‘กมธ.พัฒนาการเมืองฯ’ ถกเดือดแชตหลุดน้ำเงินช่วยด้วย รุมซักปลัดภูเก็ต ทำโพลเลือกตั้ง ตอบ 100% ครับนาย เพราะรับคำสั่ง แต่ไม่ปฏิบัติตาม จี้รองอธิบดีปกครอง ตอบปมตั้ง กก.สอบหลังตอบวน สุดท้ายบอกไม่รู้ ก.พ.ชี้หากพบไม่เป็นกลาง-ละเว้นสอบ มีโทษทั้งวินัย-อาญา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน วาระพิจารณาเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้อำนาจหน้าที่และการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของอธิบดีกรมการปกครองเรื่องช่วยน้ำเงินด้วย โดยมีการเชิญ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจง แต่นายนฤชามอบหมาย นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงแทน มีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้แทนจากเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือแจ้งว่าจะเข้าชี้แจงในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เนื่องจากติดภารกิจที่สำคัญและเร่งด่วน
โดย น.ส.ภคมนกล่าวว่า เรื่องเล่าดังกล่าว เกิดจากเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ถูกสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่กรมการปกครองเป็นการประจำ ซึ่งคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม เหตุผลในการย้ายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่าผู้ประกอบการในสถานบันเทิงมีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลประโยชน์ ดังนั้นจึงให้ย้ายเพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งคณะเหลือเวลา 9 วัน ก็จะครบหนึ่งเดือนแล้ว
ด้าน นายรุ่งเรืองชี้แจงว่า ตั้งแต่มีคำสั่งย้ายตัวเองมาให้ปากคำที่กรมการปกครอง โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งตนเป็นปลัดจังหวัดภูเก็ตมาตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ตนได้บังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการเรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ จำนวน 2 แปลง ได้แก่ แปลงแรก 165 ไร่ และแปลงที่สองคือ หาดบางเทา หลังจากนั้นมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยโทรมาระบุว่า รู้จักผู้ใหญ่ในกระทรวง และมีกระแสในพื้นที่ว่าจะมีการย้ายตนออกนอกพื้นที่ จากนั้นก็มีคำสั่งย้ายตนพร้อมข้าราชการ 5 คนโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งตนมองว่าเป็นการจัดฉาก เพราะมีการเผยแพร่เรื่องที่ตนถูกดำเนินการทางวินัยเพื่อดิสเครดิตให้คนภูเก็ตมองว่าตนมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว
นายรุ่งเรืองยังได้เปิดแชตที่พูดคุยกับอธิบดีกรมการปกครอง ที่มาของคำว่า “น้ำเงินช่วยด้วย” และรายงานสัดส่วนคะแนนนิยมผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดภูเก็ต ก่อนกล่าวว่า แม้จะเป็นข้าราชการตัวเล็ก แต่ไม่สร้างพยานหลักฐานเท็จแน่นอน เพราะตนไม่มีเจตนาที่จะฟ้องร้องรัฐบาล หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง วันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนกับอธิบดีกรมการปกครอง
น.ส.ภคมนจึงถามว่า กรมการปกครองสั่งงานกันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เป็นปกติหรือไม่
ด้าน นายวินัยกล่าวว่า สั่งงานตามระบบราชการ ไม่เคยสั่งงานผ่านทางไลน์ เพราะไลน์ใช้สำหรับประชาสัมพันธ์ผลงาน และรายงานผลการดำเนินงานเท่านั้น
ทำให้นายรุ่งเรืองค้านว่า ที่ผ่านมามีข้อสั่งการผ่านทางไลน์
น.ส.ภคมนถามต่อว่า อธิบดีกรมการปกครองไม่ปฏิเสธว่าไลน์ดังกล่าวเป็นไลน์ของท่าน แต่ระบุว่าเป็นไลน์สาธารณะ จึงอยากรู้ว่าไลน์สาธารณะเป็นอย่างไร ด้าน นายวินัยกล่าวว่า ไลน์สาธารณะเป็นไลน์เฉพาะกลุ่มระหว่างนายอำเภอกับผู้บังคับบัญชา กรณีนี้อธิบดีกรมการปกครองได้ชี้แจงไปที่กระทรวงมหาดไทยเรียบร้อย และชี้แจงไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

จากนั้น นายพิชานนท์ อิงประสาร ส.ส.ตราด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.ถามนายรุ่งเรืองว่า การส่งโพลทางการเมืองเป็นหน้าที่ของปลัดจังหวัดหรือไม่ เพราะตนเคยเป็นกำนันเก่า และหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องเป็นกลางทางการเมือง ฟาก นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากดูตามผลการเลือกตั้ง พรรคประชาชนคว้าชัยไป 2 เขตเลือกตั้ง อีกเขตหนึ่งคือพรรคกล้าธรรม แต่สิ่งที่ท่านตอบอธิบดีกรมการปกครองว่า “100% ครับนาย” เป็นการเอาใจนายหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่าจะต้องเป็นกลางทางการเมือง หากอธิบดีกรมการปกครองสั่งการให้ช่วยพรรคภูมิใจไทยก็ต้องชนะทั้ง 3 เขตเลือกตั้งแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งย้อนแย้งกัน
