เปิดประวัติ สหายแสง-ศุภชัย โพธิ์สุ ปิดฉากเส้นทางการเมืองตลอดชีวิต ปมรุกที่ดิน 220 ไร่
จากกรณี นาย ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ศาลฎีกา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 2/2568 หมายเลขแดงที่ คมจ 3/2569 ตัดสินให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายศุภชัย โพธิ์สุ ตลอดชีวิต รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ จากกรณีการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปมยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ
สำหรับเส้นทางชีวิต ของ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายศุภชัย โพธิ์สุ เกิดในครอบครัวเกษตรกร ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
- สำเร็จการศึกษาระดับ มศ.3 จากโรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษฏ์
- ต่อมาเข้าสู่เส้นทางข้าราชการครู สังกัดโรงเรียนบ้านท่าหนามแก้ว อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
สำหรับที่มาคำว่า “ครูแก้ว” เนื่องจากบทบาทในฐานะครูผู้สอนและใกล้ชิดชุมชน ทำให้ชาวบ้านเรียกขานด้วยความเคารพว่า “ครูแก้ว” ติดตัวมาจนกลายเป็นภาพจำทางการเมือง ในเวลาต่อมา
หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง เดือนตุลาคม 2519
ชีวิต ของครูแก้ว เกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อเขาตัดสินใจออกจากเส้นทางครู เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ตามความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมืองในยุคนั้น สหายแสง: เป็นนามแฝง (สมญา) ในอดีต ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรง ทำให้นักศึกษาและผู้มีอุดมการณ์หลายคนรวมถึงตัวเขาตัดสินใจหนีเข้าป่า ร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) นานเกือบ 9 ปี ก่อนที่พรรคจะล่มสลายลงและกลับคืนสู่สังคมเมือง
กระทั่งสถานการณ์คลี่คลายและขบวนการ พคท. เสื่อมบทบาทลง “สหายแสง” กลับคืนสู่สังคม จากนั้น กลับมาศึกษา จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
หลังจากนั้น สหายแสง ได้เข้าสนามเลือกตั้ง สู่บทบาท ผู้คุมเกมในสภา ในฐานะรองประธานสภาคนที่ 2 ครูแก้ว นายศุภชัย เริ่มสร้างฐานจากระดับท้องถิ่น ก่อนก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งระดับชาติ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจังหวัดนครพนมให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย

บุคลิกการทำงานเข้าถึงประชาชน และความสัมพันธ์กับพื้นที่ ทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักการเมืองคนสำคัญของภาคอีสานตอนบน
เส้นทางและการทำงานทางการเมือง
- เริ่มต้นเดินเส้นทางการเมืองระดับท้องถิ่นจนก้าวสู่การเมืองระดับชาติ โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครพนม หลายสมัย
- ตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล:
เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 - บทบาทและสังกัดพรรค: เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคอีสาน (ก่อนย้ายมาลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง)


