หน้าแรก การเมือง พท.นัดถกสัปดา...

พท.นัดถกสัปดาห์หน้าปมร่างรธน. หลังภท.ถอนชื่อ หวั่นเฟ้นสสร.ขัดศาลชี้ ‘ชูศักดิ์’ คาใจส่งเนื้อหาดูล่วงหน้าแล้ว

5.06.26 | 06:05 น.

พท.นัดถกสัปดาห์หน้าปมร่างรธน. หลังภท.ถอนชื่อ หวั่นเฟ้นสสร.ขัดศาลชี้ ‘ชูศักดิ์’ คาใจส่งเนื้อหาดูล่วงหน้าแล้ว

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน กรณีที่พรรคภูมิใจไทย มีมติถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ทราบเรื่องแล้ว เราคงต้องรับฟังเสียงของทุกฝ่าย พรรคเพื่อไทย จะการหารือกันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ทั้งนี้ประเด็นรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของแต่ละคนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาพรรคร่วม เมื่อถามย้ำอีกว่า จะต้องมีการเคลียร์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เรื่องนี้เป็นกลไกของสภา ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับกลไกของครม. อยากให้แยกส่วนระหว่างเรื่องรัฐบาลกับเรื่องของพรรค เป็นคนละส่วนกัน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าต้องรับฟัง และต้องเคารพซึ่งกันและกัน ถือเป็นเอกสิทธิ์สมาชิกในการดำเนินการได้ เป็นเรื่องปกติในสภาที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เมื่อเกิดเหตุขึ้นมา สิ่งที่เราต้องทำ มีอยู่ 2 อย่างที่ต้องดำเนินการ เนื่องด้วยความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่กระทบความสัมพันธ์ใด ๆ อยู่แล้ว เป็นเรื่องสภาที่จะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง โดยพรรคภูมิใจไทยได้ถอนชื่อ สิ่งที่ต้องทำคือ คงต้องใช้เวลากลับไปนั่งคุยกับพรรคภูมิใจไทย ว่าเหตุผล และความจำเป็น แนวความคิด ข้อห่วงใยอย่างเรื่องข้อสุ่มเสี่ยงเรื่องกฎหมายมีอย่างไรบ้าง และเดินหน้าอย่างไรกับการแก้จะเดินต่อหรือไม่อย่างไร พรรคเพื่อไทยคงใช้เวลาประชุมคาดว่าเป็นสัปดาห์หน้า ต้องยอมรับความจริงว่าพรรคมีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถลงชื่อโดยพรรคเดียว และผลักดันร่างของเราได้ ส่วนร่างหลักสุดท้าย ต้องยอมรับความจริงว่า เราหนีไม่พ้นว่าพรรคภูมิใจไทย มีสมาชิกมากที่สุดมากกว่า 190 คนและสุดท้ายคงใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณา ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นเรื่องสมการทางการเมือง ว่าจำนวนเท่านี้ เราต้องผลักดันไปตามที่เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่ได้มีเรื่องความขัดแย้งใด ๆ เพราะพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้บอกเองว่าพรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใย เช่นเดียวกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งแล้ว ว่าในการประชุมพรรค แนวโน้มมติพรรค อาจจะออกมาเป็นเช่นไร เราทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ และเมื่อเกิดแล้วเราก็ต้องรับฟัง เพราะเขามี 190 กว่าเสียง ไม่ได้เซอร์ไพรส์ เราทราบก่อน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภาเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้กับครั้งก่อนไม่ได้มีอะไรแตกต่างในสาระสำคัญ ยังไม่เคยมีคำวินิจฉัยใดๆ ว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ที่สำคัญร่างแบบนี้เคยเข้าพิจารณาในรัฐสภามาแล้ว พรรคภูมิใจไทยโหวตรับร่างจนได้เสียงข้างมากของรัฐสภา เพียงแต่ไม่ได้เสียง สว.1ใน3 ขาดไปหกคน ทำให้ร่างตกไป เหลือเพียงร่างของประชาชนซึ่งให้ประชาชนมาออกเสียงเหมือนกันกับร่างภูมิใจไทยเท่านั้นที่ผ่านไปได้ ในตอนนั้นยังเอาร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก แต่สุดท้ายก็ยุบสภากันเสียก่อน ส่วนตัวจึงไม่เข้าใจว่าครั้งก่อนโหวตให้ ครั้งนี้มีปัญหา

