อนุทินยินดี “ทักษิณ” ได้รับพระราชทานอภัยโทษ “รุทธพล”โยนกก.เคาะใน 120 วัน ปลดกำไลอีเอ็ม
จากกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีรายชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งพ้นโทษทันที ตามมาตรา 8 ของพระราชกฤษฎีกาฯ เนื่องด้วยเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ด้วยนั้น
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ว่า รับทราบจากข่าวแล้ว ก็ขอแสดงความยินดีกับท่าน วันนี้เป็นวันมงคลเราไม่พูดเรื่องอื่น
ด้านพล.ต.ท.รุทธพล นวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นายทักษิณ เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนที่มีข้อสงสัยว่านายทักษิณ ยังเหลือโทษอีก 1 เดือน 10 วัน ขณะที่บางส่วนบอกว่าพ้นโทษแล้ว ข้อสรุปเป็นอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตามกฏหมายให้พ้นโทษเลย เพราะเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ตามมาตรา 8 ของพ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษฯ
เมื่อถามย้ำว่าสามารถปลดกำไร EM ได้เลยใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จากนี้จะยังมีขั้นตอนของคณะกรรมการอีกชั้นหนึ่งในการพิจารณา โดยจะมีคณะกรรมการแยกส่วนกันไปแต่ละจังหวัด ส่วนรายละเอียดจะประชุมตนยังไม่ทราบว่าแต่ละจังหวัดมีรายละเอียดอย่างไร หรือประชุมเมื่อใด แต่ยืนยันว่ามีรายชื่อของนายทักษิณ แน่นอน
รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีนายทักษิณ เรื่องการปลดกำไลอีเอ็ม(EM) ภายหลังพ้นโทษนั้น ยังจำเป็นต้องรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ซึ่งระบุไว้ว่า “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน รวม 3 คน เป็นคณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่นั้นพิจารณาออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี
รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อนายกฯ พิจารณาออกคำสั่งปล่อยหรือลดโทษแล้วแต่กรณี เมื่อได้มีหมายหรือคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทำบัญชีผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯถวายอีกหนึ่งฉบับ
และนายทักษิณ ต้องได้รับเอกสารใบบริสุทธิ์ หรือใบสุทธิ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งใบบริสุทธิ์ถือเป็นเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังใช้ในการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 และได้รับใบบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว นายทักษิณจึงจะได้รับการนัดหมายประสานงานเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อรับการปลดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ

