‘ภัณฑิล’ ไม่ไว้หน้า ฉะ ‘โสภณ’ สาระแน 90 วันงานสภาไม่คืบ หมกมุ่นอยู่บุรีรัมย์ หาทำแต่พิธีกรรม ไร้ภาพจำประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ลั่นสภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือ จี้เร่งบรรจุวาระพิจารณากฎหมาย-แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม.พรรคประชาชน แถลงถึงบทบาทการทำงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาแล้ว 90 วันว่า คงไม่วิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ เพราะ 3 เดือนอาจจะสั้นไป แต่ได้รับเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิก ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ประธานสภาลำบาก และประชาชนอาจไม่ได้ส่งเสียงสะท้อนถึงประธานสภาได้โดยตรง เพราะนายโสภณเป็นประธานสภาคอยควบคุมและกำกับดูแลการประชุม แต่คงไม่ใช่คำถามว่า 90 วันแรกทำอะไรไปบ้าง เพราะเราคงเห็นตามข่าวแล้วว่านายโสภณพยายามทำหลายๆ เรื่อง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น ปราบปรามยาเสพติดโดยไปทำใน จ.บุรีรัมย์เยอะ ทั้งที่หน้าที่หลักอยู่ที่รัฐสภา และหลายคนอาจเห็นว่าประธานทำในฐานะหัวหน้าพิธีการของรัฐสภา ทั้งที่ผ่านมานายโสภณเคยบอกว่าเคยบอกว่าหน้าที่ของสภาคือการออกกฎหมาย ไม่ใช่แค่เป็นเหมือนฝ่ายบริหารในการทำพิธีกรรมต่างๆ
นายภัณฑิลกล่าวต่อว่า หลายเรื่องที่นายโสภณทำอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น ให้เข้าแถวเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. และเวลา 18.00 น. ซึ่งไม่แน่ใจว่าตนที่เป็น ส.ส.จะต้องไปเคารพธงชาติด้วยหรือไม่ เรื่องการฝึกระเบียบวินัยคิดว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีก่อน อาจส่งตำรวจสภาแค่ 5-10 คนไปเคารพธงชาติ
หรือในสัปดาห์ที่แล้วที่จัดกิจกรรมอาสา ทำความสะอาดก็เป็นการร่วมกันทำความดีทำความสะอาดเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่ไม่อยากให้เป็นข้ออ้างว่านายโสภณไปโหนสถาบัน แล้วไปกวาดลานอยู่หน้าอาคารรัฐสภา

“ตรงนี้ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านมันหาทำ เราไม่อยากไปว่าท่านว่าท่านสาระแน ทำในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัว เพราะแม่บ้านเราก็มีอยู่แล้ว เราจ้างแม่บ้านทำความสะอาด” นายภัณฑิลกล่าว
นายภัณฑิลกล่าวด้วยว่า หน้าที่ของ ส.ส.คือการออกคือการออกกฎหมาย ถ้าเราอยากทำหน้าที่ของเราให้ดีขอถามว่า 90 วันแรกได้บรรจุวาระเพื่อพิจารณากฎหมายในวาระแรกแล้วกี่ฉบับ ซึ่งตอนนี้เป็นศูนย์ ซึ่งก็เข้าใจว่าเพิ่งเปิดสภามีเรื่องต่างๆ ที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการนำกฎหมายที่ค้างจากสมัยที่แล้ว ที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบนำกลับมาพิจารณาใหม่ หรือญัตติที่ค้างๆ อยู่เยอะขนาดไหน นายโสภณได้ไปดูหรือไม่ เพราะตอนนี้มี 30 กว่าญัตติแล้ว นายโสภณเคยสัญญาว่าจะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์ ที่ผ่านมามีแล้วกี่ครั้ง รวมถึงการพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่จะมีการพิจารณาในปลายเดือนนี้ ก็อย่าให้ล่าช้า
นายภัณฑิลกล่าวว่า นายโสภณได้ขยันขันแข็งพอหรือยังในการกำกับดูแลการประชุม ไม่ใช่เวลา 17.00-18.00 น.ก็ปิดประชุมแล้ว นั่งกันไม่ไหวแล้ว ทั้งที่สามารถมอบให้รองประธานสภาทั้งสองคนทำหน้าที่แทนได้ ไปวัดกันเลยว่านายโสภณอยู่บนบัลลังก์นานเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ก็มอบให้รองประธานสภาทำหน้าที่อยู่แล้ว
“ผมไม่ได้คัดค้านการทำกิจกรรมอาสาหรือการยืนเคารพธงชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าในตัวของมันเอง แต่ท่านให้ความสำคัญกับงานหลักเพียงพอหรือยัง สภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือ ไม่ใช่สถานที่จัดพิธี เพราะสภาเป็นที่ออกกฎหมาย ซึ่งต้องเดินหน้า จะได้มีการประสานงานกับฝ่ายบริหารเพื่อให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้หรือไม่ และได้จัดลำดับความสำคัญของงานหรือไม่ เช่น รายงานที่ค้างอยู่จำนวนมาก” นายภัณฑิลกล่าว

