“สส.ปชน.” ถามกระทู้ทั่วไป “สิทธิการประกันตัวผู้ต้องหาคดีการเมือง” 90 %ที่ถูกปฏิเสธ อาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วม OECD ด้าน รมว.ยธ. ยันรบ.ให้ความสำคัญเข้าถึงการประกันตัวคดีทุกประเภทอย่างเสมอภาค ยันไทยพร้อมเข้าร่วม OECD โวแม้ยังไม่เป็นสมาชิกก็ได้จัดการประชุมในปี 70แล้ว
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามทั่วไป ของนางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องปัญหากระบวนการยุติธรรมและสิทธิการประกันตัวผู้ต้องหาดีการเมือง ว่า หนึ่งในหลักการพื้นฐานของประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเสมอภาคภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่ข้อมูลล่าสุดของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ณวันที่ 30 เม.ย. 2569 ระบุว่าตั้งแต่ปี 2563 -ปัจจุบันมีประชาชนถูกดำเนินคดีทางการเมืองแล้วไม่น้อยกว่า 1,997 คนใน 1,346 คดี ที่น่าเป็นห่วงคือในจำนวน 1,346 คดีนี้มีคดีที่ยังไม่ถึงที่สุด 527 คดี ทำให้ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับศาล และคดีความ โดยที่ไม่รู้อนาคตของตัวเองเลย บางส่วนยังไม่ถูกพิพากษากลับต้องถูกคุมขังนานนับเดือน นับปี และข้อมูลปี 68 มีการยื่นขอประกันตัวอย่างน้อย 35 ครั้งแต่ได้รับอนุญาตประกันตัวเพียงแค่ 8-9 % หมายความว่า 90% คำร้องถูกปฏิเสธ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ประเทศที่ปกครอในระบอบประชาธิไตยและไม่ใช่ที่เราควรจะนิ่งเฉย เพราะการไม่ได้รับการประกันตัวหมายถึงการสูญเสียงานรายได้ และโอกาส
นางสาวศศินันท์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังจะเข้าสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งรัฐบาลและรัฐมนตรีก็ทราบดีว่ากระบวนการพิจารณาของ OECD ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ประเมินถึงมาตรฐานด้านยุติธรรม ความโปร่งใสและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างถี่ถ้วน ซึ่งการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่เป็นภาระผูกพันด้านสิทธิมนุษยชน แต่เป็นเงื่อนไขทางยุทธศาสตร์ที่กำหนดว่าประเทศไทยจะสามารถยื่นอยู่ในประชาคมโลกในฐานะประเทศที่พัฒนาแล้วได้หรือไม่ ดังนั้นรัฐมนตรีต้องตอบให้ได้ว่ารัฐบาลจะปล่อยให้ปัญหาเชิงโครงสร้างนี้กลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วม OECD หรือจะใช้โอกาสนี้ในการแสดงศักยภาพว่าประเทศไทยเราพร้อมแล้ว จึงอยากทราบว่ารัฐบาลมีแนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบนี้อย่างไร เพื่อให้สิทธิในการประกันตัวเป็นหลักคุมขังเป็นข้อยกเว้น รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการจำกัดสิทธิการประกันตัวในคดีทางการเมืองอย่างไร
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ตอบกระทู้แทนนายกฯว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นหนึ่งใน 7 ด้านการปฏิรูปประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กำหนดระยะเวลาของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า ปรับปรุงระบบสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้สะดวกและรวดเร็ว ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม สำหรับการปล่อยตัวชั่วคราวได้บรรจุไว้ในแผนแม่บทในมิติของการสร้างความเป็นธรรมทางกฎหมาย และในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมตามาตรฐานสากล โดยคำนึงถึง สิทธิในกระบวนการยุติธรรมประชาชนต้องเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็วเท่าเทียมทั่วถึงและเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษย์เสียชนผู้ต้องหาหรือจำเลยยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ และสิทธิการประกันตัวเป็นนโยบายที่สำคัญโดยเฉพาะการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยเจ้าพนักงานทุกฝ่ายได้ถือปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29 และให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารนาความอาญามาตรา 208 ถึง 219 การปล่อยตัวชั่วคราวและเหตุแห่งการสั่งไม่ปล่อยตัวชั่วคราว อาทิ พฤติกรรมแห่งคดี หรือพยันตราย ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยตัวชั่วคราว หรือผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี หรือผู้ต้องหาหรือจำเลย จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นเป็นต้น พรุ่งนี้การพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราวไม่ว่าจะในชั้นพนักงานสอบสวนชั้นพนักงาน อัยการ หรือศาล เป็นดุลยพินิจโดยอิสระของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฏหมายไม่อาจมีผู้ใดหรือองค์กรใดเข้ามาแทรกแซงการพิจารณาเป็นไปตามหลักกฏหมายไม่ได้มีการจำกัดสิทธิแต่อย่างใด ยืนยันว่าการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นไปตามดำเนินการและข้อบังคับของกฎหมายที่บัญญัติไว้ซึ่งสด สอดคล้องกับหลักการและมาตรฐานสากลโดยไม่ได้เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นคดีทางการเมือง หรือคดีอาญาอื่นๆย่อมได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมทั่วถึงและเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน
นางสาวศศินันท์ กล่าวว่า หากรัฐมนตรีจะตอบแบบนี้ ส่งเอกสารมาให้ตนอ่านก็ได้ เพราะที่ถามคืออัตรา 90 %ที่ไม่ได้รับการประกันตัว แต่รัฐมนตรี ไม่ได้ตอบเรื่องนี้เลย ตอบแต่ทฤษฎี หลักการ ซึ่งตนก็เรียนมาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ปี 1 แล้ว ดังนั้นขอถามอีกว่า รัฐบาลจะมีมาตรการในเชิงนโยบายอย่างไร ในการ ทำให้แนวทางการให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเหมาะสมโปร่งใสตรวจสอบได้และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า ไม่ทราบว่าฟังที่ตนตอบหรือไม่ เพราะคิดว่าก็ตอบชัดเจนในเรื่องการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว และการพิจารณาเป็นไปตามหลักกฎหมาย และเป็นดุลพินิจของผู้มีอำนาจและศาล ซึ่งไม่ได้ขึ้นตรงต่อกระทรวงยุติธรรม ส่วนการเข้าร่วม OECD นั้นทางคณะ OECD จะมาตรวจเยี่ยมกระทรวงยุติธรรม ในช่วงบ่ายวันที่ 8 มิ.ย.นี้ โดยเราได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และในปี 2570 ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่จัดการประชุมโดยที่ยังเป็นไม่สมาชิก OECD ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ให้ประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกจัดการประชุม ซึ่งนายกฯได้กำหนดว่าในปี 2570 อยากให้ประเทศไทยผ่านการประเมินเข้าเป็นสมาชิกของ OECD ซึ่งเราได้เตรียมความพร้อมมาประมาณ 2 ปีแล้ว
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นอำนาจและดุลยพินิจของศาลยุติธรรม ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรมไม่สามารถที่จะไปก้าวล่วงได้ ส่วนการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ เรามีกองทุนยุติธรรมปี 2558 ในการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกดำเนินคดีและขอปล่อยตัวชั่วคราว และการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการให้ความรู้ทางกฎหมายโดยดำเนินการภายใต้ 4 ภารกิจหลัก คือสนับสนันค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าจ้างทนายความค่าวิชาธรรมเนียมศาล ค่าพาหนะ ค่าบริการพยาน สนับสนุนเงินในการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาหรือจำเลยตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ซึ่งตั้งแต่ปี 2566-2568 กองทุนยุติธรรมได้ ช่วยเหลือเงินประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีต่างๆไปแล้ว 458 ราย เช่นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ความผิดอั้งยี่ซ่องโจร หรือความวุ่นวายในบ้านเมือง สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทางกองทุนยุติธรรมได้ช่วยเหลือกรณีปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นจำนวน 12 ราย อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองหากมีความประสงค์ปล่อยตัวชั่วคราวก็สามารถประสานกับกองทุนยุติธรรมได้
“ยืนยันว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และมีความตระหนักเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับการเข้าถึงสิทธิการประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีทุกประเภทอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม” รมว.ยุติธรรม กล่าว

