หน้าแรก การเมือง ส.ส.ปชน. ข้อง...

ส.ส.ปชน. ข้องใจก.อุตฯ ไฟเขียวซินเคอหยวน กลับมาผลิตเหล็ก วราวุธ ลุกแจงยิบ ชวนบุกโรงงานตรวจสอบด้วยกัน

11.06.26 | 12:47 น.

ซินเคอหยวน – “วราวุธ” แจงกระทู้ “สส.ปชน.”หลังให้ ”ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดโรงงานผลิตเหล็ก หวั่นไม่ได้มาตราฐาน ยัน ก.อุตฯ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานเหล็ก การันตี ผลการตรวจสอบผ่านมาตรฐาน ต้องให้กลับมาเปิดโรงงานรอบใหม่ พร้อมชวน “กฤช” บุกโรงงานร่วมตรวจสอบด้วยกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นายกฤช ศิลปชัย ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ถามเรื่องการอนุญาตเปิดโรงงานซิลเคอหยวน สตีล จำกัด จ.ระยอง ว่า ทั้งที่เหตุอาคาร สตง.ถล่มพบเหล็ก SKY ของโรงงานฯ ดังกล่าวไม่ได้มาตรฐาน และได้กระจายไปตามอาคารบ้านเรือน และสำนักงานต่างๆ ในประเทศมากมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งให้โรงงานซินเคอหยวนปรับปรุงเรื่องใดบ้าง และบริษัทได้มีการปรับปรุงครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะเตาปรุงน้ำเหล็ก และเมื่อมีการผลิตเหล็กสู่ตลาดแล้ว สามารถรับรองมาตรฐานเหล็กให้กับสังคม และผู้บริโภคได้หรือไม่

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน หากพบผู้ประกอบการโรงงาน การสั่งปิดเป็นอำนาจปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเมื่อมีการแก้ไขแล้ว ก็ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาอนุญาตให้เปิดดำเนินการต่อ ยืนยันว่า ตนไม่ได้โยนหน้าที่การตอบคำถามให้ปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้ตอบ เพราะตามกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจใดๆแก่รัฐมนตรี ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกฤช ที่ได้ตั้งกระทู้ถาม เพื่อให้ตนได้เข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ไม่มีการละเมิดใดๆ

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กรมโรงงานฯได้สั่งให้โรงงานซินเคอหยวนจัดการ คือปัญหาฝุ่น เพราะโรงงานซินเคอหยวน ได้ผลิตฝุ่นเกินมาตรฐาน จึงทำให้เป็นเงื่อนไขในการปิดโรงงาน และภายหลังกรมโรงงานฯ ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว สามารถบำบัดมลพิษทางอากาศผ่านเกณฑ์ และคุณภาพเหล็ก ซึ่งไม่ได้นับรวมเตาปรุงนั้น ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มีรายงานว่า เหล็กที่ได้สุ่มตรวจ ได้ผ่านมาตรฐานตามที่สำนักงาน มอก.กำหนด

ส่วนมาตรฐานเหล็กโรงงานซินเคอหยวนที่ได้กระจายเข้าสู่ตลาดแล้วนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้กรมโรงงานฯ ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม เพิ่มมาตรฐาน และตรวจสอบทุกโรงงานเหล็กในประเทศไทยกว่า 40 แห่ง ไปสุ่มตรวจเดือนละ 2 ครั้ง และตรวจศูนย์กระจายทุกหน้าร้าน หน้าไซต์งาน หากพบว่า บริษัทใดผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย และถูกสั่งปิดโรงงานแน่นอน ดังนั้นการตรวจสอบอย่างละเอียด น่าจะสามารถสร้างความอุ่นใจต่อประชาชนถึงความปลอดภัยได้ และจากนี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จะมีการออกมาตรฐานข้อกำหนดการคัดเลือกเศษเหล็ก และเคมีน้ำเหล็กมาเป็นวัตถุดิบเหล็กเส้น และขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้เหล็กได้มาตรฐาน

ขณะที่ นายกฤช ยังได้ถามถึงกระบวนการตรวจสอบเตาปรุงนำเหล็ก และถามถึงการสุ่มตรวจว่า ได้มีการสุ่มตรวจเหล็กจากทุกเตาหลอมหรือไม่ เพราะมีการตรวจถึง 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งผ่าน แต่อีกครั้งหนึ่งไม่ผ่าน รวมถึงกรณีที่ตรวจพบฝุ่นแดงจากโรงงานซินเคอหยวน ที่มีมากเกินกว่ามาตรฐาน หรือมีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ และได้มีการตรวจสอบกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ กระบวนการผลิต และกระบวนการเกิดฝุ่นแดงสัมพันธ์กันหรือไม่

