หน้าแรก การเมือง สมาคมพืชไร่ ย...

สมาคมพืชไร่ ยื่นหนังสือ หลัง รบ.เซ็น MOU ข้าวโพด 1 ล้านตัน จี้ทบทวนแผน หวั่น กระทบเกษตรกร

4.06.26 | 12:31 น.

หมอวรงค์ รับหนังสือจาก สมาคมพืชไร่ กรณีรัฐบาลเปิด MOU ข้าวโพด 1 ล้านตันจากสหรัฐ จี้ ทบทวนแผน หวั่น กระทบเกษตร

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี รับหนังสือจากสมาคมพืชไร่ กรณี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนาม MOU กับทางสหรัฐอเมริกาในการนำเข้าข้าวโพด GMO ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์จำนวน 1 ล้านตัน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดการ

โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า การที่นางศุภจีเปิดโอกาสให้มีการลงนามเพื่อนำเข้าข้าวโพด GMO ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่อนุญาตให้เกษตรกรไทยปลูก ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมนางศุภจีถึงจะไปลงนามให้นำเข้า ซึ่งอาจเกิดผลกระทบในระยะยาวต่อคนไทยได้ สิ่งที่ประชาชนผู้มายื่นหนังสือกังวลใจคือผลกระทบด้านราคา จริงอยู่ที่ผลผลิตข้าวโพดในประเทศไม่เพียงพอต่อการผลิตอาหารสัตว์ แต่ขณะนี้เกิดสมดุลแล้ว เนื่องจากสามารถใช้ผลผลิตอย่างอื่นมาเป็นวัตถุดิบได้ รวมถึงการนำเข้าข้าวสาลีมาเป็นวัตถุดิบ โดยขณะนี้ไม่ใช่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของข้าวโพด แต่หากข้าวโพด GMO ที่นางศุภจียอมให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์นำเข้ามา จะมีผลกระทบต่อราคาในอนาคตเนื่องจากข้าวโพด GMO มีราคาถูกกว่า จึงเรียกร้องไปยังนางศุภจีให้เห็นแก่เกษตรกร อย่าเห็นแก่นายทุนและเรียกร้องให้ยกเลิกแผนโครงการนี้ ตนจึงฝากไปยังนางศุภจีว่าตนมีความจริงใจต่อรองนายกฯ หากทำอะไรดีก็ชื่นชม แต่อะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะต้องเตือน การที่นางศุภจีไปเห็นชอบกับสมาคมผู้ประกอบการอาหารสัตว์และนำเข้าข้าวโพด GMO แบบไม่กำหนดระยะเวลาอันตราย โดยในช่วงนี้เป็นช่วงกระบวนการ และหากนำเข้าในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว ราคาข้าวโพดจะตกต่ำขนาดไหน จึงขอให้นางศุภจีปรับหรือยกเลิกแผนงานโครงการนี้เพื่อผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอาหารสัตว์ เพื่อพี่น้องค้าพืชไร่และพี่น้องเกษตรกรปลูกข้าวโพด

ด้านตัวแทนสมาคมการค้าพืชไร่ อุปนายกสมาคม กล่าวว่า ทางสมาคมมีความกังวลจากกรณีที่นางศุภจีได้มีการลงนาม MOU นำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯมาไทย พวกตนมีข้อกังวล 3 ประเด็นคือ ปัจจุบันไทยไม่อนุญาตให้เกษตรกรปลูกพืช GMO เด็ดขาด แต่วันนี้ไทยกลับไปนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากเมล็ดพันธุ์ GMO เข้าไทย ซึ่งบทเรียนนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 2550 จากพืชถั่วเหลือง และการลงนาม MOU ข้าวโพดในครั้งนี้ มีการปรับลดภาษีนำเข้าจาก 73% เหลือ 0% ในส่วนของราคาและเสถียรภาพการค้าภายในประเทศในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เมื่อช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวของเกษตรกรภายในประเทศ การนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาโดยไม่กำหนดระยะเวลา การนำเข้าจะเกิดการทับซ้อนในการบริหารจัดการวัตถุดิบ ทำให้เกิดวัตถุดิบล้นตลาดในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว นำไปสู่ภาวะราคาตกต่ำ โดยทางสมาคมพิจารณาแล้วว่า วัตถุดิบทดแทนภายในยังเพียงพอต่อความต้องการอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะปลายข้าว มันเส้น มันสำปะหลัง ที่ทางสมาคมเรียกร้องนางศุจีทบทวนและบริหารจัดการวัตถุดิบภายในเสียก่อนตอนจะนำเข้าข้าวโพดเข้ามา ราคาข้าวโพดยังตกต่ำเหลือ 6 บาท และหากนำเข้าข้าวโพดเข้ามาจริง ราคาข้าวโพดจะไม่ยิ่งตกต่ำลงหรือ