หน้าแรก การเมือง อนุทิน ปลุกอา...

อนุทิน ปลุกอาเซียน ผนึกรับมือโลกแตกแยก ย้ำไทยผลักดันแลนด์บริดจ์ ถก ‘โตเลิม’ เดินหน้า2ปท. ‘ทักษิณ’ ถอดEM จ่อบินดูไบ พท.เคาะยึดโมเดล 40 แก้ รธน.

10.06.26 | 06:00 น.
อนุทิน

อนุทิน ปลุกอาเซียน ผนึกรับมือโลกแตกแยก ย้ำไทยผลักดันแลนด์บริดจ์ ถก ‘โตเลิม’ เดินหน้า2ปท. ‘ทักษิณ’ ถอดEM จ่อบินดูไบ พท.เคาะยึดโมเดล 40 แก้ รธน.

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered” โดยกล่าวถ้อยแถลงชื่นชมเวียดนามในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม และว่า อาเซียนมีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพมากที่สุดของโลก เป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน การเติบโต และนวัตกรรมอนาคต ทั้งนี้ อาเซียนต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ยึดมั่นหลักการผสานผลประโยชน์ของชาติและผลประโยชน์ของภูมิภาค เพื่อรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน ส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง การสร้างความไว้วางใจ และเปิดพื้นที่สำหรับความร่วมมือกับทุกฝ่ายท่ามกลางโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น

นายอนุทิน กล่าวว่า ยินดีที่อาเซียนมีเป้าหมายลงนามความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนภายในปีนี้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ของไทย ในฐานะเส้นทางทางเลือกเพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก ลดความเปราะบางจากจุดคอขวดด้านการคมนาคมทางทะเล พร้อมสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของภูมิภาค โดยไทยเสนอความพร้อมจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนจากกำลังการผลิตส่วนเกินที่มีอยู่
“ความสำเร็จของอาเซียนไม่ได้วัดจากจำนวนการประชุมหรือเอกสารที่รับรองร่วมกัน แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย ความเชื่อมั่นอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ จำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือรับมือกับปัญหาที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความเสี่ยงด้านสาธารณสุข และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ควบคู่กับการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ ระบบสาธารณสุข และระบบคุ้มครองทางสังคม” นายอนุทิน กล่าว

ต่อมา นายอนุทิน เข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม ที่ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม โดยย้ำความสำเร็จของการเยือน และความสัมพันธ์ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวแสดงความยินดีที่นายกฯเดินทางเยือนเวียดนามในครั้งนี้ ซึ่งมีความหมายสำคัญต่อการสานต่อความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวถึงการเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคี เป้าหมายการค้าร่วมกัน ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-เวียดนาม โดยประธานาธิบดีเวียดนามเสนอให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ 2 ประเทศ พบปะหารือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นผ่านกลไกความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม (JCR) พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects เป้าหมายการค้าระหว่างกันที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนขยายสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรค แถลงภายหลังประชุม ส.ส.ของพรรคประจำสัปดาห์ ว่า ประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ (รธน.) พรรค พท.ยังคงเดินหน้ายื่นร่างแก้ไข รธน. โดยที่ประชุมประเมินสถานการณ์ตรงกันว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทย(ภท.) และพรรคกล้าธรรม (กธ.) ถอนชื่อจากร่างฉบับของพรรค พท. โดยที่ความเห็นของสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่นัยยะทางการเมืองที่เกิดขึ้น คือ ร่างของพรรค พท.นี้อาจจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระแรก จึงมีข้อสรุปว่า จะนำร่างเดิมมาปรับเนื้อหาส่วนที่มาของ ส.ส.ร.โดยนำแนวทางการได้มาของ ส.ส.ร.ฉบับปี 2540 และความเห็นในชั้นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วมาพิจารณา เพื่อให้ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ยึดในหลักการประชาธิปไตย และมีโอกาสจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา เพื่อพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป ทั้งนี้ ส่วนของเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีการแก้ไข จะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้งหลังการปรับแก้แล้วเสร็จ หลังจากจัดทำร่างเสร็จแล้วจะกลับไปขอเสียงจากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มเติมหลังจากที่มีการแก้ไขแล้ว โดยจะประกาศร่างแก้ไขและเชิญชวนสมาชิกให้ลงนาม คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ ตัวร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จ และคาดว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้

Advertisement

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 ได้ดำเนินการถอดกำไล EM ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า ภายหลังจากขั้นตอนทางกฎหมายที่ศาลอาญาธนบุรี ได้พิจารณาตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งปรากฏรายชื่อของนายทักษิณเป็น 1 ในผู้ได้รับสิทธิดังกล่าวอย่างเป็นทางการ คาดว่านายทักษิณมีกำหนดการเดินทางไปยังเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะใช้เวลาอยู่ที่ดูไบระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนที่จะเดินทางกลับไทย และหลังจากนั้นจะมีการเดินทางไป-กลับอีกหลายครั้ง