‘รักชนก’ นำทีม กมธ.ติดตามงบฯบุก สตง. จี้ปม ตึกถล่ม-อาคารทิ้งร้าง 10 แห่งทั่วประเทศ ไล่บี้เล่มลับกรมโยธาฯ หาคนผิด ฉะ คนมีอำนาจรับผิดชอบเหตุการณ์ตึกถล่มน้อยไป ขู่เช็กบิลคำของบปี 70 ไม่ผ่านแน่ ถ้าตอบคำถามวันนี้ไม่ได้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำโดยน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรรประชาชน ในฐานะประธานกมธ.ฯ พร้อมด้วยนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และนายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าติดตามโครงการก่อสร้างอาคารของสำนักงาน สตง. ทั่วประเทศ และความคืบหน้าการสืบสวนกรณีตึก สตง. ถล่ม
โดยก่อนเข้าร่วมประชุมกับ สตง. น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้มี 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ สำนักงาน สตง.แต่ละแห่งทั่วประเทศ ถูกทิ้งร้างทั้งที่ยังสร้างไม่เสร็จ ผู้รับเหมาทิ้งงานจึงอยากติดตามความคืบหน้ากับ สตง.ว่าอาคารแต่ละแห่งที่มีปัญหาจะจัดการอย่างไร เพราะสำนักงาน สตง. ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หลายคนคงจะคาดหวังว่า จะมีความโปร่งใส สามารถแก้ไขปัญหาในองค์กรตัวเองได้ดีกว่าองค์กรอื่น เพราะท่านเป็นผู้ตรวจเงินแผ่นดิน
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สองคืออาคาร สตง.ถล่ม ซึ่งตอนนี้จุดเกิดเหตุกลายเป็นอนุสรณ์สถานใครผ่านมาก็เรียกว่าเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งตนคงจะสอบถามความคืบหน้าว่าสืบสวนสอบสวนไปถึงไหนแล้ว ซึ่งในสภาสมัยที่แล้วกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯก็เคยสอบถามไปแล้วหลายครั้ง แต่เข้าใจว่าเล่มรายงานที่เป็นเล่มสุดท้ายเป็นเล่มที่ลงว่าตีลับ เราจึงมาสอบถามความคืบหน้าว่าจะได้รับข้อมูลบางส่วน ซึ่งเป็นผลจากการสอบสวนของกรมโยธาธิการและผังเมือง
“สิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษ คือการสืบสวนสอบสวน ที่เป็นเล่มสมบูรณ์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นเอกสารตีลับ ในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณในรอบนี้ เราก็อยากจะได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าเดิม“ น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามว่า การเยียวยาครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ น.ส.รักชนก กล่าวว่า วันนี้คงได้ติดตามความคืบหน้าในการเยียวยาทั้งชาวไทยและแรงงานชาวต่างชาติเป็นอย่างไร ส่วนจะเชิญใครเข้ามาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการเป็นพิเศษหรือไม่ ตนคิดว่าหลังจากประชุมกับ สตง.แล้ว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตึก สตง. ที่ถูกทิ้งร้าง ในงบประมาณปี 2570 ที่กำลังจะพิจารณา ก็คงต้องเอาเรื่องนี้มาพิจารณาด้วยว่าเราจะให้งบประมาณ สตง.ไปสร้างตึกใหม่หรือไม่ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่เห็นว่า สตง.มีคำของบประมาณอะไรมาบ้าง แต่ตนคิดว่าต้องเอาไปเทียบกัน ถ้างบประมาณเก่าที่ได้รับเงินไป แล้วทำได้ไม่ดีของใหม่ก็ต้องนำมาพิจารณาอีกรอบหนึ่ง ส่วนเรื่องตึก สตง.ถล่ม ตนคิดว่ายังต้องเอาใจใส่อยู่ เนื่องจากยังมีคนที่ตกหล่นเรื่องที่ไม่ได้รับการเยียวยาและไม่ได้รับความเป็นธรรม
“เรื่องคดีความพูดตรงๆ บุคคลภายใน สตง.หรือผู้มีอำนาจยังรับผิดชอบน้อยไปมากๆกับเรื่องนี้” น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามว่า คดีอาญาที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมประเมินว่าโทษจะสามารถเอาผิดบุคคลในระดับหัวหน้าได้หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าเล่มการสืบสวนสอบสวนที่ตีลับของกรมโยธาธิการและผังเมืองน่าจะให้คำตอบเราได้ดี แต่เราไม่มีโอกาสได้เห็นเนื้อหาภายใน ซึ่งเราจะพยายามใช้ อำนาจของกรรมาธิการติดตามให้ทราบเนื้อหาภายในให้ได้
เมื่อถามว่า อาคาร สตง.ที่ถูกทิ้งร้างมีประมาณกี่แห่ง น.ส.รักชนก กล่าวว่า น่าจะมีประมาณ 10 แห่ง ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและทิ้งร้างรวมถึงผู้รับเหมาทิ้งงานไป วันนี้เราจะไล่เรียงไปแต่ละที่เลยว่าผู้รับเหมาทิ้งงานไปแต่ละที่อย่างไรบ้าง ซึ่งที่ที่หนักที่สุดน่าจะเป็นที่พัทยาเพราะสร้างเสร็จแล้วแต่ไม่ได้ใช้งาน
เมื่อถามว่า ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กังวลหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกไต่สวนจะรอดจากการดำเนินคดี น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ตนกังวลอยู่แล้วว่าเรื่องอาจจะไม่ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา แต่เราก็ต้องช่วยกันจับตา และตนเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าประชาชนและสื่อมวลชนยังให้ความสนใจกับเรื่องใดอยู่การที่จะทำให้เรื่องนั้นผ่านไปได้โดยง่าย แต่หากมีการจับตาเขาอาจจะทำให้เรื่องนั้นได้ยากขึ้น



