หน้าแรก การเมือง ชัชชาติ โต้ &...

ชัชชาติ โต้ ‘ศุภณัฐ’ ปูดกทม.จัดซื้อเครื่องออกกำลังกายทุจริต ชี้คดียังไม่จบ ก.ก.สั่งสอบเพิ่ม- ส่งป.ป.ช.ฟันซ้ำ ‘อนุชา’ ชูเอไอ ‘ส่องรัฐ’ แก้โกง ‘มัลลิกา’ ลุยดอนเมืองแก้ปากท้อง

10.06.26 | 06:20 น.
ชัชชาติ

ชัชชาติ โต้ ‘ศุภณัฐ’ ปูดกทม.จัดซื้อเครื่องออกกำลังกายทุจริต ชี้คดียังไม่จบ ก.ก.สั่งสอบเพิ่ม- ส่งป.ป.ช.ฟันซ้ำ ‘อนุชา’ชูเอไอ’ส่องรัฐ’แก้โกง ‘มัลลิกา’ลุยดอนเมืองแก้ปากท้อง

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีทุจริตเครื่องออกกำลังกายกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ผลสอบคดีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย กทม. พบว่า คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง สอบสวนเจ้าหน้าที่รวม 32 ราย แบ่งเป็น 20 ราย ไม่มีความผิด และอีก 12 รายผิดวินัยไม่ร้ายแรง พร้อมลงโทษเพียงแค่ตัดเงินเดือน 2% หรือประมาณ 600 บาทต่อคน จนสังคมตั้งคำถามถึงบทลงโทษที่เบาเกินไป เมื่อเทียบกับข้อกล่าวหาเรื่องการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายแพงเกินจริง นั้น

ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. และผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 9 พร้อมด้วยทีม กรุงเทพฯ ทำงาน ตั้งโต๊ะชี้แจงรายละเอียด ที่อาคาร 2 ชั้น 2 ห้อง Glowfish conference hall 1 อาคารสาธรธานี 2 เขตบางรัก กทม. ว่า ถามว่าตนโกรธหรือไม่ ไม่โกรธ มองเป็นเรื่องดี เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อดีคือเราพูดกันเรื่องทุจริตเยอะขึ้นซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เฉพาะ กทม.แต่ยังรวมถึงของประเทศไทย ขอให้เรื่องนี้มีกระแสต่อเนื่องไปถึงช่วงหลังเลือกตั้งด้วย สำหรับกรณีเครื่องออกกำลังกาย ซึ่งมีประเด็นมาตั้งแต่ปี 2567 ต้องสรุปก่อนว่า คดียังไม่จบ

“ไม่มีรอดยกแก๊ง กระบวนการของ กทม.เองก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) สั่งให้ทบทวนผลการลงโทษ คือประการแรก ประการที่ 2 ตอนที่ผมออกจากตำแหน่ง ยังไม่มีข้อยุติ ประการที่ 3 ป.ป.ช.ก็ยังดำเนินการอยู่

“ในส่วน กทม.เราสอบเฉพาะประเด็นวินัย เราก็ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเข้าใจว่ามี 7 โครงการ โดยหลังจากสอบพบว่ามีมูลจึงให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง 33 ราย” นายชัชชาติกล่าวและว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการสอบถึงระดับรองปลัด และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ประกาศความพร้อมในการเป็น เจ้าภาพ แก้ไขทุกปัญหาของคนกรุงเทพฯ ว่าในยุคของตนจะไม่มีคำว่า นอกเหนืออำนาจ กทม.อีกต่อไป ตามนโยบายหลัก 5 ด้าน ภายใต้แนวคิดเดินทางสะดวก เมืองสะอาด ชีวิตสบาย รายได้ดีขึ้น ตรวจสอบได้ทุกเมื่อ

Advertisement

นายอนุชากล่าวถึงเรื่องการทุจริตซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต ว่า ส่วยและค่าปากถุงต้องไม่มี การแต่งตั้งบุคลากรต้องมาจากความรู้ความสามารถ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมแพลตฟอร์มเทคโนโลยี AI ที่ชื่อว่าส่องรัฐเข้ามาใช้ตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการทำงานของสำนักงานเขต หากพบความผิดปกติหรือความล่าช้า ระบบจะแสดงผลทันที

“ผมขอฝากถึงชาวกรุงเทพฯว่า นโยบายทั้ง 5 ด้าน จะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรก หากผมได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯกทม.” นายอนุชากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่เขตดอนเมืองกลับมาคึกคักและทวีความร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 14 พร้อมทีมงาน เดินหน้าลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนแบบใกล้ชิด โดยขึ้นรถแห่กระจายเสียงเคลื่อนขบวนเข้าสู่พื้นที่ย่านดอนเมือง โดยจุดแรกพุ่งเป้าไปที่ตลาดฝั่งโขง แหล่งชุมชนและศูนย์รวมเศรษฐกิจสำคัญของชาวดอนเมือง ทันทีที่ไปถึงนางมัลลิกาได้ลงจากรถแห่เข้าไปกราบไหว้ทักทาย พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการเข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น
จากนั้นขบวนรถแห่ของนางมัลลิกา ได้เคลื่อนผ่านเข้าสู่ถนนสรงประภา และเลี้ยวเข้าสู่ซอยสรณคมณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและมีร้านค้าตั้งอยู่เรียงราย โดยตลอดเส้นทางได้ชูนโยบายเด่นที่เน้นการแก้ปัญหาปากท้อง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวดอนเมือง

นางมัลลิกากล่าวว่า อากาศจะร้อนแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคเพราะความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาและรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวดอนเมืองนั้นร้อนแรงยิ่งกว่า วันนี้เห็นรอยยิ้มและการต้อนรับของพ่อค้าแม่ค้าและพี่น้องในซอยสรณคมณ์และถนนสรงประภาแล้ว ทำให้มีพลังใจพร้อมทำงานอย่างเต็มที่แน่นอน ขอฝากเบอร์ 14 ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วย