หน้าแรก การเมือง ยศชนัน ยัน รพ...

ยศชนัน ยัน รพ.ศิริราชบางโพ ค่ารักษาเท่าที่เดิม ภัสริน ห่วง รพ.รัฐไม่พอ 4 แห่งใหญ่รับบัตรทองได้แค่แสนคน

13.06.26 | 15:23 น.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นางสาวภัสริน รามวงศ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีข้อถกเถียงโรงพยาบาลศิริราชบางโพแห่งใหม่ โดยระบุว่า

“ชัดแล้ว! ศิริราชบางโพ มาตรฐานสากล ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

ดิฉันใช้ทุกกลไกของสภาผู้แทนติดตามเอาคำตอบมาจากรัฐบาล ดิฉันยืนยันบนหลักการจะสร้างในพื้นที่ บางซื่อดุสิต ต้องไม่ลืมคนบางซื่อ ดุสิต เพื่อคุณภาพชีวิตพ่อแม่พี่น้อง ดิฉันติดตามทวงถาม ไม่ลดละ ในที่สุดคำถามที่ดิฉันและหลายๆ ท่านสงสัย ได้ความชัดเจนในประเด็นที่เราตั้งคำถามและเรียกร้อง ขอเอาคำตอบ เอาข่าวดีมารายงานต่อประชาชนที่เคารพรักทุกท่านรับทราบไปด้วยกัน

กระทู้ที่ดิฉันถามนายกรัฐมนตรีเรื่องโครงการศิริราชบางโพ ในที่สุด รัฐมนตรี อว. ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้มาเป็นผู้ตอบแทน คำตอบชัดเจนว่า “ศิริราชบางโพจะให้บริการมาตรฐานนานาชาติ ในอัตราค่าบริการเทียบเท่าโรงพยาบาลศิริราช”

Advertisement

เรื่องศิริราชบางโพเป็นหนึ่งในความตั้งใจของดิฉันในฐานะผู้แทนคนบางซื่อดุสิตที่จะหาความชัดเจน และผลักดันในจุดยืนที่การใช้งบประมาณรัฐ ทรัพยากรส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดิฉันติดตามทวงถามความชัดเจนมาต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว เริ่มตั้งแต่ที่ปรากฏชื่อโครงการ “สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ” ในเอกสารงบประมาณปี 2569 โดยลงเป็นค่าก่อสร้างถึง 7,720 ล้านบาท ใช้เงินงบประมาณผูกพันครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณของศิริราชเอง และจะก่อสร้างที่บริเวณพื้นที่บางโพ ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (บริเวณที่เดิมเคยเป็นร้านหมูกระทะ)

ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่จะมีโรงพยาบาลศิริราชมาเปิดในย่านบางโพ เขตบางซื่อซึ่งยังคงไม่มีโรงพยาบาลรัฐแม้แต่แห่งเดียว อย่างไรก็ตาม ดิฉันมีความจำเป็นตามหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ที่ต้องตั้งคำถามถึงประเด็นของแผนการที่จะเป็น “Medical Hub ระดับนานาชาติ” ซึ่งปรากฏในเอกสารโครงการ แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่า คำว่าระดับนานาชาติ จะหมายถึงมาตรฐานการให้บริการอย่างเดียว หรือรวมไปถึงอัตราค่าบริการด้วย

คำถามนี้ยังไม่ได้รับคำตอบในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ที่พิจารณาเอกสารงบประมาณปี 69 มีการลงรายงานถึงข้อสังเกตสำคัญ คือ กลุ่มเป้าหมายของการให้บริการของโครงการที่ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเสมอภาค ดิฉันจึงได้อภิปรายตั้งคำถามในประเด็นนี้ในการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2569 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 68 เพื่อยืนยันในหลักการการใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ คนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ ไม่ใช่เพียงคนกลุ่มน้อยที่มีกำลังทรัพย์

ประเด็นการให้บริการของศิริราชบางโพ เป็นประเด็นที่กานต์ไปที่ไหน ก็มีแต่ผู้ที่สนใจสอบถามอยากรู้ความชัดเจน ตั้งแต่ในวันที่ดิฉันไปร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น EIA ไปจนถึงในพื้นที่ ก็มีแต่คนถามถึงเรื่องนี้

มาปีนี้ กระทรวง อว. ยังมีการทำคำของบประมาณเข้าคณะรัฐมนตรีในโครงการศิริราชบางโพเพิ่มอีก ในงบประมาณปี 2570 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในสภาในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ รอบนี้เป็นค่าซื้อเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง จำนวนเงินอีก 8,430 ล้านบาท ผูกพันตั้งแต่ปี 2570 ถึง 2574 โดยจากแผนจะเป็นเงินภาษีประชาชนถึง 80% หรือ 6,740 ล้านบาท

พื้นที่บางซื่อ-ดุสิต ในปัจจุบันเรายังคงพบกับปัญหาขาดแคลนสถานพยาบาลของรัฐที่ไม่เพียงพอสอดคล้องกับจำนวนของประชาการที่หนาแน่น โดยเขตบางซื่อมีประชากร 116,600 คน ยังไม่นับรวมประชากรแฝง แต่ในพื้นที่เขตบางซื่อกลับไม่มีโรงพยาบาลรัฐแม้แต่แห่งเดียว ผู้ป่วยสิทธิสปสช. คนสูงวัย และผู้มีโรคประจำตัวจำนวนมากต้องถูกส่งตัวไปรักษาไกลถึงสีลม ระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตรผ่าใจกลางเมือง ถึงแม้พื้นที่โดยรอบจะมีโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่อย่างวชิรพยาบาล ราชวิถี รามาธิบดี และพระมงกุฎเกล้า แต่ทั้ง 4 แห่งรองรับสิทธิบัตรทอง (สปสช.) ในฐานะเป็นหน่วยบริการประจำ รวมกันแล้วเพียง 115,050 ราย ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรจากหลายๆ เขตโดยรอบทั้งหมด

