หน้าแรก การเมือง ยื่นหลักฐานเด...

ยื่นหลักฐานเด็ด มัดโกงจะๆ คลิปวงจรปิดชัด อดีตกกต.เดินเก็บโพย ยันรู้ล่วงหน้าจงใจ ฮั้วส.ว.  

9.06.26 | 14:20 น.

เปิดหลักฐานเด็ด มัดโกงเลือกส.ว. คลิปวงจรปิดชัด อดีตกกต.เดินเก็บโพย ยันรู้ล่วงหน้าจงใจฮั้วส.ว. 

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับหนังสือจากกลุ่มผู้สมัคร ส.ว. และพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือก สว.ในปี 2567 เพื่อร้องเรียนถึงข้อพิรุธการเลือก ส.ว. ครั้งที่ผ่านมาและข้อพิรุธการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเรื่องส.ว. ครั้งที่ผ่านมา

โดยพ.ต.อ.มนัส กล่าวว่า ในวันเลือกตั้งตนเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไปพบกับผู้สมัครรับเลือก ส.ว. หญิงจากสมุทรปราการ ซึ่งหญิงรายดังกล่าวบอกกับตนว่าอยากให้นำข้อมูลไปบอกกับ กกต. ว่าผู้สมัครที่เข้ามามีการจับกลุ่มทำโพยฮั้ว พร้อมโชว์หลักฐานเป็นโพยที่ชี้ช่องการฮั้ว เมื่อได้รับข้อมูลแล้วก็เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งมีการทุจริตและไม่เป็นธรรม ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 เมื่อเวลา 08.29 น. ตนก็ได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ซึ่งเป็นผอ.การเลือกตั้งขณะนั้น ว่าได้รับข้อมูลจากผู้สมัครว่ามีการจัดทำโพย

 

Advertisement

“แต่คุณแสวงบอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ เขาวางแผนกันมาดีแล้ว ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็นประตูสําคัญ ทำให้การโกงเรื่องส.ว.ครั้งนี้สำเร็จ เพราะคุณแสวงคนเดียวที่ปกปิดข้อมูลนี้ ไม่นำไปบอก กกต.” พ.ต.อ.มนัส กล่าว

พ.ต.อ.มนัส กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเวลา 09.00 น. ที่มีกระบวนการเริ่มเลือก ส.ว. และผ่านรอบแรกจนถึงขั้นตอนแบ่งสาย ก็เป็นไปตามสูตรตามโพยที่จัดเตรียมมา แต่นายแสวงไม่ดำเนินการใดๆ ซึ่งเรามีหลักฐาน โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ก็จะเห็นนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง ไปเก็บโพยผู้สมัคร ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้เป็นคลิปจากภาพวงจรปิด ซึ่งจะส่งมอบให้วิปฝ่ายค้านด้วย ตนอยากตั้งคำถามว่าเรื่อง เรื่องที่เกิดขึ้นได้แจ้งนายแสวงไปก่อนที่กระบวนการเลือก สว. จะเกิดขึ้น เพื่อให้นายแสวงแจ้งเรื่องต่อ กกต. แต่กลับไม่ดำเนินการ เรื่องนี้ต้องการช่วยกันปกปิดเพื่อช่วยเหลือการใช่หรือไม่ และจากคำพูดที่บอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ แสดงว่ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่

พ.ต.อ.มนัส กล่าวด้วยว่า หลังจากนั้นมานายแสวงก็ไม่เคยโต้ตอบอะไร จากนั้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 กกต. มีการออกข่าวประชาสัมพันธ์ยืนยันว่า สิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริง ไม่มีเหตุการณ์ที่นายฐิติเชษฐ์เก็บโพยเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ตนมีคือคลิปวีดีโอที่ถือเป็นหลักฐานชัดเจน วันนี้ตนจึงจะถลกหนังหัว กกต. ว่าใครโกหกกันแน่ และเมื่อเป็นคดีความสรุปสำนวนว่ามีกระบวนการโกงเลือกส.ว. มากกว่า 229 คน ซึ่งมีทั้ง ส.ว. ที่อยู่ในสภา 136 คน และคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ก็ลงความเห็นว่าเรื่องนี้มีมูล แต่กกต.ก็ตั้งพรรคพวกตัวเองขึ้นมาสอบสวนเพิ่มมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลโดยยกคำร้องทั้งหมด ซึ่งถือว่าขัดและแย้งกับข้อมูลที่ตนมี

