หน้าแรก การเมือง เครือข่ายภาค ...

เครือข่ายภาค ปชช.ยื่นเรื่อง ‘เท้ง‘ เร่งรบ.เดินหน้าสวัสดิการ เด็ก-คนพิการถ้วนหน้า ชี้ เปลี่ยนมา 3 รมต.ยังไม่คืบ

10.06.26 | 16:54 น.

เครือข่ายภาค ปชช.ยื่นเรื่องผู้นำฝ่ายค้าน เร่งรัดรบ.เดินหน้าสวัสดิการ บรรจุงบเด็ก-คนพิการถ้วนหน้า บอกเปลี่ยนมา 3 รมต.ยังไม่คืบ ‘เท้ง’ ชี้ รบ.ทำสวัสดิการถดถอย ลุยรีดไขมันไม่จำเป็นออก เสริมสวัสดิการปชช.

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน รับหนังสือจากเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ทางเครือข่ายแรงงาน เครือข่ายสลัมสี่ภาค รวมทั้งพีมูฟได้ยื่นข้อเสนอเพื่อให้ผู้นำฝ่ายค้านและพรรคประชาชน ช่วยเร่งรัดการยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต นโยบายสวัสดิการของประชาชน ทั้งเรื่องเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า ซึ่งตอนนี้เป็นรัฐบาลที่สี่แล้ว อยากให้ดำเนินการซึ่งใช้งบประมาณ 5.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มากในการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กแรกเกิดประมาณ 3 ล้านคนในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี หากได้รับเงินอุดหนุนถ้วนหน้า ขณะเดียวกันยังได้ติดตามจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรื่องเบี้ยความพิการ

ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าจะมีการปรับเงินจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท แต่เมื่อไปเช็คกระบวนการงบประมาณว่าจะได้รับเมื่อไหร่ ปรากฏว่ายังไม่ได้ตั้งงบเรื่องเงินผู้พิการถ้วนหน้า จึงอยากฝากนายณัฐพงษ์ไปถามนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวง พม. ว่า เงินคนพิการที่คณะกรรมการคนพิการได้ปรับขึ้นแล้ว จะได้เมื่อไหร่ จะได้ในปีงบประมาณนี้หรือไม่อย่างไร

นอกจากนี้จะเห็นว่าอัตราการเกิดน้อยลงมาก จึงมีข้อเสนอเกี่ยวกับสตรีมีครรภ์ ซึ่งมีการพิจารณาผ่านมา 3 รัฐมนตรีแล้ว และเห็นชอบเรื่องให้เงินสตรีที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 5-9 เดือน เดือนละ 3,000 บาท รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ ที่มีมติร่วมกับทางรัฐบาลที่ผ่านมา จาก 600-1,000 บาท เป็นอัตราเดียวกันคือ 1,000 บาททั้งหมด แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จึงอยากฝากฝ่ายค้านใช้กระบวนการนิติบัญญัติเร่งรัดหรือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งใน 4 กลุ่มเป้าหมายที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมากกว่า 19 ล้าน คนทันที ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน

Advertisement

ด้านนางสุนี ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กศูนย์ถ้วนหน้า กล่าวว่า ภาคประชาชนเนื่องจากมีบทเรียนมาแล้วในเรื่องเงินอุดหนุนเด็ก ที่รัฐมนตรีหลายรัฐบาลออกมาพูดกันหลายคน แต่กลับไม่มีมติของคณะรัฐมนตรีที่จะรับรองว่าจะได้เงิน มีแต่บอกว่าให้รอ ซึ่งวันนี้ในส่วนของเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าครบรอบ 10 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ถ้วนหน้าสักทีเพราะให้รอก่อน วันนี้แม้แต่งบประมาณรายจ่ายปี 70 ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะรัฐบาลไม่ได้บรรจุเข้าไป จึงเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีมีมติและจัดการให้เรื่องนี้เข้าไปอยู่ในร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 แต่หากพูดให้รอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ทุกเครือข่ายที่มีเด็กเป็นแกนกลาง ก็จะรู้สึกว่ารัฐบาลหลอกเราหรือไม่ เพราะไม่ดำเนินการสักที เช่นเดียวกับเงินคนพิการที่แถลงนโยบายดีมาก แต่ตราบใดที่ไม่มีมติของคณะรัฐมนตรี อย่างชัดเจนว่าจะบรรจุในงบประมาณปี 70 ก็อาจจะไม่ทันอีก

นางสุนี ยังกล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ตราบใดที่มีการคัดกรองความจนก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ ที่คนควรจะได้ไม่ได้เงินสักที แล้วอะไรคือเงื่อนไขกฎเกณฑ์ที่จะพิสูจน์ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ที่มันไม่ดี และไม่ชัดเพราะฉะนั้นก็จะมีผู้ตกหล่น เหมือนเด็ก 3 ล้านคนที่ตกหล่นถึง 34% ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคนจน

ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญในตอนนี้ที่ได้มีการตั้งข้อสังเกต คือประชาชนกังวลว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ อาจจะอยู่ในยุคที่มีความถดถอยทางด้านสวัสดิการของประชาชน ซึ่งสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดที่สุด นอกจากเรื่องของคำมั่นสัญญาหลาย ๆ อย่าง ที่ประชาชนได้เข้าไปประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ประชุมแล้วประชุมอีกผลลัพธ์ก็ไม่เกิดขึ้น อาทิ กรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เราเห็นว่าวิธีในการบริหารจัดการของรัฐบาล เวลาจะให้สวัสดิการอะไรสักอย่างต้องมีการจำกัด และสิทธิประโยชน์และคัดกรองหลายรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเราพยายามผลักดันที่จะให้สวัสดิการเป็นเกราะคุ้มกัน ไว้รองรับคนที่ล้มและให้กับสังคม ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะใช้กลไกต่อจากนี้ในการผลักดันอย่างเต็มที่ที่สุด อย่างกรณีของงบปี 70 ยังไม่อยากให้ประชาชนทิ้งความหวัง ถ้ารัฐบาลมีการตั้งคำของบประมาณมาแล้ว แต่ว่าอาจจะบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ.ที่ไม่เพียงพอ เราก็จะทำงานในกรรมมาธิการวิสามัญงบประมาณอย่างเต็มที่ในการรีดไขมันที่ไม่จำเป็นออก และพอที่จะตั้งงบบางส่วนเข้าไปเสริมสวัสดิการให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น และเราก็พร้อมที่จะผลักดันต่อ พร้อมยืนยันว่า จะใช้กลไกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเสนอกฎหมาย หรือช่องทางการพิจารณางบประมาณ รวมถึงกลไกในชั้นกรรมาธิการฯ ที่จะผลักดันทุกอย่าง