ส่องปราศรัยใหญ่‘ปรเมศวร์’
ย้ำ‘ใช้ผลงานเป็นคำพูด’ ชู Better Pattaya กลยุทธ์ดึงคะแนน
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา เหลือไม่ถึง 20 วัน จะถึงวันลงคะแนนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองพัทยา 28 มิถุนายนนี้
ท่ามกลางสมรภูมิชิงนายกเมืองพัทยาที่ขยับความร้อนแรงขึ้น ถือเป็นสนามที่น่าจับตาวัดขุมกำลังระหว่างแชมป์เก่าเจ้าถิ่นเดิมเรารักพัทยา กับคลื่นลูกใหม่พรรคประชาชน ต่างงัดนโยบายขยันลงพื้นที่หาเสียงเข้มข้น
การลงสนามรอบนี้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ในนามกลุ่ม “เรารักพัทยา” ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 ก้าวลงสู่สนามด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมเหยียบคันเร่งขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เป็นรายแรก พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมรับฟังนโยบายกันเต็มพื้นที่ชายหาดพัทยากลาง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยประกาศความมุ่งมั่นผ่านวิสัยทัศน์ Better Pattaya 2.0 เป้าหมายสำคัญ คือรับฟังแนวทางการพัฒนาเมืองภายใต้ 33 นโยบายหลัก ที่มุ่งตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่มในเมืองพัทยา
ภายในงานมีบุคคลสำคัญทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี รวมถึงกลุ่มนักการเมืองทั้งในและนอกพื้นที่ เดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ก่อนเริ่มการปราศรัย ทางทีมงานได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกิจกรรม “ติดสติ๊กเกอร์รูปหัวใจบนบอร์ด 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” ร่วมแสดงความเห็นว่า นโยบายใดโดนเส้นได้รับความสนใจมากที่สุด ผลตอบรับดีเกินคาดนโยบายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้นโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชน อาทิ “Festival City” เมืองมาตรฐานแห่งการจัดเทศกาล สร้างรายได้ตลอดทั้งปี, การเปิดพื้นที่จัดบูธฟรีทุกเทศกาลเพื่อสร้างรายได้ให้คนพัทยา, การยกระดับผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล, พลิกโฉมนาเกลือเป็นย่านสร้างสรรค์พลังเศรษฐกิจ, อนุรักษ์ประมงพื้นบ้านและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น, เดินหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออกให้สำเร็จ, สร้างศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด 30 ไร่, ดูแลคนทำงานกลางคืน, เมืองคนทำงานออนไลน์ “อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้” รวมถึงการผลักดันเมืองพัทยาสู่ Wellness Destination รองรับนักเดินทางทั่วโลก ยังไม่หมด มีนโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอภายในงาน เช่น เด็กพัทยาต้องว่ายน้ำเป็น, การก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งที่ 2 ของเมืองพัทยา, เที่ยวอุ่นใจมีประกันภัยนำร่องเกาะล้าน, ทวงคืนพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลแรงงานและผู้ประกอบอาชีพกลางคืนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว
โฟกัสไปที่เวทีปราศรัยด้วยการนำเสนอผลงานของผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต พร้อมนำเสนอแนวคิดและแรงบันดาลใจของทีมคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมทำงานทางการเมือง ก่อนเปิดโอกาสให้ตัวแทนแต่ละเขตขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเมืองด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่คำสัญญา”
ผู้แทนเขต 1 กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่นาเกลือ ควบคู่กับการดูแลวิถีชีวิตคนในชุมชนดั้งเดิม ส่วนเขต 2 กล่าวถึงแนวคิดการอยู่ร่วมกันของคนในเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเน้นว่าพื้นที่เมืองพัทยาเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม รวมถึงประชาชนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงต้องผลักดันให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างบรรยากาศเมืองที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับทุกชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน
ขณะที่เขต 3 ซึ่งดูแลทั้งพื้นที่ฝั่งเมืองและเกาะล้าน กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระบบน้ำประปา RO บนเกาะล้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงการหาเสียง ส่วนเขต 4 เน้นเรื่องกีฬา พื้นที่ออกกำลังกาย การพัฒนาสาธารณูปโภค และการสร้างพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนท้องถิ่น
สปอตไลต์ทุกดวงส่องไปที่ นายปรเมศวร์ ขึ้นเวทีปราศรัยนำเสนอนโยบายการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการต่อยอดแนวคิด “Better Pattaya” สู่เวอร์ชั่น 2.0 จากเดิมที่มี 4 เป้าหมาย 15 นโยบาย สู่ 3 ยุทธศาสตร์หลักและ 33 นโยบาย ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการเมืองด้วยเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจ
นายปรเมศวร์ย้ำแนวทางการทำงานของทีมเรารักพัทยาว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง และทุกกลุ่ม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเมืองพัทยา ทีมเรารักพัทยาทำงานอย่างอิสระ เราสามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้ เพราะคนที่สั่งเราได้ มีเพียงประชาชนและทีมนโยบายเท่านั้น “เราใช้ผลงานเป็นคำพูด”



