หน้าแรก การเมือง รัดเกล้า เผยห...

รัดเกล้า เผยหลายหน่วยงานรัฐ เมินสมรสเท่าเทียม ทำพนักงานกว่า 50 คน อดสิทธิรักษาพยาบาลคู่สมรส

10.06.26 | 11:54 น.
รัดเกล้า

รัดเกล้า เผยหลายหน่วยงานรัฐ เมินสมรสเท่าเทียม ทำพนักงานกว่า 50 คน อดสิทธิรักษาพยาบาลคู่สมรส จี้ คลัง-แรงงาน แจง อย่าปล่อยความเท่าเทียมเป็นแค่กระดาษ

 


เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ช่วงเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือ ถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ในช่วงเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ หรือ Pride Month ว่า ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ในการรับรองความรักของคนทุกเพศผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อต้นปี 2568 ซึ่งตนในฐานะอดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้มานานกว่า 1 ปี ตนกลับยังได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มผู้เดือดร้อน ซึ่งเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กว่า 50 คน ที่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้ว ว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิทธิในการรักษาพยาบาลของคู่สมรสได้

“กฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 และตามบทเฉพาะกาลจะต้องมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน ซึ่งก็คือตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นมา สิทธิของประชาชนไม่ควรต้องรอความล่าช้าจากระบบราชการหรือระเบียบภายในของหน่วยงานเด็ดขาด” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า จากปัญหาดังกล่าว ตนขอตั้งคำถามไปยังกระทรวงการคลัง และกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลสวัสดิการของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มแรงงาน ว่าเหตุใดสวัสดิการและระเบียบต่าง ๆ จึงยังไม่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมาย และขอให้ทั้ง2กระทรวงชี้แจงกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ติดขัดในขั้นตอนใด จะแก้ไขเสร็จสิ้นเมื่อใด และจะมีมาตรการเยียวยาย้อนหลังให้กับผู้ที่เสียสิทธิ์อย่างไรบ้าง

Advertisement

นางรัดเกล้า กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อไม่ให้ความเท่าเทียมทางเพศ ที่ประเทศไทยภาคภูมิใจและประกาศต่อสังคมโลก กลายเป็นเพียงแค่ตัวหนังสือที่อยู่บนแผ่นกระดาษโดยไม่มีการปฏิบัติจริง