หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ จี้ถาม...

พริษฐ์ จี้ถามช่วยน้ำเงินด้วย ใบเสร็จแทรกแซงชัด เจเศรษฐ์ลุกแจง สอบเรื่องนี้ต้องใช้เวลา เชื่อขรก.ไม่ช่วยพรรคไหน

4.06.26 | 12:43 น.

‘พริษฐ์’ จี้ถามปมช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้งด้วย บอกเป็นใบเสร็จแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครอง ถามทำไมไม่รอโยกย้ายนายอำเภอหลังเลือกตั้ง หวั่นผู้บริหารถูกสั่งให้ช่วยสีน้ำเงินจากมือที่มองไม่เห็น ด้าน ‘เจเศรษฐ์’ แจงมหาดไทยเป็นสีกากีเดียวกัน ยันสอบเรื่องนี้ต้องใช้เวลา บอกไม่มีข้าราชการคนไหนมีอำนาจช่วยใคร-พรรคการเมืองไหนได้ เชื่อไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดแชตข้อความที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขอร้องให้ช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้ง โดยนายอนุทินมอบหมายให้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้แทน

นายพริษฐ์กล่าวว่า แม้นายนฤชาอ้างว่าเปิดระบบไลน์เป็นสาธารณะ เชื่อมโยงหลายระบบ อาจมีใครแอบมาพิมพ์ข้อความแทนได้ เพราะไม่ได้เชื่อมโยงกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพียงเครื่องเดียวนั้น เป็นข้ออ้างฟังไม่ขึ้น อยากถามว่านายอนุทินเชื่อคำชี้แจงนายนฤชาหรือไม่ จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้เมื่อใด และสร้างความเชื่อมั่นอย่างไรว่าคณะกรรมการสอบสวนจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะคนในสีน้ำเงิน หากพิสูจน์ได้ว่าอธิบดีกรมการปกครองทำผิดจริง อนาคตคงจบไม่สวย ถูกปลดออก หรือจำคุกฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าเป็นเรื่องจริง ข้อความไลน์นี้ถือเป็นใบเสร็จว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาโดนแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครองช่วยสีน้ำเงินชนะเลือกตั้งผ่าน 1.กลไกแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอที่มีอุดมการณ์เดียวกับสีน้ำเงินไปดูแลพื้นที่ต่างๆ เพราะในเวลานั้นกระทรวงมหาดไทยย้ายนายอำเภอสูงถึง 304 คน เกือบครึ่งหนึ่งถูกแต่งตั้งเป็น ผอ.เขตเลือกตั้งต่างๆ โดยตรง จึงอยากทราบว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการโยกย้ายนายอำเภอ ทำไมไม่รอโยกย้ายหลังการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า 2.กรมการปกครองรับรู้เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ 1 ใน 3 โรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งคือโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดนที่อยู่ในสังกัดกรมการปกครอง พร้อมยืนยันหรือไม่ว่าไม่มีใครในกรมการปกครองรู้ข้อมูลบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อความในไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย อาจไม่ใช่แค่ส่งให้ปลัดจังหวัด แต่เป็นโค้ดลับหรือคาถาพิเศษที่ถูกใช้เพื่อเห็นว่าน้ำเงินทำอะไรไม่ผิด ขอให้ชี้แจงว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเหตุใดกรมที่ดินไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง เพราะผู้บริหารถูกสั่งให้ช่วยน้ำเงินด้วย หรือกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปัดตกคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหากเร็วๆ นี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป่าคดีฮั้ว ส.ว. จะมีเหตุผลเพราะถูกสั่งให้ช่วยน้ำเงินด้วยหรือไม่ ไม่อยากให้เป็นเรื่องบังเอิญทั้งหมด จนประชาชนสงสัยเหตุผลที่รัฐบาลเข้าสู่อำนาจได้ เพราะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน หรือได้รับการช่วยเหลือประสานเสียงจากมือที่มองไม่เห็น

ด้านนายเจเศรษฐ์​ชี้แจงว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมา โดยหนังสือส่งมาเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหนังสือที่อธิบดีส่งมาว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอหรือไม่ หากมีข้อมูลอะไรที่ติดใจจะนำมาสอบสวนเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป ส่วนที่ถามว่าตนจะเชื่อที่อธิบดีชี้แจงมาหรือไม่นั้น คงใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐานหรือการตัดสินใจไม่ได้ ต้องเชื่อด้วยการพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และเชื่อว่ากระบวนการทางเทคโนโลยีจะสามารถตามรอยหรือตรวจสอบได้แน่นอน เชื่อเรื่องนี้มากกว่า

