ฐิติมา ฉายแสง ประธาน กมธ.อว. หนุนยุทธศาสตร์ ‘พัฒนาทุนมนุษย์เชิงรุก’ รับมือยุค AI—พลิกโฉมแรงงานไทย เพิ่มความสามารถแข่งขันของประเทศ
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กมธ.อว.) สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมคกมธ.อว.เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากหลากหลายพรรคการเมือง โดยมีวาระการพิจารณาสำคัญในการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์การพัฒนาทุนมนุษย์เชิงรุก โดยมุ่งเชื่อมโยงการศึกษา การวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อผลิตกำลังคนในสาขาแห่งอนาคต เช่น AI, Robotics, Semiconductor, Data Science, Biotechnology และ Climate Technology ซึ่งจะเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ของโลกในทศวรรษหน้า ที่ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB402 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
นางฐิติมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก จากยุคที่เคยแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานและการผลิต กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ต้องแข่งขันด้วยความรู้ เทคโนโลยี และทุนมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและทักษะที่ตลาดต้องการอย่างรวดเร็ว โจทย์ใหญ่ของประเทศในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างงานใหม่ แต่คือการสร้างคนทุกรุ่น ทุกช่วงวัย ให้พร้อมรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต
“ประเทศจีนเพิ่งประกาศเปิดหลักสูตรใหม่กว่า 38 สาขา เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะกำลังกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ของการแข่งขันระหว่างประเทศ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก เพื่อเปลี่ยนประชากรให้เป็นทุนมนุษย์คุณภาพสูง และเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นกลไกขับเคลื่อนนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของชาติอย่างแท้จริง
ประเทศไทยเราจำเป็นต้องขยับจากการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี(Technology Partnership) และสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของชาติ ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ หากสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ประเทศไทยย่อมมีศักยภาพก้าวสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovation Economy) และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของอาเซียนได้อย่างมั่นคง” นางฐิติมา ฉายแสง กล่าว
ด้าน ดร.ประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กมธ.อว.) ได้ร่วมสะท้อนมุมมองว่า ในโลกยุค AI ประเทศที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถพัฒนาทุนมนุษย์ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุด การแข่งขันในศตวรรษที่ 21 จึงไม่ใช่การแข่งขันด้านแรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้านผลิตภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการสร้างเทคโนโลยีของตนเอง ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับกรอบคิดจากการพัฒนากำลังคนแบบเดิมไปสู่การสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต (Future Workforce Strategy) ที่เชื่อมโยงการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และภาคเอกชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับการพัฒนาระบบนิเวศการทำงานแห่งอนาคต ที่ผสานมนุษย์, AI และพื้นที่ดิจิทัล เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อรองรับการทำงานแบบไฮบริดที่ยืดหยุ่น โดยมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ของงาน สุขภาวะที่ดี และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
“ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า AI จะส่งผลต่อแรงงานไทยจำนวนมาก ทั้งในมิติของการทดแทนตำแหน่งงานและการเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ดังนั้น การ Reskill, Upskill และ Lifelong Learning จึงไม่ควรเป็นเพียงโครงการระยะสั้น แต่ต้องกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม” – ดร.ประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ที่ปรึกษา กมธ. อว. กล่าว

