โฆษกกองทัพไทย เคลียร์ทุกข้อสงสัย แนวทางรักษาความมั่นคงชายแดน ใช้ทั้งรั้วถาวร ใช้เทคโนโลยี อย่างบูรณาการ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนว่า กองทัพขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อแนวทางการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนในปัจจุบันมิได้เลือกใช้เฉพาะรั้วถาวรหรือระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการพิจารณาใช้มาตรการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ข้อจำกัดทางภูมิประเทศ สถานะของแนวเขตแดน และภารกิจด้านความมั่นคงในแต่ละพื้นที่
สำหรับพื้นที่ที่มีการกำหนดแนวเขตแดนและปักปันเขตแดนแล้วอย่างชัดเจน ได้มีการดำเนินการก่อสร้างรั้วมั่นคงชายแดนควบคู่กับถนนตรวจการณ์ เพื่อสนับสนุนการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน
ขณะที่ในบางพื้นที่ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการกำหนดแนวเขตแดน หรือมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ หน้าผาสูงชัน และเงื่อนไขทางเทคนิค การใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ กล้องตรวจการณ์ และระบบตรวจจับต่างๆ เป็นมาตรการเสริมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนรั้วมั่นคงชายแดน กำลังพล หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการเครื่องมือ เทคโนโลยี และกำลังพลให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ และสถานการณ์
ทั้งนี้ การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนยังคงอาศัยการบูรณาการระหว่างกำลังพล ถนนตรวจการณ์ รั้วมั่นคงชายแดน ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการด้านความมั่นคงอื่นๆ ร่วมกัน ภายใต้การกำกับดูแล และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
สำหรับโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วมั่นคงชายแดนในพื้นที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุ และเครื่องจักรกลจากฐานปฏิบัติการที่ 6 ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก เข้าสู่บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนตรวจการณ์จากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 59 ระยะทางรวม 8.38 กิโลเมตร
ในส่วนของรั้วมั่นคงชายแดนจากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 54 ระยะทางรวม 1.31 กิโลเมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ความสูงรวม 3.35 เมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และภารกิจด้านความมั่นคง โดยปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าในภาพรวมประมาณร้อยละ 45 และจะดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกรกฎาคม 2569
พล.ต.วิทัยกล่าวว่า กองทัพตระหนักดีว่าความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และติดตามอย่างใกล้ชิด จึงพร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาประกอบการประเมินสถานการณ์ และพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนต่อไป