พ.ต.อ.มนัส กล่าวต่อว่า แสดงว่า กกต.ไม่ใช่หน่วยงานจัดการเลือกตั้งแต่เป็นการจัดโกงเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลที่ตนมีทั้งหมดแสดงให้เห็นชัดเจนว่า กกต. กำลังจัดโกงเลือกส.ว.ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มิหนำซ้ำเมื่อมีคดีเกิดขึ้นยังช่วยเหลือกันอีก โดยจะมีการพิจารณา กกต. ซึ่ง กกต.อาจจะใช้มติ 5 ต่อ 2 อีกในการพิจารณาคดีฮั้วส.ว. และที่ร้ายกว่านั้นคือให้นายฐิติเชฏฐ์ หนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาด้วย ตนอยากให้ประชาชนคนไทยหูตาสว่างตนทำงานให้ กกต. อย่างตรงไปตรงมา แต่เหตุใด กกต.กลับไม่ดำเนินการตามมอตโตของ กกต. คือ สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

ด้านนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง กล่าวว่า การจะไปมีส่วนร่วมในการวินิจฉัยของนายฐิติเชษฐ์บอกได้เลยว่าประชาชนไม่ยอมรับ เพราะเขาเห็นพฤติกรรมหมดแล้วว่านายฐิติเชษฐ์เอื้อประโยชน์อย่างไร แม้กระทั่งเรื่องความซื่้อสัตย์สุจริตก็ไม่มี และขอให้ติดตามว่าคดีอาจจะหมดอายุไม่เกิน 1 วันสุดท้ายคดีก็ขาดอายุความไปเป็นเช่นนี้จนประชาชนเอือมระอากับกระบวนการเหล่านี้ไปแล้ว

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้ตนจะมีส่วนได้เสียกับกระบวนการเหล่านี้ แต่ที่ตนออกมาต่อสู้เพื่อทวงคืนความสุจริตเที่ยงธรรมตรงนี้ ไม่ใช่เพราะตนอยากเป็น ส.ว. แต่ตนทนเห็นว่ากระบวนการโกง การทุจริตคอร์รัปชั่น ซื้อขายตำแหน่งในประเทศนี้ไม่ได้ เราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่กลับกำลังจะถูกยึดด้วยระบบสีน้ำเงิน ด้วยสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเรายอมไม่ได้ ฉะนั้น จึงอยากสื่อสารไปยัง กกต.ทั้ง 7 คนว่าคนที่ทำหน้าที่ประวิงเวลาตัวฉกาจที่สุดคือนายแสวง

“กกต.ที่มาใหม่มาจากมือ ส.ว.ที่ยกให้ผ่าน ท่านต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าท่านจะอยู่กับประชาชนข้างนอกหรือท่านจะเข้าไปอยู่ด้านใน ในพื้นที่ที่จัดให้อย่างดีจะอยู่คลองเปรม คลองไผ่ที่ผมเคยพูด ท่านเลือกเลย คดีมี 8 หมื่นหน้าแต่กลับจะบอกว่ายก 5 ต่อ 2 ท่านอย่าไปเกรงกลัวผู้มีอำนาจที่ไม่ชอบใส่กางเกงขายาว ท่านกำลังทำอะไรอยู่ ท่านเป็นลูกน้องประชาชนหรือเป็นลูกน้องนักการเมืองคนนี้ หรือคนที่อยู่เบื้องหลังทางการเมืองกระบวนการนี้ เรื่องส.ว.ต้องจบด้วยมีคนผิดไปดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างการทุจริตในการเลือกเข้ามาสู่อำนาจการปกครอง ที่หากทำได้เงินก็สามารถซื้อและจัดการได้ทุกอย่าง แล้วแสวง บุญมี กรรมการการเลือกตั้งท่านเขียนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ภาษาบ้าเราเรียกกันว่าถ่มน้ำลายรดฟ้า เขียนอย่างแต่มาปฏิบัติอีกอย่าง สุดท้ายต้องบอกไปถึงกกต.ว่าบุคคลที่คอยถ่วงความเจริญบ้านเมือง ทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการเลือกตั้งไม่ว่าส.ส.หรือ ส.ว. มีอยู่ 2 ท่านนี้ที่เป็นที่ประจักษ์ และยังผู้สนับสนุนจากคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ทั้งหมดซึ่งมาจากกระบวนการเดียวกันที่แต่งตั้งมาเพื่อเป่าคดีฮั้ว ส.ว.” นายอัครวัฒน์ กล่าว