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ทำใจลำบาก คือได้ขอความร่วมมือทุกพรรคการเมือง และส่งร่างให้ดูกันแล้วจนมีการแถลงต่อสื่อ ว่าจะยื่นประธานรัฐสภาในวันนี้ ก็มีเหตุการณ์ถอนชื่อกันขึ้น โดยมีเหตุผลว่าเป็นห่วงว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัย ซึ่งประเด็นว่าขัดต่อคำวินิจฉัยก็คงจะไม่เกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะโอกาสที่ร่างเพื่อไทยจะเป็นร่างหลักนำไปพิจารณา คงจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ร่างที่จะเป็นหลักจะเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงมากสุด
“ส่วนตัวจึงเห็นว่าถ้าเสียงที่มีอยู่พอเพียงถึงหนึ่งในห้าควรจะได้ยื่นร่างเพื่อไทยต่อรัฐสภา เพื่อยืนยันในเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมของประชาชน ความตั้งใจของผมอยากเห็นเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ยื่นกันหลายๆพรรค วิจารณ์ข้อดีข้อเสียกันให้ถึงที่สุด ผมคงจะดูว่าฝ่ายบริหารของพรรคจะเดินต่อไปอย่างไร” นายชูศักดิ์ กล่าว

Advertisement

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อจากการลงชื่อกับร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยพบประเด็นที่น่ากังวลว่า เนื้อหาจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ในส่วนที่ว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง เหตุผลสำคัญพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า ร่างของพรรคเพื่อไทยอาจตีความได้ว่า เป็นกรณีที่รัฐสภาให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง เนื่องจากร่างพรรคเพื่อไทยกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรง 300 คน และให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน อาจเป็นประเด็นโต้แย้งได้ในเรื่องเจตจำนงประชาชนในการเลือก ส.ส.ร. เนื่องจากหากรัฐสภาเลือกบุคคลที่ได้รับคะแนนน้อยในจังหวัดนั้นเป็น ส.ส.ร. แทนที่จะเลือกคนที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละจังหวัด ถือเป็นการขัดเจตจำนงของประชาชนหรือไม่ เท่ากับเป็นการบังคับให้รัฐสภาเลือก ส.ส.ร. ที่ได้คะแนนสูงสุดโดยปริยาย กรณีดังกล่าวตีความได้ว่า รัฐสภากำหนดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงหรือไม่ เพราะหากรัฐสภาไม่เลือกตามคะแนนสูงสุดก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เชิงเหตุผลและลำดับชั้นของอำนาจระหว่างรัฐสภากับเจตจำนงของประชาชนในการเลือก ส.ส.ร. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายนิกร กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้สำเร็จ เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ด้วยเพื่อที่จะไม่ให้เกิดกรณีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอนั้นขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้กระบวนการล่าช้าหรือระยะเวลาทอดยาวออกไปอีก สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญคือการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า พรรคภูมิใจไทยได้หารือกันถึงข้อกังวลจากฝ่ายกฎหมายพรรค และคนที่ดูรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ทั้งนายนิกร จำนง นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ท้วงติงว่า ร่างของพรรคเพื่อไทย มีปัญหาและอาจไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่8 / 66 ที่วินิจฉัยว่ากรณีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดเอาไว้ว่าให้แต่ละจังหวัดไปเลือก 3 คน และส่งให้รัฐสภา เป็นผู้เลือก ซึ่งเรามองว่าอาจขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