ตัวแทนผู้เสียหายยื่นร้อง กมธ.กฎหมาย-กมธ.ทหารช่วยเหลือหลังครอบครัวถูกหลอก เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในกัมพูชา เผยมีคนไทยเกือบ 50 คนยังติดคุกเขมร ‘รอมฎอน’ จ่อเชิญทุกฝ่ายหาทางช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 11 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะเลขานุการกรรมาธิการกฎหมายฯ พร้อมด้วย น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาขน ในฐานะกรรมาธิการทหาร รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้ได้รับความผิดทางอาญา
ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า วันนี้มาขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐบาล เนื่องด้วยเด็กๆ ติดคุกที่ประเทศกัมพูชา ความเป็นอยู่ลำบากมาก เราไม่แน่ใจว่าใครคิดอย่างไร แต่อยากให้คิดว่าเด็กๆ เป็นเหยื่อ การดำเนินการที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดช่วยเหลือได้เลย ตอนนี้เราอยากให้รัฐบาลผลักดันช่วยเด็กๆ กลับมา ขณะนี้มีเด็กติดคุกที่กัมพูชา ผู้ปกครองต้องส่งเงินไปให้เด็กเดือนหนึ่งมากกว่า 10,000 บาท มีค่าใช้จ่ายในเรือนจำ เช่น ค่าพัดลมเดือนละ 2,000 บาท ค่าน้ำเดือนละ 500 บาท ค่าน้ำแพ็คเดือนละ 300 บาทและค่าใช้จ่ายจิปาถะ ขณะนี้เด็กๆ โทรมาบอกว่าป่วยเป็นกลากเกลื้อน ในเคสของตัวเองเด็กๆ ถูกโทษจำคุกหนึ่งปี ขณะนี้มีเด็กๆ ติดอยู่ 40 – 50 คนที่ยังรอหน่วยงานรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือ
ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้คนไทยถูกจับตัวและถูกหลอกไปทุกวัน โดยหลอกว่าจะมีหน่วยงานช่วยหาเงินและหางานในทางออนไลน์แล้วให้ไปรับงาน สุดท้ายก็โดนหลอกไปกัมพูชา
นายจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานมูลนิธิอิมมานูเอล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราช่วยเหลือและเข้าสู่กระบวนการคัดแยกผู้เสียหายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พม.แรงงานและหลายหน่วยงาน ได้เห็นแล้วว่าผู้เสียหายเหล่านี้เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกัมพูชา ขณะนี้ครอบครัวร้อนใจนอกจากเป็นเหยื่อในกัมพูชา เมื่อตำรวจกัมพูชาเข้าไปกวาดล้าง ไม่มีการคัดกรองคัดแยกหรือสอบถาม จึงอยากให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือลูกหลานของพวกเขาให้กลับสู่ประเทศไทย และผู้เสียหายที่กลับมาแล้วถูกคัดแยก โดยมีผู้เสียหายประมาณ 207 รายที่ได้รับการคัดแยกคัดกรองแล้วแต่ถูกอายัดบัญชี เพราะใช้ใบหน้าสแกนเปิดบัญชี ใช้ชีวิตลำบากเพราะบัญชียังถูกอายัด
ทั้งนี้ หน่วยงานที่จับคนไทยเป็นคนไทยที่ทำงานให้สแกมเมอร์กัมพูชาหรือจีนเทา น้องๆ ที่ถูกจับไปไม่ได้ถูกจับในเขตชายแดน แต่ถูกหลอกจากกรุงเทพฯ ขึ้นรถตู้ล็อกตัวและตัดการสื่อสาร ที่ผ่านมาเราร้องไปหลายหน่วยงาน ทั้ง ตม. สถานทูต และสถานีตำรวจ ได้คำตอบเพียงให้รอเท้านั้น
ด้าน นายรอมฎอน กล่าวว่า เมื่อดูจากสภาพปัญหาแล้วค่อนข้างสะเทือนใจ เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นเยาวชน ซึ่งปัญหานี้ทางกรรมาธิการกฎหมายและกรรมาธิการทหาร จะได้มีการหารือกันว่ากรรมาธิการชุดไหนจะเป็นฝ่ายติดตามเรื่อง เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยควรได้รับการคุ้มครองดูแล ซึ่งจะต้องมีการปกป้องดูแลมากกว่านี้กรรมาธิการทั้งสองจะหารือกันและถ้าจะบรรจุวาระเมื่อไหร่ก็จะเชิญผู้ร้องมาร่วม ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจะเชิญทุกฝ่ายมาหาทางออก เพื่อหาช่องทางช่วยเหลือพลเมืองไทยหากไม่ผิดไม่ได้กระทำผิดกฎหมายใด เพื่อกลับคืนมาประเทศโดยสวัสดิภาพ เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด



