ป.ป.ช. ยกฟ้องอาญา อดีตโยธาฯชลบุรี ปัดตก 4 ข้อหาเขื่อนริมทะเลศรีราชา ชี้ ปมเอื้อคอนโดหรู-ไร้ EIA ไม่มีมูล
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 2 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหาทางอาญาตกไปและส่งมาตรา 64 จากกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดชลบุรี กับพวก ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการดำเนินโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล เขตเทศบาลเมืองศรีราชา (จุดที่ 1) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ความยาว 180 เมตร จำนวน 4 ข้อกล่าวหา ได้แก่
ข้อกล่าวหาที่ 1 ไม่จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลเขตเทศบาลเมืองศรีราชา (จุดที่ 1) ความยาว 180 เมตร ไม่เป็นโครงการที่จะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฯ ลงวันที่ 24 เมษายน 2555
การกระทำของนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายธานี (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 บริษัท เอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายสุรชาติ (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายสุวรรณ (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาที่ 2 ไม่ดำเนินการขออนุญาตทำสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามกฎหมาย นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ในขณะเกิดเหตุ ดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล เขตเทศบาลเมืองศรีราชา (จุดที่ 1) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ความยาว 180 เมตร ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 117
การกระทำของนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จากการไต่สวนเบื้องต้นพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่การที่นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล เขตเทศบาลเมืองศรีราชา (จุดที่ 1) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ความยาว 180 เมตร โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำจากเจ้าท่า เป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 117 จึงมีมติให้ส่งข้อกล่าวหานี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ดำเนินการไปตามหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64ต่อไป
การกระทำของนายธานี รัตนานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 บริษัท เอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายสุรชาติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายสุวรรณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาที่ 3 โครงการดังกล่าวไม่เป็นไปตามผลการศึกษาแนวทางการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 – 2557 และดำเนินโครงการโดยไม่ผ่าน ความเห็นชอบของคณะทำงานการบูรณาการแผนงบประมาณการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยไม่ถูกบรรจุอยู่ในแผนบูรณาการ งบประมาณการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ.2544-2559 โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลเขตเทศบาลเมืองศรีราชา (จุดที่ 1) ความยาว 180 เมตรนั้น เป็นการดำเนินการโดยไม่ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะทำงานการบูรณาการแผนงบประมาณการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากคณะทำงานดังกล่าวมีหน้าที่ในการเสนอข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดให้หน่วยงานที่ประสงค์จะดำเนินโครงการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ต้องนำโครงการเสนอต่อคณะทำงานดังกล่าวแต่อย่างใด
ในส่วนการเสนองบประมาณเป็นการเสนองบประมาณ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ยังมิได้ดำรงตำแหน่งโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรีส่วนนายธานี นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 บริษัท เอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายสุรชาติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายสุวรรณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดทำงบประมาณ หรือแปรญัตติ โครงการดังกล่าวต่อรัฐสภาแต่อย่างใด
การกระทำของนายวิวัฒน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายธานี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 บริษัท เอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายสุรชาติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายสุวรรณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริง ยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาที่ 4 ดำเนินการโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์ในการสร้างคอนโดมิเนียมโครงการศรีราชา มารีน่า เบย์ ฟร้อนท์ ของบริษัท เอ ข้อกล่าวหานี้เป็นเรื่องที่มีข้อกล่าวหาหรือประเด็นที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ซึ่งมิได้มีหลักฐานใหม่ที่อาจทำให้ผลการพิจารณาเปลี่ยนแปลงไป เป็นกรณีห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับหรือยกเรื่องที่มีลักษณะดังกล่าวขึ้นพิจารณา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 54 (1) และการกระทำของ นายวิวัฒน์ นายธานี บริษัท เอ นายสุรชาติ และนายสุวรรณ จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป



