หน้าแรก การเมือง เฉลิมพงศ์ ฉะม...

เฉลิมพงศ์ ฉะมาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่

14.06.26 | 15:40 น.
หาดบางเทา

‘เฉลิมพงศ์’ ฉะมาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องสื่อ-ปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่ แต่ยังมีอิทธิพลอยู่ แย้มเบื้องหลังเป็นลมใต้ปีกหนุน 

 


เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์มาเฟียบุกรุกชายหาดที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะที่หาดบางเทา ว่า สถานการณ์ตั้งแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด และผู้ที่มีอิทธิพลที่โดนคดีที่ดินหาดบางเทาก็ไล่ฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น หรือไล่ฟ้องร้องประชาชนที่ไปคอมเมนต์ โดยบุคคลที่บุกรุกที่ดินหาดบางเทาคนนี้มีความพัวพันกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนปัจจุบัน และมีความสัมพันธ์อันดีกัน ทำให้เขาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะเปิดร้านค้าบางส่วนที่จะบริการให้กับนักท่องเที่ยว

นายเฉลิมพงศ์กล่าวต่อว่า บริเวณที่บุกรุกนั้นเป็นพื้นที่ติดชายหาดเลย เป็นชายหาดที่สวยงาม แต่มีการให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ โดยมีผู้มีอิทธิพลคอยดูแลพื้นที่ ไม่ให้มีการร้องเรียน หากมีการร้องเรียนก็พยายามที่จะปิดเรื่องร้องเรียนต่างๆ ให้เงียบหายไป ความเสียหายมูลค่าในเรื่องของที่สาธารณะตรงนั้น มีมูลค่าที่ดินหลายร้อยล้าน เป็นแหล่งที่ชาวต่างชาตินิยมไปเที่ยว เลยทำให้ผู้มีอิทธิพลรายนี้ไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย และพยายามที่จะท้าทายกฎหมายไทย ท้าทายในเรื่องของอำนาจรัฐ

“ฝากถึงนายกรัฐมนตรี ว่าการที่นายกฯไปลงพื้นที่บางเทาแล้วเรียกผู้มีอิทธิพลตรงนั้นว่ากุ๊ย แต่วันนี้คำว่ากุ๊ยต่างๆ เหล่านี้ กลับมาฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น ฟ้องร้องคนที่ไปคอมเมนต์ หรือพยายามที่จะชี้เบาะแสตัวจริงว่าคนคนนี้มีความสัมพันธ์กับรองผู้ว่าