เอกนิติ เผย นายกฯ สั่งทบทวน เกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คกก.ประชารัฐฯ พิจารณาด่วนเร็วที่สุดเสร็จภายในก.ค.นี้ ย้ำเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน
เมื่อเวลา 07.27 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งให้กระทรวงการคลัง ยกเลิกการใช้มาตรการภาษี ลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ที่ใช้เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ในเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้หารือกับนายกฯ ในประเด็นที่สังคมและประชาชนเป็นห่วงเรื่องเกณฑ์ ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่บุตรได้นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ในช่วงที่ผ่านมา และถูกตัดสิทธิ
นายเอกนิติ กล่าวว่า โดยนายกฯและกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นทางสังคม โดยเป็นห่วงประเด็นนี้และเน้นย้ำจะให้ความเป็นธรรม ซึ่งจุดประสงค์คือต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อน และไม่มีสิทธิใดๆ ไม่มีใครดูแล เราไม่ได้เปิดสิทธิทบทวนคนที่เดือดร้อนมานานครั้งที่แล้วก็ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ซึ่งมีข้อร้องเรียนมากมายว่าบัตรว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนที่ถือบัตรปัจจุบันประมาณ 13.2 ล้านคน มีคนที่เดือดร้อนจริงและไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ เราอยากให้บัตรสวัสดิการตรงนี้ตกไปถึงคนที่เดือดร้อนจริง
“ซึ่งวันนี้ได้เปิดให้กระทรวงมหาดไทยไปช่วยดูแลหาคนที่เดือดร้อนจริง และอาจจะตกหล่นคนที่จนไม่มีใครดูแล โดยเปิดตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.-21 มิ.ย.2569 และคนที่อยู่ในสิทธิปัจจุบันก็มาทบทวนคนที่ไม่เดือดร้อนจริงมีใครบ้าง และคนที่ไม่มีคนดูแลมีใครบ้าง ซึ่งเกณฑ์ที่บอกว่าคนที่ลูกดูแลแล้ว แต่มีเรื่องเกณฑ์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งคนที่มีสิทธิคือพ่อแม่ ก็ถือว่ามีลูกดูแลแล้ว แต่ความเป็นจริงไทยปัจจุบันในสังคมไทยปัจจุบันจากข้อมูลที่ฟังมาทั้งหมดจะมีลูกบางคนที่ใช้สิทธิลดหย่อน แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริงตรงนี้เราก็เป็นห่วง การที่ไปตัดสินพ่อแม่อาจจะถูกกระทบ นายกฯจึงสั่งให้ไปทบทวน”นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ตนได้พูดคุยกับกระทรวงการคลัง ซึ่งกระบวนการในการทบทวนตรงนี้เรามีคณะกรรมการพิจารณาคือ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะไปพิจารณาทบทวนตามข้อสั่งการของนายกฯ ว่าข้อนี้อาจจะไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ แล้วตัวเองต้องขาดสิทธิตรงนี้ ซึ่งวันนี้ได้มอบกระทรวงการคลังนำเรื่องไปพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อทบทวนสิทธิในข้อนี้ เพราะเราได้คำนึงถึงเสียงของสังคม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน
เมื่อถามว่า ตรงนี้จะพิจารณาแล้วเสร็จนานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า หลักการที่เข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มอบให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไปพิจารณาในกระบวนการทบทวนทบทวนหลักเกณฑ์ ได้อยู่แล้ว ซึ่งจะดำเนินการด่วนที่สุด
เมื่อถามต่อว่า ถึงขั้นว่าจะต้องมีการทบทวนฐานเงินเดือนลูกในการเสียภาษีด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ณ วันนี้ได้มีการลดหย่อนภาษีไปแล้วในปีที่แล้ว ลูกได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว ซึ่งเกณฑ์นี้ต้องเรียนว่าในหลักเกณฑ์ที่เข้าครม. ไม่ได้กำหนดวัน เพราะอาจจะเกิดความไม่เป็นธรรมจากปีที่แล้ว ลูกเอามาลดหย่อนภาษีแล้วพ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ ตรงนี้ตนคิดว่าอาจจะไม่ได้ใช้ในปีนี้ เพราะว่าได้ดำเนินการผ่านไปแล้ว สำหรับในปีหน้าคงต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หัวใจสำคัญของเรื่องที่จะเข้าครม.คือการทบทวนคนที่ตกหล่นที่ไม่มีโอกาส ไม่มีใครดูแลเลย และไม่มีระบบสวัสดิการที่จะดูแล ซึ่งที่ผ่านมาที่ใช้กันมาตลอด 10 ปีก็ถูกร้องเรียนเป็นจำนวนมากว่าคนที่ใช้สิทธิเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ เราต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อไปใช้สิทธิอื่น ยกตัวอย่างคนที่จะถูกตัดสิทธิ จาก 13.2 ล้านคน ที่เขาไม่ได้เดือดร้อนจริงไม่ใช่คนที่ที่จนที่สุด หลายคนไปยื่นใบสมัครโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่เราไม่ได้ให้ เพราะถือว่าอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ซึ่งคนที่จนที่สุดที่ไม่มีเงินแม้จะไปสมทบ ในไทยช่วยไทยพลัสคนกลุ่มนั้น คือกลุ่มคนที่เราต้องการช่วย วันนี้จึงต้องมีการทบทวน
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาเร่งดำเนินการในเรื่องนี้เพราะต้องการให้เสร็จภายในเดือนก.ค.2569 เพราะวันที่ 1 ส.ค.2569 เราจะให้คนที่หลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย
เมื่อถามอีกว่า คนที่ไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและต้องมาใช้ไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 1 ส.ค.จะได้ใช้สิทธิ 2 เดือนใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ 2 เดือน สำหรับข้อมูลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 13.2 ล้านคน ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้วเกือบ 10 ล้านคน
ส่วนที่ติดปัญหาข้อมูลไม่ครบถ้วน เกี่ยวกับเรื่องของการนำชื่อใบลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ย้ำว่าวันนี้เป็นการสำรวจสิทธิ ยังไม่ได้ตัดใครเลย ฉะนั้นวันนี้เราเพียงไปสำรวจเพื่อให้มายืนยันตัวตน เพื่อเอาไปสำรวจสิทธิ และนำไปทบทวนหลักเกณฑ์ต่างๆ เพราะมีข้อร้องเรียนว่าคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง และไปแอบอ้างใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะเดียวกันคนที่เดือดร้อนจริงกับไม่ได้รับสิทธิ์