Advertisement

นายเจเศรษฐ์​กล่าวว่า สำหรับคำถามที่ว่าการตั้งสีน้ำเงินมาตรวจสอบสีน้ำเงิน จะมีสีอื่นเข้ามาตรวจสอบหรือไม่นั้น เรื่องสีตนไม่ชัดเจน แต่ที่นายพริษฐ์ถามว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมหรือไม่ มี ส.ส.จากทั้งซีกรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเข้ามาหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าเรามีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แล้ว สามารถส่งเรื่องไปที่ กมธ.การปกครองก็ได้ เพราะมี ส.ส.ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านนั่งเป็น กมธ.อยู่แล้ว

“ที่ถามว่าคนตรวจสอบกับผู้ที่ถูกร้องเป็นสีเดียวกัน เป็นพวกเดียวกันหรือไม่นั้น แน่นอนมหาดไทยสีเดียวกันหมด ข้าราชการมหาดไทยสีเดียวกันหมดคือสีกากี ตั้งแต่ผมเข้ามาก็เห็นสีเดียวคือสีกากี แน่นอนว่ากระทรวงหาดไทยต้องมีการตรวจสอบและชี้แจงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะมีมูลเหตุหลายอย่าง” นายเจเศรษฐ์กล่าว

นายเจเศรษฐ์​กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนสามารถยืนยันกับประชาชนและเพื่อนสมาชิกได้คือทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ หากสิ่งที่นายพริษฐ์พูดมามีข้อมูล มีหลักฐาน ก็เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ วันนี้เรามีหลากหลายองค์กร ที่นายพริษฐ์พยายามถามว่าตนรู้หรือไม่นั้น ตนตอบชัดเจนว่าคงไม่เอาใจ หรือความรู้สึกของตัวเองมาตอบนายพริษฐ์ได้ แม้ตนจะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง ขอเรียนว่าข้าราชการไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งของตนเลย รวมถึงเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายพริษฐ์ หรือพรรคของนายพริษฐ์ก็ไม่มีข้าราชการคนไหนที่จะมีส่วนเข้ามาช่วยพวกเราได้

นายเจเศรษฐ์กล่าวอีกว่า วันนี้หากท่านบอกว่ามีกรมการปกครองเข้ามามีส่วนร่วม หรือช่วยให้ประชาชนเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งได้ คิดว่าหากเราคิดเช่นนั้นลำบาก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเรามาจากประชาชน และเชื่อว่าเราคงไม่หวังให้ข้าราชการคนใดคนหนึ่งมาช่วยเรา นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าข้าราชการ โดยเฉพาะกรมการปกครองคงไม่มีอำนาจไปชี้หรือสั่งให้พี่น้องประชาชนเลือกใครคนใดคนหนึ่งหรือเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ แต่ที่นายพริษฐ์พูดคือจะสื่อว่ากระบวนการเอื้ออำนวยหรือไม่ ก็ขอให้นายพริษฐ์เดินหน้าตรวจสอบเลย ยืนยันว่าอะไรที่เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารเราก็ยินดีให้ข้อมูล แต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ อะไรที่ท่านยังติดใจหลังจากนี้จะมีการชี้แจงจากกรมการปกครอง

นายเจเศรษฐ์​กล่าวด้วยว่า เรื่องความเชื่อมั่นตนคงพูดสั้นๆ ว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องเชื่อในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่สิ่งที่ท่านต้องเชื่อคือกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีระยะเวลา อะไรที่มีมูลเหตุและพยานหลักฐานที่ชัดเจน เชื่อว่าไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างชัดเจน ส่วนการโยกย้ายในอำเภอนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำที่เขาทำเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนโยกย้ายไปแล้วมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หน้าที่ของนายอำเภอคือ ผอ.ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งตามที่ กกต.ขอความร่วมมือมา ยืนยันว่าการแต่งตั้งข้าราชการหากมีอะไรที่ไม่เป็นธรรมต่อตัวข้าราชการเอง เขาก็มีช่องทางในการส่งเรื่องร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้น เรารับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการที่กรมการปกครองเข้าไปยุ่งกับผู้สมัครหรือเอื้ออำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครน้อยมาก หากเทียบการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา