หน้าแรก การเมือง เปิดประวัติ ส...

เปิดประวัติ สหายแสง- ศุภชัย โพธิ์สุ ปิดฉากเส้นทางการเมืองตลอดชีวิต ปมรุกที่ดิน 220 ไร่

11.06.26 | 17:26 น.

เปิดประวัติ สหายแสง-ศุภชัย โพธิ์สุ ปิดฉากเส้นทางการเมืองตลอดชีวิต ปมรุกที่ดิน 220 ไร่

จากกรณี นาย ศุภชัย  โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร  ศาลฎีกา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 2/2568 หมายเลขแดงที่ คมจ 3/2569 ตัดสินให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายศุภชัย โพธิ์สุ ตลอดชีวิต รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ จากกรณีการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปมยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ

สำหรับเส้นทางชีวิต ของ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายศุภชัย โพธิ์สุ เกิดในครอบครัวเกษตรกร ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

  • สำเร็จการศึกษาระดับ มศ.3 จากโรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษฏ์
  • ต่อมาเข้าสู่เส้นทางข้าราชการครู สังกัดโรงเรียนบ้านท่าหนามแก้ว อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

สำหรับที่มาคำว่า “ครูแก้ว”  เนื่องจากบทบาทในฐานะครูผู้สอนและใกล้ชิดชุมชน ทำให้ชาวบ้านเรียกขานด้วยความเคารพว่า “ครูแก้ว” ติดตัวมาจนกลายเป็นภาพจำทางการเมือง ในเวลาต่อมา

หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง เดือนตุลาคม 2519

ชีวิต ของครูแก้ว เกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อเขาตัดสินใจออกจากเส้นทางครู เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ตามความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมืองในยุคนั้น สหายแสง: เป็นนามแฝง (สมญา) ในอดีต ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรง ทำให้นักศึกษาและผู้มีอุดมการณ์หลายคนรวมถึงตัวเขาตัดสินใจหนีเข้าป่า  ร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) นานเกือบ 9 ปี ก่อนที่พรรคจะล่มสลายลงและกลับคืนสู่สังคมเมือง

กระทั่งสถานการณ์คลี่คลายและขบวนการ พคท. เสื่อมบทบาทลง “สหายแสง” กลับคืนสู่สังคม จากนั้น กลับมาศึกษา จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท

Advertisement

หลังจากนั้น สหายแสง ได้เข้าสนามเลือกตั้ง สู่บทบาท ผู้คุมเกมในสภา ในฐานะรองประธานสภาคนที่ 2 ครูแก้ว นายศุภชัย เริ่มสร้างฐานจากระดับท้องถิ่น ก่อนก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งระดับชาติ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจังหวัดนครพนมให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย

บุคลิกการทำงานเข้าถึงประชาชน และความสัมพันธ์กับพื้นที่ ทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักการเมืองคนสำคัญของภาคอีสานตอนบน

เส้นทางและการทำงานทางการเมือง

  • เริ่มต้นเดินเส้นทางการเมืองระดับท้องถิ่นจนก้าวสู่การเมืองระดับชาติ โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครพนม หลายสมัย
  • ตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล:
    เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2
  • บทบาทและสังกัดพรรค: เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคอีสาน (ก่อนย้ายมาลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง)