หน้าแรก การเมือง วิสุทธิ์ แฉปร...

วิสุทธิ์ แฉประตูกฎหมายอภินิหาร 3 บาน เปิดช่องผู้ทำปฏิทินประกันสังคม ไม่ต้องแข่งราคา

7.06.26 | 09:54 น.

วิสุทธิ์ แฉประตูกฎหมายอภินิหาร 3 บาน เปิดช่องผู้ทำปฏิทินประกันสังคม ไม่ต้องแข่งราคา

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการปฎิรูปการจัดซื้อจัดจ้าง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงช่องโหว่กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกรณีปฎิทินสังคม ว่า ตนมีข้อสงสัยว่าเหตุใดบางคนยืนกรานต้องจัดพิมพ์ปฏิทินประกันสังคมให้ได้ ทั้งที่สังคมตั้งคำถามถึงความจำเป็น และเมื่อย้อนดูข้อมูลในอดีต จึงพบว่าคำถามอาจไม่ใช่แค่จำเป็นหรือไม่ แต่ต้องถามด้วยว่าได้ปฏิทินมาอย่างไร

นายวิสุทธิ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสื่อมวลชวนต่างๆ พบว่า มีการใช้งบจัดทำปฏิทินประกันสังคมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ราว 630 ล้านบาท และเป็นการเลือกผู้ผลิตแบบเฉพาะเจาะจง 10 สัญญา จาก 11 สัญญา ฉะนั้นหากจะเรียกว่าได้ปฏิทินกับการประกวดราคาที่โปร่งใสนั้น ถือว่าไม่ถูก ซึ่งปฎิทินยืนหยัดใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอยู่ได้ด้วยประตูทางกฎหมายสามบาน ได้แก่ บานแรกคือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ.2560 มาตรา 56 ที่เปิดช่องให้ออกกฎกระทรวงใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม ซึ่งจริงๆ แล้ว การใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไม่ได้ผิดอะไร หากเป็นกรณีฉุกเฉินหรือมูลค่าต่ำมากๆ แต่ปัญหาคือการเพิ่มกรณีพิเศษต่างๆ ตามสะดวก

นายวิสุทธิ์กล่าวด้วยว่า ประตูบานที่สองคือ กฎกระทรวง พ.ศ.2563 ที่ออกมารองรับกฎหมายที่ระบุให้ซื้อแบบเจาะจงได้ หากเป็นพัสดุส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตรจากร้านสหกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีใครสักคนใช้ประตูบานนี้ เพื่อเจาะจงเลือกชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) ให้เป็นผู้ผลิต 7 จาก 11 สัญญา เป็นเงิน 416 ล้านบาท โดยไม่ต้องแข่งกับใคร

นายวิสุทธิ์กล่าวต่อว่า เมื่อประตูบานนี้เริ่มมีคนจับตา ก็จะมีใครสักคนเลือกใช้ประตูอีกบานคือ กฎกระทรวง พ.ศ.2561 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานในเครือของรัฐ โดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ทำให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กลายมาเป็นผู้จัดทำปฏิทินโดยไม่ต้องแข่งขันอีก 3 สัญญา เป็นเงินรวม 160 ล้านบาท แล้วถ้าให้มีการประกวดราคา อย่างกรณีปี 2569 ที่ยกเลิก ปรากฏว่าผู้ชนะที่เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการพิมพ์ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 45 เปอร์เซ็นต์ หรือเสนอราคา 26.6 ล้าน จากราคากลาง 48.7 ล้าน นั่นหมายความว่าหากเลือกใช้การแข่งขันอย่างโปร่งใส แทนการเปิดประตูอภินิหารทางกฎหมาย ก็น่าจะประหยัดงบได้ 260 ล้าน

“นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะยังหลายหน่วยงานใช้วิธีเดียวกันปีละหลายหมื่นล้านบาท และก็ทำให้บางองค์กรก็ขยายไปทำสิ่งที่ตนเองไม่ได้ถนัด เพื่อไปกินกำไรโดยไม่ต้องแข่งขันกับใคร พรรคประชาชนจึงเสนอรื้อระบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดให้เป็นไปตามแนวทางสากล โดยอิงกับแนวทางของสหประชาชาติ และธนาคารโลก ซึ่งต้องทบทวนกฎหมาย กฎกระทรวง ที่กลายเป็นประตูอภิหาร สร้างความเสี่ยงทุจริตที่ถูกต้องโดยระเบียบราชการ” นายวิสุทธิ์กล่าว

Advertisement

นายวิสุทธิ์กล่าวด้วยว่า ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้างของสภาผู้แทนราษฎร ที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีการเผยผลการวิเคราะห์ ข้อเสนอให้สังคมรับทราบและขอความเห็นเป็นระยะ ซึ่งตนยินดีหากใครจะส่งข้อมูลความผิดปกติหรือมีข้อเสนอดีๆ มาให้เพื่อประหยัดภาษีของประชาชนทุกคน