หน้าแรก การเมือง สว.สำรอง บี้ ...

สว.สำรอง บี้ กกต. ส่งคดีฮั้วถึงศาลฎีกา แฉต่อรองฟันแค่กลุ่มละ2คน ทนายอั๋นอัดแสวง ประเมินไม่ผ่านยังอยู่ต่อ

5.06.26 | 13:00 น.

ส.ว.สำรอง บี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา ซัดอย่าเหิมเกริมใช้อำนาจปัดตกคำร้อง แฉกระแสต่อรองการเมืองฟันแค่กลุ่มละ2คน “ทนายอั๋น” ฉะ “แสวง” หน้าด้าน เขาไม่ให้ผ่านยังจะอยู่ต่อ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เรียกร้องให้กกต.กล้าหาญที่จะมีมติเอาผิดขบวนการฮั้วส.ว.ทั้ง 229 คน และส่งศาลฎีกาวินิจฉัย โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กกต.ได้ส่งสำนวนความผิดในคดีเลือกส.ว.คดีอื่น ที่มีพยานหลักฐานเป็นแชตไลน์แลกคะแนน และขอคะแนน มีคนกลางประสานจัดหาคะแนนจับคู่แลกคะแนน ซึ่งศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาว่าเป็นความผิดรับรองไส้หมดแล้ว แต่ในคดีฮั้วส.ว. ซึ่งมีพยานหลักฐานหนักแน่นกว่า มีทั้งเส้นเงิน มีแชตไลน์ คลิปเสียง มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ครบกกต.กลับยังชักช้าไม่พิจารณา และมีข่าวว่ากล้าที่จะยกคำร้อง แต่วันนี้กกต.อาจจะไขว้เขวแล้วหลังจากที่ศาลอาญาทุจริตมีคำพิพากษาสั่งลงโทษป.ป.ช. 2 คน วันนี้เราจึงอยากมาบอกว่า กกต.อย่าเหิมเกริมลุแก่อำนาจ ปัดทิ้งคดีฮั้วส.ว. เพราะมันมีข้อสงสัยมากมายตั้งแต่กระบวนการแรก และมีหลักฐานมากมาย รวมทั้งมีคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีอื่นไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว อีกทั้งพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. มาตรา 62 ไม่ได้ให้โอกาสกกต.ใช้ดุลพินิจที่จะไม่ส่งเรื่องไปศาลฎีกาเพราะกฎหมายใช้คำว่า “หากมีเหตุอันควรสงสัย” ให้ส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งหลักฐานที่มีทั้งแชตไลน์ เส้นเงิน คลิปเสียงก็ถือว่าเป็นเหตุอันควรสงสัยแล้ว

“มันมีกระแสข่าวว่ามีการต่อรองกันของพรรคการเมืองขอกลุ่มละ 2 คน จะดันส.ว.สำรองขึ้นไปแทน ผมถามส.ว.สำรองแล้วในทางการเมืองจะซูเอี๊ยะกันอย่างไรเราไม่รู้ แต่วันนี้ถ้ามีทนายอั๋น บุรีรัมย์ อยู่กกต.ต้องส่งไปศาลฎีกา 229 คนให้จบ เพราะที่เรามาวันนี้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง แต่เพื่อเป็นการยึดหลักนิติธรรมนิติรัฐ”

นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวกรณีมีกระแสข่าวว่านายแสวง บุญมี ส่อหลุดเก้าอี้เลขาธิการ กกต.เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานปี 68 ว่าส่วนหนึ่งก็มาจากการที่นายแสวงยื้อสำนวนคดีฮั้ว.สว.ในแต่ละขั้นตอนของสำนักงาน แต่นายแสวงก็กลับสู้มือว่ากกต.ชุดเก่ามีอำนาจจะมาประเมินหรือเปล่า ซึ่งแบบนี้แถวบ้านตนเรียกว่าหน้าด้าน เขาประเมินคุณไม่ผ่านแล้วคุณควรจะออกไป

“มติเดิมของกกต.ที่ประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 นายแสวงอาจจะได้ ร้อยละ 50 แต่มันต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในสัญญาจ้างที่กำหนดไว้ร้อยละ 60 แต่จะบอกว่าประชาชนให้คุณร้อยละ 0.1 จาก 100 เต็มฉะนั้นออกไปตาแหวง”

Advertisement

ด้านนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง พร้อมด้วยพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการ เรียกร้องให้กกต.จ่ายเงินรางวัลผู้ชี้เบาะแสในคดีฮั้ว ส.ว.ระดับจังหวัดสมุทรปราการเนื่องจากว่าคดีดังกล่าวได้ดำเนินการจนศาลมีคำพิพากษา บัดนี้ยังไม่มีใครได้รับเงินรางวัลดังกล่าวเองทั้งที่กกต.เองก็มีระเบียบกกต.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการแสวงหาข้อมูลข่าวสารและการให้รางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแส การกระทำการอันไม่สุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 ข้อ 5 จึงอยากให้กกต.ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ทราบว่ากกต.ไม่ได้มีการจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสผ่านแอพพ์ตาสับปะรดเลย จึงเกรงว่าครั้งนี้จะถูกเบี้ยวการจ่ายเงินรางวัลเช่นกัน เป็นเช่นนั้นต่อไปก็จะไม่มีประชาชนให้ความร่วมมือในการชี้เบาะแสทุจริตให้กับกกต.ทั้งทางตรงและผ่าน แอพพ์ ตาสับปะรด