ปริญญา จี้ ปธ.รัฐสภา ตัดสัมพันธ์เขมร ยุบกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชา งดความช่วยเหลือทุกด้าน
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.69 เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. แถลงข่าวเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา ตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชา ในระดับรัฐสภา ด้วยการให้ยกเลิกกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชาของรัฐสภาว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และมีการทำสงครามจิตวิทยาก่อกวนประเทศไทย ซึ่งไทยพยายามยุติการสู้รบมาโดยตลอด แต่ก็ยังมีประเด็นเข้ามาตามแนวชายแดน และเนื่องจากรัฐสภา มีกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-กัมพูชา ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อให้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริม และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสมาชิกรัฐสภา แลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างรัฐสภา และการเยือนต่างๆ
นายปริญญา กล่าวว่า ในปัจจุบันมองว่า ไม่จำเป็นจะต้องมีการติดต่อกับกัมพูชา โดยรัฐสภา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ไม่ควรจะต้องมีความสัมพันธ์กับกัมพูชากันอีกต่อไป ตนจึงได้ทำหนังสือเรียกร้องถึงประธานรัฐสภา ให้พิจารณายกเลิกกลุ่มมิตรภาพดังกล่าว เพื่อเป็นการตัดความสัมพันธ์อย่างเด็ดขาด และทบทวนภารกิจต่าง ๆ ของกลุ่มมิตรภาพนี้ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารูปแบบ หลักเกณฑ์ในการประสานงานตามสถานการณ์ หรือหากผลการศึกษาพบว่า ไม่ควรที่จะคงให้มีกลุ่มดังกล่าวอีกแล้ว ก็ให้พิจารณาทบทวนโครงสร้าง และยกเลิกทันที
“ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการ ที่เป็นสมาชิกรัฐสภา และอยู่ในกลุ่มมิตรภาพดังกล่าว จำนวน 9 คน ซึ่งมีทั้ง สส. ฝ่ายรัฐบาล สส.ฝ่ายค้าน และ สว. ขอให้ถอนรายชื่อ และลาออกจากคณะกรรมการ พร้อมตัดความสัมพันธ์ รวมถึงขอประธานรัฐสภา ที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดตั้ง ถ้าท่านเห็นหัวประชาชนจริง ๆ ก็ควรพิจารณาให้ตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างเด็ดขาด”นายปริญญา กล่าว
นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ขอให้รัฐบาลชะลอ หรือปรับลดงบประมาณช่วยเหลือกัมพูชาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ได้แก่ 1.การตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัว และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี สำหรับเด็กกัมพูชาที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย 2. ยกเลิกโครงการโรงเรียนชายแดนสำหรับนักเรียนไป-กลับ เฉพาะเด็กกัมพูชา 541 คน ซึ่งขณะนี้กลุ่มนักเรียนดังกล่าว ไม่ได้เดินข้ามแดนมาโรงเรียนไทย เนื่องจากด่านชายแดน
3. ชะลอความช่วยเหลือ ด้านการศึกษาอื่น ๆ เว้นแต่ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น นักเรียนทุนไม่ต้องส่งกลับ ให้ดำเนินการต่อไป ให้เรียนจนจบตามหลักมนุษยธรรม แต่งดสนับสนุน โครงการอื่น เช่น โครงการภายใต้ความร่วมมือตามกรอบ Thailand International Cooperation Agency (TICA) 4.งดกิจกรรม Thailand Education and Job fair
5. ยกเลิกทุนการศึกษา Thailand Scholarships 2005 (CLMV) ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดให้กับนักเรียนกัมพูชา, ลาว และเวียดนาม เพื่อศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก โดยให้ปรับลดเฉพาะกัมพูชา แล้วนำไปเพิ่มให้กับประเทศพันธมิตรประเทศอื่นแทน
6.ยกเลิกโครงการทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษา ในระดับปริญญาตรี โดยให้ตัดปรับลดเฉพาะกัมพูชา และไปมอบโควตาให้กับประเทศที่เป็นพันธมิตรของไทย เช่น กลุ่มอาเซียนอื่นอย่าง ติมอร์-เลสเต หรือภูฎาณ 7.ยกเลิกโครงการให้ทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐในไทย และ 8.รณรงค์ขอความร่วมมือ หน่วยงานที่สนับสนุนการศึกษาให้กับกัมพูชา ทั้งภาคเอกชน, ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม
นายปริญญา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยให้ความช่วยเหลือกัมพูชา รวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียน ผ่าน TICA ในเกือบทุกด้าน ทั้งการศึกษา, สาธารณสุข, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, มนุษยธรรม, ผู้ลี้ภัย และความร่วมมือการค้าชายแดน ดังนั้นประเทศไทยควรทบทวนการดูแลเรื่องดังกล่าว โดยควรชะลอ หรือควรงดความช่วยเหลือ ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะกลับมาปกติ
เมื่อถามว่า จะเป็นการสวนทางกับรัฐบาลที่กำลังมีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์หรือไม่ นายปริญญา กล่าวว่า วันนี้ในพื้นที่ชายแดน อย่าง จ.สุรินทร์ ก็เริ่มมีปัญหามากขึ้น ถามว่า วันนี้เราต้องอดทนต่อไปหรือไม่ ที่เราพยายามทำดี อดทน แต่ประชาชนสูญเสียกันไปเท่าไหร่ และถามว่า เราเคยเห็นความรับผิดชอบจากฝ่ายกัมพูชาอย่างจริงใจหรือไม่ อีกทั้งการท้าทายของกัมพูชาก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง เรายังไม่เคยเห็นการสำนึกผิดอย่างจริงใจ และทำไมเราต้องคอยช่วยเหลือต่อไป ซึ่งที่จริงแล้ว เราควรเรียกร้องไปถึงนานาชาติ และประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยซ้ำ ให้ช่วยกันบอยคอตประเทศกัมพูชา
“ยืนยันว่า สิ่งที่ผมเรียกร้อง ไม่ได้เรียกร้องเพื่อความสะใจ แต่เรียกร้องให้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ความเดือดร้อนของประชาชน และจิตใจของประชาชน รัฐสภาจะนิ่งดูดายได้หรือ ซึ่งขอให้ติดตามต่อไปว่า ประธานรัฐสภาจะดำเนินการอย่างไร”นายปริญญา กล่าว



