‘นันทนา’ ซัดงบ TH-AI Passport 1.6 พันล้านสูญเปล่า พร้อมตั้ง 9 ข้อสงสัย เหน็บ ต้องขอบคุณที่ ‘รมต.แนน’ มาตอบกระทู้แทน เพราะหากเป็น ‘ไชยชนก’ มาตอบเองคงต้องไปภาษาทิงลิชมาคุยด้วย ด้าน ‘รมช.ดีอี’ ตกใจสภาสูงใช้คำเสียดสี ลั่น คำนี้ไม่น่าออกมาจากวุฒิสภา หลังถูกถามมีเงินทอนโครงการหรือไม่ ติง ประธานไม่ควบคุม ยัน ตอบชัดเจนทุกคำถามแล้ว เผย 11 มิ.ย.นี้ ดีอีเปิดแลกเปลี่ยนความเห็นที่กระทรวง ด้าน ‘บิ๊กเกรียง’ รีบขอโทษที่ไม่ตักเตือน
เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. เรื่องโครงการ TH-AI Passport ถาม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แต่นายไชยชนกมอบหมายให้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ มาตอบกระทู้แทน
โดย น.ส.นันทนากล่าวว่า ขอบคุณที่ น.ส.แนนมาตอบกระทู้เรื่องนี้แทนนายไชยชนก เพราะหากนายไชยชนกมาตอบ ตนคงต้องไปฝึกภาษาทิงลิชมาสนทนากับนายไชยชนก และอาจจะต้องมีคนมาแปลภาษาให้คนอื่นเข้าใจอีกครั้ง ตนขอกระทู้ถามรัฐมนตรีช่วยเป็นภาษาคน อุ้ย ภาษาไทยแล้วกัน โดยโครงการ TH-AI Passport นี้เป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างล้นหลามหรือเรื่องอื้อฉาวเลยก็ว่าได้ เพราะแทบจะเป็นโครงการที่เหาะมาเลย เร็วกว่าทุกกระทรวง และยังสร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก เมื่อโครงการที่ใช้งบประมาณถึง 1,621 ล้านบาท แต่กลับใช้เวลาในการเขียนทีโออาร์และเสร็จสิ้นการประมูลภายใน 34 วัน ช่างเร็วรวดอย่างน่าตกใจ ปกติการที่รัฐบาลจะเสนอโครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์ ผู้คนก็จะแซ่ซ้องสรรเสริญ ยิ่งได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ประชาชนก็น่าจะยิ่งไชโยโห่ร้อง แต่ทำไมโครงการนี้ตรงกันข้าม มีแต่คำถามมากมาย
น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า มีคำถามเรียบง่าย 9 ข้อได้แก่ 1.กระทรววงดีอีฯ คิดอย่างไรจึงออกนโยบาย AI โปรที่จะแจกประชาชน 5 ล้านบัญชี ทำไมต้อง 5 ล้านบัญชี กระทรวงดีอีฯเอาฐานคิดมาจากไหน และจะใช้เกณฑ์การแจกจ่ายอย่างไร 2.การแจก AI โปร 1 ปี คนไทยและประเทศไทยจะได้อะไรจากการใช้เงินมากมายขนาดนี้ จะเป็นการสูญเปล่าหรือไม่ 3.หากจะแจก AI โปร ทำไมจึงไม่ซื้อตรงจากบริษัทปลายทางเลย ไม่ประหยัดกว่าหรือ ทำไมจึงต้องซื้อแบบมีคนกลาง เพราะมีคนสงสัยว่ามีเงินทอนหรือไม่ แต่ตนไม่เชื่อ 4.การจัดทำทีโออาร์อย่างเร่งรีบ ผิดสังเกต และผู้มีส่วนได้เสียได้เข้ามามีส่วนจัดทำทีโออาร์ด้วยหรือไม่ 5.ในเนื้อหานั้นแน่ใจหรือไม่ว่า AI โปรที่แจกนั้นเป็นระดับโปร หรือจริงๆ แล้วเป็นแค่ระดับพื้นฐานที่คนทั่วไปสามารถใช้ได้ฟรี แต่รัฐต้องมาจ่ายเงิน
