พิทักษ์เดช เผย กรมบัญชีกลาง ยันไม่เกี่ยวสืบราคากลาง ประมูล TH-AI Passport ชี้ ดีอีดำเนินการผู้เดียว
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดสภาฯ แถลงถึงโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทยหรือ TH-AI Passport ว่า วันนี้ได้เรียกตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกรมบัญชีกลาง เข้ามา เพื่อสอบถามถึงโครงการดังกล่าว ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ชี้แจงด้วยวาจา โดยนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ของโครงการ
ท้้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการกำหนดราคากลาง และความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้จัดทำราคากลาง กับกลุ่มผู้ยื่นข้อเสนอในโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งจากการสอบถามด้วยวาจาจากทั้งสองหน่วยงาน ทราบว่า มี 8 บริษัทที่เสนอราคากลางมา ปรากฏว่ามี 3 บริษัทที่ร่วมกำหนดราคากลาง
โดย 3 บริษัทนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กับ 1 บริษัท และใน 3 บริษัทนี้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ซึ่งต่ำกว่าราคากลางแค่ 1.5% และเมื่อสอบถามกรมบัญชีกลางว่า การตั้งราคากลางนั้น กรมบัญชีกลางมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรในการสืบราคากลาง โดยกรมบัญชีกลางระบุว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสืบราคากลาง ซึ่งการสืบราคากลางเป็นไปตามกระทรวงดีอีเพียงผู้เดียว
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า ขณะที่กรมบัญชีกลาง ยังไม่ได้มีการตรวจตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของราคากลางและเอกสารอย่างละเอียด ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่ากรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นกรมหลักในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ไม่สามารถตรวจสอบราคากลาง และที่มาของรายละเอียดเอกสารได้ละเอียดหรือเปล่า ซึ่งก็เป็นที่น่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 หน่วยงาน ยังไม่สามารถชี้แจงสร้างความชัดเจนให้กับกรรมาธิการฯได้อย่างเพียงพอ จึงขอให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ทำหนังสือตอบรับมาเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 5 วัน รวมถึงประเด็นซักถามอื่นๆ ที่เพื่อนกรรมาธิการมีข้อสงสัย รวมไปถึงกรณีคณะกรรมการตรวจรับว่ามีใครเป็นคณะกรรมการตรวจรับ เพื่อให้กรมบัญชีกลางและกระทรวงดีอี ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร
“เรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจ ขณะที่กระทรวงดีอียัง ยืนยันจะดำเนินการโครงการนี้ต่อไป ตามแผนงานที่กำหนดไว้ ในเมื่อมียังความคลุมเครือสงสัย ทางกรรมาธิการฯ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเกิดความโปร่งใสคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งเพื่อยื่นเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป“ นายพิทักษ์เดช กล่าว

