หน้าแรก การเมือง สว.สำรอง จ่อย...

สว.สำรอง จ่อยื่นกมธ.องค์กรอิสระ แฉข้อมูล บิ๊กชอบนุ่งขาสั้น หัวโต๊ะสั่งคว่ำคดีฮั้ว สาวไส้ยับ 2 บิ๊กกกต.

8.06.26 | 17:16 น.

‘สว.สำรอง’ แฉยับ! ‘บิ๊กขาสั้น’ นั่งหัวโต๊ะสั่งคว่ำคดีฮั้ว ส.ว. ซัดระบอบสีน้ำเงินกินรวบองค์กรอิสระ ก่อนสาวไส้ ‘ฐิติเชษฐ์-แสวง’ ปล่อยผ่านตารางมหัศจรรย์-อุ้มโพยเข้าคูหา ดองคดีนาน 2 ปี บอก งานนี้มีรมต.เกี่ยวข้องหลายคน เหน็บ ‘แสวง’ แกล้งนาฬิกาตายทำประเมินไม่ผ่าน​ สมควรถูกเลิกจ้าง จ่อ ยื่นกมธ.องค์กรอิสระฯ พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง แถลงกรณีกระบวนการโกงเลือก ส.ว. และมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเอื้อประโยชน์หรือพบเห็นการกระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการ ว่า กรรมการการเลือกตั้งที่มีบทบาทคือ นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ ที่มีบทบาทเข้าไปตรวจสอบ ในวันเลือกที่เมืองทองธานี ว่าใครมีโพยขอให้นำมาส่งเจ้าหน้าที่ก็จะทำการลงโทษ ภาพที่ออกมาอาจจะดูสวยงามว่าเป็นนักปราบตัวยง ทำให้ประชาชนมั่นใจว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาจริงเอาจัง แต่ในห้องเลือกตั้งเป็นเพียงแค่ภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะฉากหน้าเท่านั้น แต่ฉากหลังนายฐิติเชษฐ์ ไปเก็บโพยจากที่ต่างๆ มากมาย จนปัจจุบันนายฐิติเชษฐ์ ไม่เคยเอาโพยที่จับได้มาดำเนินคดีผู้ที่อยู่ในคูหาเลือกตั้งเลย และไม่ทำตามหลักที่สมควรจะทำ เพราะการจับโพยได้หมายถึงนายฐิติเชษฐ์ เป็นพนักงานที่พบความผิดซึ่งหน้าแต่กลับไม่ปฏิบัติอะไร ขอถามว่าการไม่ปฏิบัติเป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มใคร หรืออยากให้ใครส่งประโยชน์หรือไม่

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกคนที่สอดคล้องกัน ขัดแย้งซึ่งผลประโยชน์กันหรือไม่ เพราะเราเห็นว่าก่อนการเลือกตั้งผู้อำนวยการการเลือกตั้งคือ นายแสวง บุญมี เลขากกต. มีคนแจ้งว่า จะมีการนำโพยเข้าไปห้องคูหาเลือกตั้ง วันนั้นหากนายแสวงและนายฐิติเชษฐ์ ยับยั้งไม่ให้มีการนำโพยเข้าไป หรือพบคนที่ถือโพยเข้าไปในคูหา หากจับได้ควรจะนำออกไปจากห้องเลือกตั้ง แต่กลับไม่ทำ เพราะคนที่ถือโพยเป็นจำนวนมากและมีโพยอยู่ที่ตัวตอนนี้ถูกรับรองเป็นส.ว. จากใบสั่งตารางมหัศจรรย์เรียบร้อยแล้ว นั่นคือผลพวงที่ทั้ง 2 คนได้ทำ สื่อให้เห็นว่า 2 คนนี้แบ่งหน้าที่กันทำหรือไม่ ซึ่งมีอดีตผู้สมัครส.ว. ร้องเรียนต่อนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ในขณะนั้น และนายฐิติเชษฐ์ เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องการจับโพยผ่านมา 2 ปีแล้วยังไม่ถูกดำเนินการใดเลย

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้คดีการโกงเลือกส.ว. อยู่ในมือ กกต. แล้ว 1 ในนั้นมีนายฐิติเชษฐ์และนายแสวง ที่จะเป็นกรรมการพิจารณาด้วย และเราทราบกันอยู่แล้วว่านายแสวงไม่ผ่านการประเมิน แต่คนไม่ผ่านการประเมินกลับมาดำเนินการคดีใหญ่ของชาติ โดยมีข้อครหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเอื้อประโยชน์ให้กับคนที่มาเลือกในวันนั้นให้สมประโยชน์หรือไม่ ตนเชื่อว่าประชาชนเห็นอยู่แล้วว่าขบวนการนี้เตรียมการมาเป็นอย่างดี ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยัง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. คนปัจจุบัน ตามที่ตนได้ยื่นหนังสือให้ กกต. เมื่อช่วงเช้าว่าขอให้ทาง กกต. ดำเนินการไม่ให้นายฐิติเชษฐ์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณา เนื่องจากพฤติกรรมที่ผ่านมา ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และยังมีคดีติดสินบน ซึ่งคดีอยู่ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และขณะนี้คดียังอยู่ที่ สน.บางซื่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

