หน้าแรก การเมือง จับตา กกต.ถกล...

จับตา กกต.ถกลับ ปม แสวง ส่อหลุดเก้าอี้ ติดปัญหาข้อกม.อดีตบอร์ดมีสิทธิ ร่วมประเมินหรือไม่

4.06.26 | 18:23 น.

พลิกอีกตลบ! จับตา กกต.ประชุมลับ ถกปม แสวง ส่อหลุดเก้าอี้ ติดปัญหาข้อกฎหมายอดีตบอร์ดมีสิทธิร่วมประเมินหรือไม่

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีวาระการพิจารณาเรื่องการบริหารสำนักงาน กกต.ได้มีการประชุมลับ 7 คน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการหารือกรณีมีกระแสข่าวว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่อหลุดเก้าอี้เลขาฯกกต. เนื่องจาก กกต.ชุดเดิมคือ ชุดนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. ประเมินผลการปฏิบัติงานในปี 2568 ให้ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 โดยสำนักงานรอเพียงความเห็นของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ กกต. ที่จะเป็นเสียงชี้ขาด ก่อนรวบรวม และนำเสนอเข้าที่ประชุมพิจารณาในช่วงกลางเดือนนี้

โดยมีรายงานว่าในที่ประชุมลับดังกล่าว ได้มีการพิจารณาเบื้องต้นว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมทั้งพิจารณาการทำงานของเลขาธิการ กกต.ในปัจจุบัน อีกทั้งในประเด็นข้อกฎหมายที่มีการโต้แย้งว่า กกต.ชุดเก่า ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วมีอำนาจในการประเมินหรือไม่ เพราะมาประเมินภายหลังพ้นจากตำแหน่งไปนานแล้ว โดยเพิ่งมาประเมินเมื่อต้นเดือน มิ.ย.69 นี้ ซึ่งขัดกับสัญญาที่กำหนดว่าผู้ประเมินต้องเป็น กกต.เท่าที่มีอยู่ และการประเมินที่ผ่านมาก็ให้เฉพาะ กกต.เท่าที่มีอยู่เท่านั้นเป็นผู้ประเมิน

โดยที่ผ่านมานายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีต กกต. และนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อดีต กกต. ที่พ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่ได้ประเมิน แต่ กกต.ที่มาแทนคือ นายชาย นครชัย ซึ่งมาเป็น กกต.ใหม่ ก็เป็นผู้ประเมิน แม้จะมาดำรงตำแหน่งภายหลังปีประเมินก็ตาม แต่ครั้งนี้กลับให้ กกต.ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเป็นผู้ประเมิน ซึ่งไม่ได้เป็น กกต.แล้ว โดย กกต.ปัจจุบันไม่ได้ประเมิน จึงต่างจากการประเมินปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาฉบับเดียวกัน

“นอกจากนี้มี กกต.บางคนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วยังไม่ได้ส่งผลการประเมิน รวมทั้งบางส่วนมีหนังสือสอบถามว่า อดีต กกต.มีอำนาจประเมินหรือไม่ ถ้ามีมีตามกฎหมาย หรือสัญญาข้อใด และที่ผ่านมามีอดีต กกต.เคยประเมินหรือไม่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ สำนักงานต้องไปศึกษาและนำมาเสนอที่ประชุม กกต.พร้อมกับผลการประเมินของ กกต.ชุดเก่าที่หาก กกต.ชุดปัจจุบันยอมรับผลการประเมินของ กกต.ชุดเก่าและจะมีมติ

ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการ กกต.2560 ข้อ 14 (5) ก็กำหนดว่า หาก กกต.มีมติให้พ้นจากตำแหน่งก็ต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

Advertisement