ขณะที่นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ต้องขอบคุณทั้งสองคนที่มายื่นข้อมูลหลักฐานให้เพิ่มเติม ซึ่งตนมองว่าเป็นข้อมูลที่มีความหนักแน่นมาก มาจากการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการการเลือกตั้งของ กกต. เองด้วย ตนอยากให้คำมั่นสัญญาว่า พรรคฝ่ายค้านจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นต่อไปแน่นอน

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าเวลานี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ของคดีฮั้วส.ว. หาก กกต. มีมติเป่าคดีเรื่องการโกง ส.ว.นั้น ก็จะมี 4 ข้อคำถาม หรือ 4 ข้อพิรุธที่เราสามารถตั้งคำถามไปยัง กกต. ได้คือ 1.หากกกต. มีการเป่าคดีจริง กกต. ได้ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่สำหรับแต่ละคดี เพราะก่อนหน้านี้เคยเห็นว่ากกต.มีมติส่งบางเรื่องไปที่ศาลแล้ว และศาลก็เคยพิพากษาว่ามีความผิด หากสมมติว่า กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องนี้ไปที่ศาล ทั้ง ๆ ที่หลักฐานที่อยู่ในสำนวนดีเอสไอ หรืออยู่ในมือของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ก็ดี มีความหนักแน่นไม่น้อยไปกว่าหลักฐานในคดีก่อนๆ กกต. ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันในแต่ละคดีใช่หรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 2.หากกกต. มีการเป่าคดีเรื่องนี้จริง กกต. ได้ตั้งคณะอนุวินิจฉัยที่ 36 ขึ้นมา เพื่อฟอกขาว 220 กว่าคนนี้หรือไม่ 3.หากกกต. มีการเป่าคดีเรื่องนี้จริง ต้องถามว่ามติดังกล่าวเป็นการต่างตอบแทนกันกับสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่ ในเมื่อ 4 จาก 7 กรรมการการเลือกตั้ง เข้าสู่ตำแหน่งได้โดยการรับรองของสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในสำนวนด้วย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และ 4. มติดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า พรรคฝ่ายค้านพยายามใช้กลไกสภาในการตรวจสอบเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ที่สุด ได้มีการเชิญกกต. มาชี้แจง ซึ่งเชิญล่วงหน้าสองสัปดาห์ ปรากฏว่าเลื่อนและกกต. ไม่มา จึงขยับมาเป็นวันพฤหัสนี้ แต่ได้รับแจ้งเมื่อเช้าว่าเลื่อนอีกแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการพยายาม ในการหลีกหนีตรวจสอบโดยสภาหรือไม่ ตนมองว่าถ้ากกต. อยากจะหลุดพ้นข้อครหา กกต. ก็ควรจะมีมติอย่างตรงไปตรงมา เห็นชอบตามคณะไต่สวนชุดที่ 16 และให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะพิจารณาและตัดสินว่า 220 กว่าคนดังกล่าวนั้น มีการกระทำความผิดหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการศาลฯ วันพฤหัสนี้คงจะมีการหารือว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างไร เพราะครั้งแรกเราได้ออกหนังสือเชิญกกต. ล่วงหน้าถึงสองสัปดาห์ ก็ไม่มา ต่อมาจึงได้มีมติให้ใช้พ.ร.บ.อำนาจเรียก เพื่อที่จะเรียกกกต. มาชี้แจงในวันพฤหัสนี้ ก็เหมือนกับว่ายังไม่มาอยู่ดี แต่เราคงจะไม่รอช่องทางนั้นช่องทางเดียวในฐานะที่เป็นส.ส.พรรคฝ่ายค้านก็จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งในคณะกรรมการฝ่ายค้านก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบรับผิดชอบ เรื่องนี้โดยเฉพาะเช่นกัน