ด้าน นายรุ่งเรืองชี้แจงว่า การทำงานของฝ่ายปกครอง ทั้งนายอำเภอ ปลัดอำเภอก็จะต้องมีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ หากดูในไลน์จะเห็นว่าตนรายงานผลการจับโรงแรม จับยาเสพติด ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำโพล แต่เป็นการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะตนก็บอกว่า เพื่อโปรดทราบเป็นข้อมูล และไม่ได้ช่วยพรรคการเมืองไหน ยืนยันว่าภาพแชตไลน์ถอดคำบรรยายมาทั้งหมด
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า ตามข้อความในแชตนั้น คำว่าช่วยน้ำเงินด้วย นายรุ่งเรืองเข้าใจว่า อธิบดีกรมการปกครองต้องการให้ท่านทำอะไร ทำไมท่านจึงตอบกลับไปว่า 100% ครับนาย
ด้าน นายรุ่งเรืองกล่าวว่า ใครก็ตามที่เกิดในยุคนี้หรือใน 5 ปีหลัง คงเข้าใจความหมายดี การที่ตอบว่าช่วยน้ำเงิน 100% นั้น ตนจะปฏิเสธผู้บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ในข้อเท็จจริงตนไม่กล้าช่วยใคร เพราะไม่ได้รู้จักใครที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเพิ่งย้ายเข้าไปดำรงตำแหน่ง
“100% ครับนาย ผมตอบในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้มีการช่วยเหลือ พร้อมรับคำสั่งและไม่ปฏิบัติตาม คำว่าช่วยน้ำเงินด้วย ตามความเข้าใจของผม คือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งผมมองว่าเป็นคำสั่ง เพราะบางครั้งทางราชการไม่ต้องสั่งการด้วยหนังสือ สามารถสั่งการเป็นวาจาก็ได้” นายรุ่งเรืองกล่าว
นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. จึงถามว่า โพลการเมืองใครเป็นคนสั่งให้ทำ ท่านมีหน้าที่อะไรที่ส่งสิ่งนี้ให้กับผู้บังคับบัญชา ส่วนคำว่าช่วยน้ำเงินด้วย ท่านเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาคาดหวังให้ท่านทำอะไร
นายรุ่งเรืองกล่าวย้ำว่า เป็นการรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ ช่วยน้ำเงินด้วย กับ 100% ครับนาย ใครเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องตอบแบบนั้น ซึ่งตนคงช่วยใครไม่ได้ โดยที่มาของผลโพลคะแนนเป็นไปตามตำบล และหมู่บ้านรายงานมาที่ปลัดอำเภอ และปลัดอำเภอรายงานผลมาที่เลขาของตนอีกครั้ง

นายเอกพล ณ พัทลุง ส.ส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย ถามว่า เพราะเหตุใดถึงเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในช่วงนี้ หากไม่ถูกย้ายจะเปิดเผยข้อความนี้หรือไม่ นายรุ่งเรืองกล่าวว่า อยากเปิดเผยตั้งนานแล้ว แต่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
ขณะที่ นายชานนท์ แก่นสวาท นิติกรชำนาญการจาก ก.พ. ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบก่อน หากสอบแล้วมีมูลก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานความไม่เป็นกลางทางการเมือง และมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับมารยาททางการเมือง ที่ระบุว่า ข้าราชการต้องไม่ช่วยเหลือการหาเสียง
นายชานนท์กล่าวอีกว่า สำหรับคำว่าช่วยน้ำเงินด้วย ต้องดูว่าคุยกันบริบทไหน แต่อย่างไรจะต้องมีการวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตามมารยาททางการเมืองของราชการ โดยเกณฑ์การพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสอบสวน ที่จะทำหน้าที่ในการชั่งน้ำหนักของทั้งสองฝ่าย ต้องดูรายละเอียดค่อนข้างมาก เหมือนกับการพิจารณาคดีหนึ่ง และหากผู้บังคับบัญชาละเลย ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว จะถือว่ามีความผิดทางวินัย
ขณะที่ ผู้แทน ป.ป.ช.ชี้แจงว่า หากผู้บังคับบัญชา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะมีทั้งโทษทางวินัย และถ้ามีพยานหลักฐานอาจโยงไปถึงความผิดทางอาญาได้ ซึ่งสามารถไต่สวนได้ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ทั้งนี้ต้องดูพยานหลักฐานและเอกสารประกอบ
นายวินัยยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองทุกระดับในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมายึดมั่นความเป็นกลางทางการเมืองและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประชุมซักซ้อม และมีหนังสือชัดเจนถึงบุคลากรในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนการเลือกตั้งอยู่แล้ว ยืนยันว่ากรมการปกครองไม่เคยจัดทำโพล ในวันเลือกตั้งก็มีการสนับสนุนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเรียบร้อยและแก้ปัญหาทางทะเบียน โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมาบุคลากรของกรมกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการวางตัวเป็นกลางจำนวนน้อยมาก