“ผมไม่ทราบว่ามาถึงปัจจุบันนี้ ระหว่างประชาชนคนไทยทั้งประเทศกับข้าราชการไม่กี่คนใครเส้นใหญ่กว่ากัน บ้านเมืองจะฉิบหาย สูญเสียอิสระภาพในระบอบประชาธิปไตย เพราะมีคนลักษณะแบบนี้ ร่วมมือกันเป็นขบวนการ หรือที่เราเรียกกันอยู่ทุกวันนี้ว่าระบบสีน้ำเงิน เซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติบ้านเมืองและประชาธิปไตย ทำให้เราขาดซึ่งอิสรภาพความเป็นธรรม ความเที่ยงธรรม โดยที่ประชาชนผู้เสียภาษี ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้ต้องสื่อดังๆ ไปถึงท่าน ว่าไม่มีความสง่างาม ที่จะไปพิจารณาคดีฮั้วส.ว.” นายอัครวัฒน์ กล่าว

Advertisement

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เท็จจริงประการใด แต่ทราบข่าวว่า นายแสวง เอาเคสปลาซิวปลาสร้อยไปยัดให้ กกต.ใหญ่พิจารณา ซึ่งเป็นข่าวมาแล้วประมาณ 40 สำนวน โดยในนี้ ไม่เคยที่จะทำคดีใหญ่ เกี่ยวกับการเลือก ส.ว. เลย แต่กำลังพยายามทำคดีระดับจังหวัด อำเภอ ซึ่งส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งองค์กรอิสระ ลุกลามไปถึงคนของกระทรวงคมนาคมหมดแล้ว ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมอย่าได้หวังว่าจะได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งประชาชนฝากผีฝากไข้ว่าจะได้รับความยุติธรรม แต่ตอนนี้กระทรวงคมนาคม กำลังจะเป็นองค์กรอิสระหมดแล้วหรือไม่ หากนายแสวง ถูกประเมินไม่ผ่านก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แม้จะมีข่าวว่าพยายามให้กฤษฎีกาตีความว่า คนที่จะประเมินเป็นกกต.ชุดเก่าที่หมดวาระไปแล้วหรือชุดใหม่ 4 คนร่วมประเมินด้วย แต่ปรากฏว่าผลไม่ผ่านเกณฑ์ หมายความว่าต่อให้ใครประเมิน ก็สู้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศประเมินไม่ได้ที่บอกว่านายแสวง ไม่ผ่านการทดลองงาน อย่าว่าแต่ทำงานจริงเลย สมควรที่จะเลิกจ้าง เรื่องผ่านมา 2 ปีแล้วไม่ทำอะไรเลย สมควรออกได้แล้ว

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนนายฐิติเชษฐ์ หมดวาระไปแล้วแต่ ส.ว. ก็ยังไม่เลือกคนมาแทน เพราะต้องการให้นายฐิติเชษฐ์ อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อเคลียร์ปัญหาคดีโกงส.ว. แต่อยู่มา 2 ปี ยังเคลียร์ไม่ได้คิดหรือว่าต่อไปคดีส.ว. จะเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน เอาคนผิดมาลงโทษ และจัดการกับขบวนการสนับสนุนจากพรรคการเมืองมาลงโทษ และตัดสิทธิ์ทางการเมือง งานนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคน และนายแสวงเหมือนนาฬิกาเสียตลอด​ เกี่ยวกับเรื่องการโกงส.ว.​ หันกลับมาดูอีกทีแบตเตอรี่ก็ไม่ใส่ นาฬิกาไม่เดิน ผ่านมา 2 ปีคดีใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ทำอะไรเลย ถือว่าขาดประสิทธิภาพ ขอฝากไปยัง  กกต.ว่า อย่าเล่นกับไฟ เพราะท่านกำลังเป็นองค์กรที่อยู่ในขั้นวิกฤต ทำงานไร้ประสิทธิภาพ ถ้าทำงานช้าเตะถ่วง หรือประวิงเวลาคดีฮั้วส.ว. ที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อไหร่ ตนเชื่อว่า ประชาชนติดตามดูอยู่ว่า กกต.จะลงดาบเมื่อไหร่

“ที่แน่ๆ ข่าวหลุดมา มีผู้มีอำนาจมานั่งหัวโต๊ะ เพราะนายแสวงถูกปลด ทำให้เขาคอนโทรลเกมไม่ได้หรือไม่ ผู้มีอำนาจคนนี้ ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า ไม่ชอบนุ่งกางเกงขายาว ชอบนุ่งกางเกงขาสั้น มาคอนโทรลเกมฮั้วส.ว. โดยมีคำสั่งที่จะให้ตีตกคดีนี้ 5 ต่อ 2 ถ้าจะให้ดีต้อง 7 ต่อ 0 เพื่อส่งไปให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่มาดึงเวลาเล่นลิเกกันแบบนี้ ประเทศชาติเสียหายและพัฒนาล่าช้าจากขบวนการของระบอบสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 มิ.ย. ตนจะยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป” นายอัครวัฒน์​กล่าว