลังจากมีการแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลแล้วก็จะประสานและขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้สอดคล้องและเป็นเอกภาพ ส่วนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่นายกฯแต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยดังกล่าว ก็ได้มีการพูดคุยวงเล็กมาอย่างต่อเนื่อง