น.ส.นันทนากล่าวด้วยว่า 6.ทำไมทีโออาร์จึงระบุให้โฆษณาผ่านหน้าจอร้านสะดวกซื้อ 1,500 จอ โดยคนไทยทราบดีว่าใครที่ทำธุรกิจนี้บ้าง มีเจ้าเดียวใช่หรือไม่ และทำไมหากเราจะแจก AI โปร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีออนไลน์ ทำไมจึงไม่โฆษณาออนไลน์ แต่ทำไมไปโฆษณาผ่านร้านสะดวกซื้อ เพราะมันโบราณและย้อนแย้งกับสิ่งที่ทางกระทรวงกำลังจะแจก 7.ทำไมบริษัทที่ชนะการประมูลเป็นบริษัทที่ทำราคากลางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงสาธารณสุข และยังได้ต่อสัญญาโมโตจีพี ซึ่งถือเป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ 8.ทำไมเร่งผลักดันโครงการนี้ เพราะมีคนพูดว่าเร่งรีบถอนทุนจากการเลือกตั้ง และ 9.ขณะนี้มีเสียงคัดค้านอย่างอื้ออึง กระทรวงจะทบทวนโครงการนี้หรือไม่

ด้าน น.ส.แนนกล่าวว่า หากใครติดตามการเมืองจะทราบดีว่าพวกเราเรียกวุฒิสภาว่าสภาสูง ตนค่อนข้างตกใจเล็กน้อยที่เมื่อสักครู่มีคำเสียดสีมาพอสมควร และแปลกใจพอสมควรที่ประธานไม่ได้ทักท้วงอะไรด้วย แต่ไม่เป็นอะไร ตนจะขอตอบคำถามแม้ว่าคำถามทั้ง 9 ข้อนั้น นายไชยชนกเคยตอบไปแล้ว และสัปดาห์ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงก็ตอบคำถามไปแล้วทุกคำถามเช่นกัน ตนจึงค่อนข้างไม่ค่อยเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่มีใครรับรู้ข้อมูลนี้เลยหรือไม่ คงจะไม่ใช่เพราะทุกคำถามมีคำตอบไปหมดแล้วทุกข้อ และไม่เข้าใจว่าทำไมมาถึงวันนี้แล้วยังติดหล่ม 34 วัน เมื่อมีการชี้แจงไปเรียบร้อยแล้วว่าตั้งแต่เริ่มกระบวนการจนถึงวันที่เซ็นสัญญาไม่ใช่แค่ 34 วัน มันมากกว่านั้น ระยะเวลาทั้งหมดเป็นไปตามการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไปเหมือนโครงการอื่นๆ ไม่มีอะไรผิดแปลก
น.ส.แนนกล่าวอีกว่า ส่วนที่ท่านถามว่าทำไมถึงอยากให้ประชาชนคนไทยได้ใช้และเป้าหมายเป็นใครบ้าง เราก็เขียนไว้ชัดอยู่แล้วว่าต้องการให้คนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปมีสิทธิเข้าถึงการใช้ AI โปร ซึ่งเราก็อยากแจกหมดทั้งประเทศ หลายประเทศทั่วโลกสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้ AI เพื่อพัฒนาตัวเอง ซึ่งถ้ากดเข้าไปดูในแพลตฟอร์มต่างๆ ในแฮชแท็กตัวนึงคือ ครีเอเตอร์มือใหม่ เปิดค่าการมองเห็น คนไทยทั้งนั้นที่ใช้หลายคนใช้เพื่อทำมาหากิน ในโลกออนไลน์ ไม่ได้จำกัดแค่ว่าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ตัวชี้วัดหลังจากนี้จะชี้ชัดว่าประชาชนจะได้อะไร สำหรับคำถามว่าทำไมไม่ซื้อตรง มีเงินทอนหรือไม่ นี่ก็เป็นคำถามที่ไม่น่าจะออกมาจากทางสมาชิกรัฐสภา เพราะคำถามเหล่านี้ถ้าสงสัยจริงต้องส่งเรื่องไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว คงไม่มาถามเพื่อเป็นการเสียดสีหรือชี้นำให้สังคมมองไปเองด้านหนึ่ง ทั้งที่ยังไม่เห็นตัวเนื้องานเลยว่าคืออะไร ที่สำคัญเราไม่ได้ใช้เจ้าเดียว โครงการนี้มีทั้งหมด 8 เจ้า 14 แพลตฟอร์ม ถ้าเราต้องไปคุยตรงแยกกัน 8 เจ้าไม่มั่นใจว่าระยะเวลา 1 ปีจะเพียงพอหรือไม่ และขอยืนยันว่าการจัดทำ TOR การจัดทำโครงการรวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบราชการทุกข้อ ซึ่งวันนั้นการทำประชาพิจารณ์ไม่มีใครมีความเห็นอะไรเลย เราก็โฆษณาตามปกติเหมือนโครงการอื่นๆ แต่ไม่มีใครค้านมาทั้งสิ้น ส่วนเป็น AI โปรจริงหรือไม่ ก็ขอให้รอดูแต่ยืนยันว่าโปรแน่นอน