นายภัณฑิลกล่าวว่า ตั้งแต่เปิดสภามามีการจัดประชุมไปแล้ว 19 ครั้ง มีการพิจารณากฎหมายที่ค้างจากสภาชุดก่อนเท่านั้น จาก 147 ฉบับ พิจารณาได้ไปแค่ 34 ฉบับเท่านั้น และมีญัตติค้างอยู่อีกมาก ดังนั้น หลังจากนี้ไป 3-6 เดือนข้างหน้า การประชุมสภาอยู่ตรงไหนถ้ามีอะไรที่ค้างเยอะขนาดนี้ ประชาชนและสมาชิกสภามีสิทธิถามว่านายโสภณจะเคลียร์งานเหล่านี้อย่างไร แต่บางเรื่องก็ทำดี เช่น การปรึกษาหารือออนไลน์
“ผมไม่ได้บอกว่าท่านไม่ทำงาน แต่หัวใจหลักของประธานสภาเห็นชัดในมุมมองของประชาชนหรือยัง หรือท่านมัวแต่ไปหมกมุ่นอยู่ที่บุรีรัมย์อย่างเดียว ต้องยอมรับว่าผมอาจพูดในสิ่งที่ไม่ถูกใจประธานสภา เพราะหลายท่านคงไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ แต่ท่านยังไม่สามารถสร้างภาพจำให้ประชาชนว่าท่านเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติที่ขับเคลื่อนงานสภา ผมคิดว่า 90 วันท่านอาจจะยังไม่สามารถส่งมอบภาพลักษณ์นี้ได้ ภาพประชาชนยังเห็นภาพพิธีกรรมและการไปอยู่บุรีรัมย์” นายภัณฑิลกล่าว
นายภัณฑิลกล่าวด้วยว่า ขอวิงวอนว่าให้นายโสภณตอบประชาชนให้ได้ ในการลดงานที่ค้างอยู่และไม่ควรไปเสียเวลาเสียงบประมาณจัดพิธีกรรม เพราะเป็นภาษีของประชาชนและข้าราชการก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งไม่จำเป็นเพราะไม่ใช่แก่นสาระและหัวใจ การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ลดลาบ้างเถอะงานพิธีกรรม เพราะอยากให้ประชาชนจดจำว่ารัฐสภาเป็นที่ออกกฎหมาย

“จริงๆ ควรจะให้มีการทำแบบสอบถามถึงความพึงพอใจให้กับสมาชิก ส.ส. หรือต่อสาธารณะในโซเชียลเลย ว่าหลัง 90 วัน ภาพจำของประชาชนที่มีต่อประธานสภาเป็นอย่างไร คิดว่าน่าจะมีคนพิมพ์ว่า ‘บุรีรัมย์’ กันมาเยอะมาก” นายภัณฑิลกล่าว
เมื่อถามว่า ส่วนตัวให้เกรดการทำงานของประธานสภาgท่าไหร่ นายภัณฑิลกล่าวว่า ไม่กล้าประเมิน เพราะว่า นาทีนี้ยังไม่มีใครมากล้าร่วมแถลงข่าวกับตน เพราะตนอยู่ในห้องประชุมด้วยหลายครั้ง ก็มาปิดไมค์พวกตน นายโสภณก็พูดอยู่คนเดียว เดี๋ยวก็คงรอให้มาตอบ แต่ส่วนตัวคงไม่กล้าประเมิน 90 วันก็เหมือนทดลองงาน อาจจะเร็วไปนิดนึง เดี๋ยวหาว่าเข้ามาก็วิพากษ์วิจารณ์เลย
“ผมแค่พูดเหมือนดักคอไว้ก่อน เพราะเข้าใจ เห็นใจท่าน แต่อีก 6 เดือน 9 เดือนข้างหน้า หรือครึ่งปีข้างหน้า ก็ขอเรียกร้องให้ทำหน้าที่ของเรา เอากฎหมาย เอาญัตติเข้ามาพิจารณาเยอะๆ โดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชน สมาชิกจะได้ร่วมอภิปรายกัน อย่าไปทำพิธีกรรมอะไรที่ไม่ใช่เรื่อง อย่าไปหาทำ สาระแนที่ไม่ใช่เรื่องของตัว” นายภัณฑิลกล่าว