นายวินัยกล่าวต่อว่า ขณะที่การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัย เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย โดยขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบใดๆ ทั้งสิ้น อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อมูลระหว่างอธิบดีกรมการปกครอง และผู้บังคับบัญชาคือ ปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต เป็นหน้าที่ของ กกต.เป็นผู้สรรหา ยืนยันว่ากรมการปกครองไม่ได้ส่งรายชื่อไปให้ แต่ผู้ที่ได้รับการทาบทามและมีรายชื่อไปเป็นกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตและ ผอ.กกต.เขต จะมีการแจ้งรายชื่อต่อผู้บังคับบัญชาในพื้นที่
นายวินัยกล่าวอีกว่า ขณะที่การแต่งตั้งโยกย้าย 300 กว่าตำแหน่งในห้วงเวลาเดียวกัน เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งบริหารและมีตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ ย้ำว่าเป็นการโยกย้ายในห้วงเวลาปกติในและดำเนินการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอย่างเคร่งครัด
นายรุ่งเรืองกล่าวว่า การไปอยู่จังหวัดภูเก็ต ไม่ได้รู้จักนักการเมืองคนใด เมื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่กลุ่มต่างๆ ก็มองว่าตนไม่ใช่พวกเขา ทำอะไรก็ถูกมองว่าไม่ใช่กลุ่มของคนนั้นคนนี้ ตั้งแต่ตนไปจับกุมที่หาดบางเทา พบกลุ่มการเมืองในพื้นที่สนิทสนมกับผู้ต้องหา ด้วยเหตุนี้เชื่อว่าทำให้ตนเองต้องถูกย้ายมาช่วยราชการที่กรมการปกครอง ซึ่งเรื่องแชตไลน์หลุดกับการโยกย้ายให้มาช่วยราชการ ตนมองว่าเป็นคนละประเด็นกัน
นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานรองประธาน กมธ.ที่มีรายชื่อในผลโพล กล่าวว่า หากเปลี่ยนคำว่าเป็นช่วยส้มด้วย ทุกคนจะคิดว่ามันถูกต้องหรือไม่ ทุกการเลือกตั้งเกิดจากการตัดสินใจของประชาชน หากหน่วยงานข้าราชการมาช่วยจะมีศักดิ์ศรีหรือไม่ เช่น อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก็มีปลัดปกครองส่งในไลน์ไปกลุ่มของปลัดอำเภอ เพื่อขอให้ช่วยผู้สมัครพรรคสีน้ำเงิน เช่นนี้มีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่
นายวินัยกล่าวต่อว่า ขอขอบคุณคณะ กมธ.ที่แจ้งข้อมูลให้ทราบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น จึงขอข้อมูลไปสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ด้าน นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ขอฝากรองอธิบดีกรมการปกครองทำให้เห็นว่ามีการดำเนินการ จะลงโทษสถานเบาหรือสถานหนักก็ไม่ได้ซีเรียส กรณีที่ผู้กระทำผิดก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าผลตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าสังคมไทยจะรับได้ ตนคนหนึ่งยืนข้างความถูกต้องแต่ขออย่ากลั่นแกล้งกัน ใครผิดใครถูก ขอให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง
นายวรา จันทร์มณี ที่ปรึกษา กมธ.แย้งว่า ผลสอบเป็นเรื่องซีเรียส สิ่งที่ข้าราชการกระทำผิดต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและลงโทษ นายชนนพัฒฐ์กล่าวว่า เข้าใจว่าซีเรียส แต่บางครั้งมันเดินไม่ได้ ต้องเปิดทางให้หน่วยงานได้ไปทำงานต่อ เชื่อว่าไม่มีใครกล้าอยู่เหนือกฎหมาย
นายวินัยชี้แจงเกี่ยวกับบัญชีไลน์ของอธิบดีกรมการปกครองว่า ตามหลักผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาต้องมีไลน์สื่อสารกันอยู่แล้ว ยอมรับมีพูดคุยกันบ้างแต่ไม่ได้คุยกับอธิบดีกรมการปกครองผ่านไลน์หลายเดือนแล้ว ส่วนใหญ่จะสั่งการกันในที่ประชุมมากกว่า ยืนยันว่าอธิบดีกรมการปกครองไม่เคยมาสั่งการข้อราชการผ่านไลน์ ส่วนไลน์ของอธิบดีกรมการปกครองเป็นบัญชีเดียวกับที่ไปสั่งการปลัดจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ในช่วงท้าย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. สอบถามนายวินัยอีกครั้งถึงตั้งคณะกรรมการสอบกรณีแชตหลุดน้ำเงินช่วยด้วย เพราะนายวินัยตอบไม่ตรงกันถึง 3 ครั้ง ซึ่งถือว่ามีพิรุธ นายวินัยจึงยืนยันว่า ไม่ทราบว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบแล้วหรือไม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง




