หน้าแรก การเมือง ทวี ชี้รัฐเก็...

ทวี ชี้รัฐเก็บภาษีพลาดเป้าแสนล้าน สะท้อนวิกฤตขาดวินัยการคลังรุนแรง

12.06.26 | 17:35 น.

ทวี ชี้รัฐเก็บภาษีพลาดเป้าแสนล้าน สะท้อนวิกฤตขาดวินัยการคลังรุนแรง

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ได้อภิปรายในการประชุมสภา วาระรับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยเปิดตัวเลขการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลที่สะท้อนถึงวิกฤตเศรษฐกิจและการขาดวินัยการเงินการคลังอย่างรุนแรง

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ชี้ให้เห็นถึงสภาวะการขาดดุลต่อเนื่องของประเทศ โดยรัฐบาลมีรายได้สุทธิเพียง 2.78 ล้านล้านบาท แต่กลับมีรายจ่ายรวมสูงทะลุ 4 ล้านล้านบาท ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวที่มีรายได้เดือนละ 28,000 บาท แต่ใช้จ่ายถึง 40,000 บาท ทำให้ส่วนที่ขาดหายไปต้องใช้วิธีการกู้หนี้ยืมสินมาอุดรอยรั่วสูงถึง 754,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ยังสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวอย่างหนัก โดยรัฐบาลจัดเก็บรายได้พลาดเป้าไปถึง 138,000 ล้านบาท ซึ่งมีนัยยะสำคัญที่น่าตกใจในหลายมิติ ได้แก่ ภาษีนิติบุคคล พลาดเป้า 39,000 ล้านบาท สะท้อนว่าภาคธุรกิจและร้านค้ามีกำไรลดลงหรือขาดทุนอย่างหนัก, ภาษีรถยนต์ พลาดเป้า 19,000 ล้านบาท ชี้ชัดถึงกำลังซื้อของประชาชนที่หดหายไป ไม่มีเงินซื้อทรัพย์สิน

ภาษีสรรพสามิต พลาดเป้าถึง 57% คาดการณ์ไว้ 124,000 ล้านบาท แต่เก็บได้จริงเพียง 53,000 ล้านบาท หายไปกว่า 70,000 ล้านบาท, ค่าใบอนุญาตคนต่างด้าว หายไปกว่า 70% ตั้งเป้าไว้ 10,000 ล้านบาท แต่เก็บได้เพียง 2,700 ล้านบาท ซึ่ง พ.ต.อ.ทวีได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของระบบขึ้นทะเบียน และปัญหา “เงินทอน” มูลค่ามหาศาลที่เคยมีการร้องเรียน

Advertisement

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนี้ยังน่าห่วงการบริหารจัดการเงินกู้ของรัฐบาล โดยพบว่ามีการกู้เงินมา 754,000 ล้านบาท แต่กลับใช้ไม่หมดและต้องเหลื่อมปีงบประมาณไปถึง 300,000 ล้านบาท ทั้งที่เงินกู้มีดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.95% การกู้มาแล้วไม่ได้ใช้กระตุ้น GDP จึงเป็นการผลักภาระหนี้สินให้ประชาชน

“งบกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงมาก ตั้งไว้ 160,000 ล้านบาท แต่ใช้ไปเพียง 70,000 ล้านบาท อีกกว่า 80,000 ล้านบาทถูกขังไว้ในระบบราชการ ในขณะที่ประชาชนและ SME ไม่มีเงินจะใช้” พ.ต.อ.ทวีกล่าว และว่า ขอเรียกร้องให้มีการบังคับใช้วินัยการเงินการคลังอย่างเด็ดขาด โดยเสนอว่าหน่วยงานราชการใดที่เบิกเงินกู้ไปแล้วแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายจนเกิดภาระดอกเบี้ย จะต้องมีมาตรการแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของประชาชนผู้เสียภาษี