หน้าแรก การเมือง เท้ง เปิด พิร...

เท้ง เปิด พิรุธ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เลี่ยงสภาตรวจสอบ ห่วงล็อกสเปก หวังเงินทอนเข้าระบอบน้ำเงิน

4.06.26 | 14:41 น.

‘เท้ง’ ซัด ‘รัฐบาล’ ลักไก่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้ เลี่ยงสภาตรวจสอบ ห่วงล็อกสเปก หวังเงินทอนให้ระบอบสีน้ำเงิน

เมื่อเวลา 13.17 น. วันที่ 4 มิถุนายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)​ วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของ นายปรเมษฐ์ จินา ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ได้แก่ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยาวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ทั้งที่หลักการของการออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องใช้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลไม่ทราบจริงๆ หรือว่าเงินที่ใช้ในกองทุนดังกล่าวแต่ละปีใช้จำนวนเท่าใด ที่ผ่านมาตั้งขาดทุกปีโดยใช้เงินคงคลังไปจ่ายก่อน แล้วตั้งงบประมาณปีถัดไปเพื่อใช้เงินคงคลัง ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ พ.ศ.2570 ออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม รัฐบาลมีเวลาจัดสรรงบปี 2570 ให้เพียงพอต่อกองทุนดังกล่าว แต่ไม่ทำ แต่เลือกใช้วิธีลักไก่เอาเงินกู้วงเงิน 1.8 หมื่นล้านไปใช้ดำเนินการ

“ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากวิธีนี้ ไม่มีหรอก คนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาล ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามวิธีการ กว่าจะไปเจียดเงินออกจากรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในร่างงบประมาณปี 2570 อาจจะส่งผลสะเทือนต่อส่วนราชการประจำที่มีเจ้าของงบประมาณอยู่แล้ว หรือจะส่งผลสะเทือนต่อพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านอาจจะมีแบ่งโควต้างบประมาณปี 2570 ไว้แล้วว่า แต่ละพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละกระทรวงได้เท่าไหร่ ท่านถึงใช้วิธีเอาง่าย ไม่ไปเจียดจากงบรายจ่ายประจำปี แต่ลักไก่เอาจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ไปโปะในส่วนนี้ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายเต็มๆ” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ถือเป็นข้ออ้าง เพราะหากต้องการยกระดับปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดจริง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว เพราะมีภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงการตรวจสอบของสภา เพราะรัฐบาลหาทำ โดยอาศัยวิกฤติขัดแย้ง เสกเงิน ทำเอง หวังล็อกสเปก เหมือนกับบางโครงการของรัฐบาล เอไอ ไทยแลนด์ พาสปอร์ต ที่พบการล็อกสเปกให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่