เมื่อมองดู Medical Hub ระดับโลกอย่างสิงคโปร์ ที่ดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติกว่า 640,000 คนต่อปี จะพบว่าสิงคโปร์ไม่ได้สร้างโรงพยาบาลพรีเมียมใหม่ด้วยเงินภาษีประชาชน แต่ใช้โรงพยาบาลรัฐที่มีอยู่เป็นฐานในการวิจัย ผลิตบุคลากร และรักษาผู้ป่วยทุกระดับ โดยในโรงพยาบาลเดียวกันอย่าง National University Hospital และ Singapore General Hospital มีทั้งระบบสำหรับคนรายได้น้อยและผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย รัฐยังคงกำกับการเข้าถึงบริการอย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเบียดออกจากระบบ สิงคโปร์จึงพิสูจน์ว่า Medical Hub ระดับโลกทำได้โดยไม่ต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ด้วยเงินภาษี เพียงแต่ต้องออกแบบระบบให้ดีพอ

เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีเอกสารทางการที่เป็นลายลักษณ์อักษรปรากฏออกมาถึงรายละเอียดเหล่านี้ นอกจากรายละเอียดในคำของบประมาณที่ส่งเข้า ครม. ซึ่งมีเพียงรายละเอียดของการใช้เงินงบประมาณซึ่งไม่ได้ตอบข้อสงสัยของพี่น้องบางซื่อดุสิตอย่างรอบด้านและชัดเจน ดังนั้นดิฉันจึงตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ หนึ่ง โครงการจะรับผู้ป่วยบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิข้าราชการหรือไม่ สอง ค่ารักษาจะเป็นอัตราโรงพยาบาลรัฐหรือราคานานาชาติ และสาม มีกลไกอะไรที่บังคับให้กำไรจากการรักษาผู้ป่วยต่างชาติไหลกลับมาพัฒนาสาธารณสุขในบางซื่อที่ยังขาดแคลน โดยเป้าหมายสำคัญที่สุดคือเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนเจ้าของภาษีอย่างแท้จริง ซึ่งดิฉันได้ยื่นกระทู้นี้ตั้งแต่ปีที่แล้วก่อนยุบสภา แต่เนื่องจากมีการยุบสภา กระทู้จึงตกไป กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่ดิฉันยื่นในสภาชุดนี้ ในวันแรกที่เปิดให้มีการยื่นกระทู้ได้

แม้ว่าในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านนายกฯ มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนในประเด็นนี้

รัฐมนตรียศชนันได้ให้คำตอบโดยยืนยันว่าโครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ หมายถึง “วิทยาการในระดับนานาชาติ ไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาในระดับพรีเมียมแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนจะได้เข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุด” อีกทั้งโครงการจะยึดในหลักการว่า โครงการคำนึงถึงความเท่าเทียมในการรักษาที่เหมาะสม ปลอดภัย และทันเวลา ควบคู่กับภารกิจผลิตบุคลากร วิจัยขั้นสูง และรักษาโรคซับซ้อน โดยประเด็นที่สำคัญคือ “อัตราค่าบริการดำเนินการในแนวทางเดียวกับโรงพยาบาลศิริราชทุกประการ อ้างอิงมาตรฐานรัฐ ไม่มีค่าบริการส่วนเพิ่ม” นอกจากนี้ รูปแบบการรักษาพยาบาลจะเน้นไปที่การรักษาพยาบาลในการเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยระดับประเทศ และจะบูรณาการร่วมกับหน่วยบริการในพื้นที่ เช่น ศูนย์สาธารณสุข 38 (ศูนย์จี๊ดฯ เกียกกาย) จึงเป็นที่ชัดเจนว่าคนบางซื่อดุสิต คนกรุงเทพ ว่าจะได้มีโรงพยาบาลระดับโลกมาอยู่ในพื้นที่ โดยเป็นโรงพยาบาลขั้นสูงที่มีอัตราค่ารักษาเทียบเท่าโรงพยาบาลรัฐแห่งอื่น

ดิฉันจึงขอขอบคุณรัฐมนตรียศชนัน ที่ให้ความสำคัญกับสิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเสมอภาค และมาให้ความชัดเจนในจุดยืนนี้ รวมถึงขอขอบคุณคณบดีและผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่เดินทางมาร่วมสนับสนุนในการถามตอบกระทู้ในวันนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามกระทู้นี้มีเวลาให้ถามตอบได้ไม่เกิน 20 นาที ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ยังมีรายละเอียดอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้คำตอบอย่างชัดเจน ดิฉันยังคาดหวังจะเห็นความชัดเจนในส่วนที่เป็นตัวเลขรูปธรรม ทั้งสัดส่วนผู้ป่วยบัตรทองและประกันสังคมที่จะรองรับ และกลไกที่บังคับใช้ได้จริงเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนบางซื่อจะได้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งดิฉันตั้งใจจะใช้ช่องทางของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบและติดตามข้อเท็จจริงเหล่านี้ในโอกาสต่อไป เพื่อความชัดเจนแก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่โดยรอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเจ้าของเงินภาษีของประเทศนี้ทุกคน

หากมีความคืบหน้าอย่างไร ดิฉันจะรีบมารายงานทุกท่านเช่นนี้ ในโอกาสถัดไป