หน้าแรก การเมือง อรรถกร ซัด พ....

อรรถกร ซัด พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้หัวละ 6 พัน ฉะ รบ.ผิดคำสัญญาปชช.

4.06.26 | 16:02 น.

อรรถกร ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้คนละกว่า 6 พันบาท อัด ‘รัฐบาล’ ผิดคำมั่นประชาธิปไตย-ธรรมาภิบาล ถามโครงการปรับโครงสร้างพลังงานเร่งด่วนจริงหรือ เหน็บเหมือน ‘เมนูยัดไส้’ ซ่อนรายละเอียดในกฎหมายกู้เงินฉบับเดียว

เมื่อเวลา 13.17 น. วันที่ 4 มิถุนายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)​ วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของ นายปรเมษฐ์ จินา ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ได้แก่ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า การออกพ.ร.ก.ดังกล่าวจะทำให้คนไทยกว่า 67 ล้านคนต้องแบกรับภาระหนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละกว่า 6,000 บาท แม้จะทราบดีว่ารัฐบาลมีเสียงข้างมากเพียงพอที่จะผลักดันกฎหมายให้ผ่านความเห็นชอบของสภาได้ก็ตาม ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาว่าจะยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม แต่พฤติกรรมของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะการยุติการทำประชามติทั้งที่ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 9,000 ล้านบาท กลับสะท้อนให้เห็นถึงการเดินสวนทางกับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ก่อนหน้าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ประเด็นที่สังคมกำลังจับตาอย่างหนักคือโครงการแลนด์บริดจ์ แต่รัฐบาลกลับเปลี่ยนฉากทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยการผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขึ้นมาแทน จนเกิดคำถามว่ารัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องทางการคลังหรือไม่ สำหรับวงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่จะนำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสนั้น แม้ตนจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ระหว่างประเทศ แต่ยังมีข้อกังวลสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเข้าถึงสิทธิ์ว่าจะเป็นธรรมกับกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยจริงหรือไม่ เพราะหากคนจนไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ แต่กลับต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อนอยู่แล้ว

นายอรรถกร กล่าวอีกว่า สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือวงเงินอีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะนำไปใช้ในโครงการปรับโครงสร้างพลังงาน ตนขอตั้งคำถามว่าโครงการดังกล่าวมีความเร่งด่วนและเข้าข่ายสถานการณ์ฉุกเฉินถึงขนาดต้องบรรจุอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ การปรับโครงสร้างพลังงานอาจเป็นนโยบายที่สำคัญ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จนไม่สามารถดำเนินการผ่านกระบวนการงบประมาณปกติได้ อีกทั้งรายละเอียดของโครงการยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งอาจใช้เวลาดำเนินการนานหลายเดือนหรือหลายปี

“ทุกวันนี้แม้แต่อาหารหนึ่งจานยังต้องระบุราคาและส่วนผสมให้ผู้บริโภคทราบ แต่โครงการมูลค่ามหาศาลที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันใช้หนี้ กลับไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนให้ตรวจสอบได้ การนำโครงการปรับโครงสร้างพลังงานมารวมไว้ใน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเดียวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนว่า เป็นลักษณะของเมนูยัดไส้ที่นำหลายเรื่องมารวมกันไว้ในจานเดียว โดยที่ประชาชนยังไม่รู้ชัดเจนว่าภายในมีส่วนผสมอะไรซ่อนอยู่บ้าง“ นายอรรถกร กล่าว

Advertisement