“ชัยชนะ” ยืนไว้อาลัยรัฐบาลกลางสภา 30 วินาที พร้อมตั้งชื่อ “พ.ร.ก.ภาระลูกหลาน” ชี้ ไม่มีความชัดเจน 4 แสนล้านบาท เหน็บ สส.รัฐบาลภาคใต้ ไม่ประชาสัมพันธ์แลนด์บริดจ์ เหมือน “ไทยช่วยไทยพลัส” แนะ แค่ลดค่าไฟ-น้ำมัน-ราคาสินค้า ปชช.ก็อยู่ดีมีสุขแล้ว
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จสิ้น ได้เปิดให้มาชิกแสดงความคิดเห็น
เวลา 14.55 น. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ อภิปรายว่า ก่อนที่จะอภิปรายตนขอยืนไว้อาลัย 30 วินาที ให้กับรัฐบาลผู้ที่จะสร้างหนี้สินให้กับประเทศชาติในอนาคต พร้อมกล่าวว่าที่ตนยืนไว้อาลัยเพราะนี่เป็นพ.ร.ก.เงินกู้ ที่ตอนแรกจะให้ตั้งและไม่ให้ตั้งกมธ.วิสามัญ แต่ขอขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้มีมติของพรรคไปยังลูกพรรคให้ตั้งกมธ.วิสามัญ โดยเงิน 4 แสนล้านบาทนี้รัฐบาลนำไปทำผ่าน 2 โครงการ โดย 2 แสนล้านบาทแรก ไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเมื่อมีการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ส.ส.รัฐบาล

โดยเฉพาะในภาคใต้หลายคนก็โพสต์กันเต็มให้รีบลงทะเบียนและยินดีด้วยที่ได้เงิน แต่ไม่บอกว่าเงินตัวนี้กู้มา ซึ่งคนที่ใช้หนี้คือประชาชน ก็แปลกดีตอนโครงการแลนด์บริดจ์ไม่เห็นโพสต์ประชาสัมพันธ์สะพัดแบบนี้เลย ตนขอบอกว่าการใช้เงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัสช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ในเรื่องค่าครองชีพ จริงๆแล้วถ้าไม่ให้เงิน เพียงแค่ลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน ราคาสินค้า ประชาชนก็อยู่ดีมีสุขแล้ว
นายชัยชนะ กล่าวว่า ส่วนอีก 2 แสนล้านบาทหลังใช้แก้ปัญหาพลังงาน ในเรื่องโซลาร์เซลล์แต่ไม่รู้ว่าไปทำโซลาร์รูฟท็อปหรือโซลาฟาร์ม วันดีคืนดีกระทรวงศึกษาธิการจะขอเอาเงินตัวนี้ไปดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการด้วย ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะขอเงินตัวนี้ไปทำโซลาร์ฟาร์มในกรมชลประทาน เพราะรัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะเอาไปทำอะไร อย่างไรก็ตาม หากเรากู้ 4 แสนล้านบาท จะทำให้ประชาชนเป็นหนี้ คนละ 164,800 บาทต่อคน จะทำให้ลูกที่อยู่ในท้องเมื่อเกิดมาก็มีหนี้สินติดตัวแล้วเกือบ 170,000 บาท
“ผมขอถามว่าเราเป็นนักการเมือง ตอนเวลารณรงค์เลือกตั้งหาเสียงเราบอกว่าเราจะแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ แต่วันหนึ่งกลับกลายมาหลอกลวงประชาชนบอกว่า เดี๋ยวจะกู้เงินตามที่นโยบายประกาศไว้ แต่ไม่ได้บอกว่า นั่นคือเงินที่เขาต้องรับภาระหนี้สินในอนาคต ผมและเพื่อนสส.พรรคประชาธิปัตย์ เรามีความกังวล ในการใช้เงินจากพ.ร.ก.ดังกล่าว และพ.ร.ก.นี้ ผมไม่อยาก พ.ร.ก.เงินกู้ ผมขอเรียกเป็นพ.ร.ก.ภาระลูกหลาน ดั่งคำปณิธานของนายกฯ ที่ประชาชนชาวไทยพูดอยู่ประจำว่า รวยไม่ไหวแล้วโว๊ย”นายชัยชนะ กล่าว