“ขณะที่ทำไมต้องโฆษณาบนจอร้านสะดวกซื้อก็ขอตอบตามปลัดกระทรวงว่า มีคนเข้าร้านสะดวกซื้อจำนวน 20 ล้านคนต่อวัน เพราะโครงการนี้เราไม่ได้เจาะจงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่อยากให้คนไทยที่อยากใช้ AI เข้ามาลงทะเบียนเพื่อนำโครงการนี้ไปพัฒนา ทั้งในการเรียนและการสร้างอาชีพ ส่วนที่พยายามชี้ว่าเป็นบริษัทเดียวกับที่ได้งานตรงนี้ตรงนั้น ถ้าจะสงสัยแบบนี้คงต้องรื้องบประมาณใหม่ทั้งหมด ในทุกงานของภาครัฐ เพราะว่าหลายๆ งานก็มีวนไม่กี่เจ้าในแต่ละกระทรวง เพราะเขามีความสามารถในการทำงาน ไม่ได้หมายความว่ามีการล็อกให้ใครอย่างใดอย่างหนึ่งทำ ท่านทราบดีว่างานประมวลภาครัฐก็ต้องมีความสามารถตามที่รัฐกำหนดเพื่อที่จะเข้ามาทำงานได้ ในเมื่อถ้าเขามีความสามารถ ไม่ใช่แค่กระทรวงดีอี กระทรวงไหนก็ตามแต่ถ้าเขามีความสามารถเขาก็มีสิทธิประมูลงาน” น.ส.แนนกล่าว
น.ส.แนนกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนยังขอประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่าเป็นความใส่ใจของรัฐมนตรีที่เปิดให้รับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากผู้ที่มีความเห็นแตกต่างกันไป ซึ่งในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ที่กระทรวงดีอีเปิดเวทีเสวนารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเราไม่ได้ปิดหรือจิ้มให้ใครไป จึงอยากจะเชิญชวนว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไร เราต้องการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจังและจริงใจ และต้องขอขอบคุณที่ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับทราบว่ามีโครงการนี้และสามารถเข้าถึงโครงการนี้ได้จริงๆ แล้วจริงๆ อยากจะให้คนทั้งประเทศแต่ในเมื่อได้เท่านี้ก็ต้องให้เป็นโครงการนำร่องไปก่อน เป็นสิ่งหนึ่งที่เราอยากพัฒนาอยากให้คนเรียนรู้

ขณะที่ พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ต้องขอโทษ น.ส.แนนด้วยที่ไม่ได้ตักเตือนสมาชิกที่อภิปรายในลักษณะดังกล่าว คิดว่าเป็นสภาสูง วุฒิสมาชิกทั้งหลายเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ ประชาชนที่ฟังอยู่ย่อมทราบดีว่าความหมายเป็นอย่างไร ก็เป็นเสียงสะท้อนของประชาชนเช่นเดียวกัน ก็ต้องขอโทษด้วยเช่นกัน
จากนั้น น.ส.นันทนากล่าวว่า อยากถามย้ำถึงคำถามสุดท้ายว่าท่านจะไปต่อกับโครงการนี้หรือทบทวนในรายละเอียดหรือไม่อย่างไร ตนยังต้องการคำตอบ