Advertisement

นายวราวุธ ชี้แจงว่า ตนได้กำชับให้กรมโรงงานฯ ตรวจสอบให้ถี่ขึ้นและละเอียดมากขึ้น ดังนั้นขอเชิญชวนนายกฤช และทีมงาน ได้มาร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อให้มีความละเอียดยิ่งขึ้น เพราะตนก็เข้าใจความรู้สึกของ ส.ส. ดังนั้นเพื่อให้ได้เห็นกับตาตัวเอง และหากยังไม่ผ่านมาตรฐานอีก ก็สามารถสั่งปิดโรงงานซินเคอหยวนอีกได้ เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ และได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาฝุ่นแดงนั้น จากที่ตนได้รับทราบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ตรวจสอบพบการครอบครองฝุ่นแดงมากผิดปกติ และมีการลักลอบนำเข้าหรือไม่ ก่อนที่ดีเอสไอจะยุติการสอบสวน เพราะไม่พบว่า โรงงานซินเคอหยวน นำเข้าหรือส่งออกฝุ่นแดง และปริมาณการเกิดฝุ่นก็สัมพันธ์กับปริมาณการผลิต ไม่ได้เกินปริมาณสูงสุดที่โรงงานจะผลิตได้ ดังนั้น อธิบดีดีเอสไอ จึงได้แจ้งผลสอบสวนไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด และยุติการสืบสวน ทำให้ต้องอนุมัติการดำเนินการต่อของโรงงานซินเคอหยวน ดังนั้นขอเชิญชวนนายกฤช ไปร่วมตรวจด้วยกัน หากยังพบปัญหา ก็สามารถสั่งปิดได้อีกครั้ง

ขณะที่ นายกฤช ได้ฝากข้อสังเกตให้ นายวราวุธ ถึงการเปิดโรงงานซินเคอหยวน และโรงงานอื่นๆ ที่ผลิตเหล็กไอเอฟ ว่าถือเป็นเรื่องใหญ่ และสำหรับโรงงานที่มีลักษณะผิดซ้ำซาก ควรมีการตรวจสอบให้ชัดก่อนสั่งเปิด ไม่ใช่การเปิดแล้วค่อยสั่งปิด ดังนั้นจึงต้องชัดเจน และรัฐมนตรีฯ มีอำนาจตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานใต้สังกัดอยู่แล้ว

นายกฤช ถามต่อว่า กรณีที่โรงงานซินเคอหยวน เตรียมเปิดสาขา 2 ในการผลิตเหล็กแผ่นแบบไอเอฟ ซึ่งการผลิตสามารถผลิตเกินความต้องการของทั้งประเทศด้วย จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีก็เคยรับปากจะเลิกเตาหลอมแบบไอเอฟก่อนหน่วยงานใต้สังกัด กลับเปิดโรงงานเตาหลอมไอเอฟ ที่ถูกสั่งปิดเพียงข้ามคืน ดังนั้นกระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวคิดจะยกเลิกโรงงานเตาหลอมแบบ ไอเอฟ อย่างไร

นายวราวุธ ชี้แจงว่า ในการตรวจโรงงานนั้น มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และเมื่อตรวจผ่านเกณฑ์ ก็ต้องอนุญาตให้เปิด แต่หากระยะเวลาผ่านไป พบกระบวนการผลิตที่ทำให้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน ก็สามารถสั่งแก้ไข หรือแก้ไขแล้วแต่ไม่ได้มาตรฐานอีก ก็ต้องสั่งปิด ดังนั้น จึงไม่ใช่การตรวจครึ่งๆกลางๆ เดี๋ยวเปิด เดี๋ยวปิด ยืนยันว่าได้ทำการกติกา และขั้นตอนทั้งหมด ส่วนที่โรงงานฯ จะเปิดสาขา 2 นั้น กระบวนการผลิตไม่ว่าจะเอา ไอเอฟหรือ อีเอฟ ก็จะต้องผลิตเหล็กให้ได้มาตรฐาน หากเวลาผ่านไปแล้ว เหล็กไม่ได้มาตรฐาน กรมโรงงานฯ และ สมอ.ก็ต้องถูกตรวจยึด และปรับปรุง โดยตนให้ได้ สมอ.ระบุให้โรงงานที่ทำระบบ ไอเอฟ จะต้องมีเตาปรุง และต้องใช้ด้วย

รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงว่า ส่วนแนวทางการเปลี่ยนผ่านเตาหลอมแบบ ไอเอฟ เป็น อีเอฟนั้น ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนไปรวดเร็ว และในอนาคตอันใกล้มีการพูดถึง Green Steal ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ที่เป็นมาตรฐานขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ตั้งแต่การนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวทางการเปลี่ยนเทคโนโลยี จะต้องพิจารณาสถานการณ์โลก แต่บรรทัดฐานไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีใด ก็จะต้องผลิตเหล็กให้ได้คุณภาพ และเป็นไปตามกฎหมาย ตาม มอก.กำหนด