น.ส.แนนชี้แจงว่า คิดว่าตอบคำถามชัดเจนแล้วว่าคนไทยตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปซึ่งจะมีการลงทะเบียนพร้อมกัน โดยใช้การยืนยันตัวตนผ่านไทยไอดีแค่นี้ ซึ่งหากจะมีคำถามตามมาว่าทำไมต้องผ่านไทยไอดีก็เพราะเราต้องการให้คนไทยใช้ หากจะใช้อีเมล์เฉยๆ มาลงทะเบียนเราก็ไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าเป็นคนไทยจริงๆ หรือไม่ เราจึงบอกว่า 5 ล้านสิทธิให้คนไทย 15 ปีขึ้นไป ใคร 15 ปีขึ้นไปรอลงทะเบียนได้เลย แต่ถามว่าทำไมไม่เจาะจงเป้าหมายตนก็ตอบไปแต่แรกแล้ว จริงๆ อยากได้ทั้งประเทศเลย แต่งบประมาณเมื่อดูแล้วทำได้ประมาณ 5 ล้านคน และได้กำหนดเป้าหมายไปแล้ว 3 กลุ่มใหญ่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งหมดทั้งนักเรียนนักศึกษา กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ และภาคราชการ โดยเราได้มีหนังสือไปสอบถามหน่วยงานราชการเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า หากกระทรวงดีอีจะมีโครงการนี้ หน่วยงานราชการมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งมีการตอบกลับตัวเลขที่สูง ท่านอย่าคิดว่าการใช้ AI จะเป็นการใช้แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ตอนนี้ AI อยู่ในชีวิตเราทุกส่วนมีการใช้ในทุกด้าน มีการใช้จนกระทั่งผู้ปกครองเป็นห่วงลูก ซึ่งเราได้มองเห็นถึงปัญหานี้เช่นกันจึงได้เพิ่มเรื่องของการเรียนรู้เข้าไป และเมื่อเรียนจบก็จะมีการออกใบรับรองให้ด้วยเช่นกัน
น.ส.แนนกล่าวต่อว่า ส่วนที่ถามว่าจะไปต่อหรือไม่นั้น ขอย้ำว่านายไชยชนกบอกแล้วว่าได้เปิดเวทีรับฟังความผิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะที่กระทรวงในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ว่าเนื้อหาของโครงการนี้ดีหรือไม่ ที่มาเป็นอย่างไร เราจะสามารถทำอะไรให้ครอบคลุมเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้หรือไม่ และเข้าใจว่าค่อนข้างตอบได้ชัดเจนแล้วในประเด็นที่มาและแจกให้ใครบ้าง กรอบระยะเวลา คำถามทั้ง 9 ข้อที่ น.ส.นันทนาถามนั้น มั่นใจว่าตอบครบและครอบคลุม ท่านบอกว่าตนเลี้ยวไปเลี้ยวมา ไม่ได้เลี้ยวไปไหนและยืนตอบอยู่ตรงนี้ และตอบชัดเจนทุกข้อด้วย
น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า ยังเหลือเวลาอีก 1 นาทีจึงจะขอสรุปตรงสั้นๆ ทำให้ พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า “สั้นๆ นะครับ” น.ส.นันทนาจึงกล่าวว่า “สั้นค่ะ ดิฉันเหลือ 1 นาที รัฐมนตรีใช้เวลาเกินไป 6 นาที 36 วินาที ดิฉันยังไม่หมดเวลานะคะ” และกล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้ยิน น.ส.แนนตอบคำถามนั้น หากบอกว่าตอบครอบคลุมแล้ว คงขอสรุปในฐานะที่เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ใช้ภาษีของประชาชนอย่างไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง และเป็นการสูญเปล่าของงบประมาณ 1,621 ล้านบาทที่จะเกิดขึ้นกับกระทรวงแห่งนี้


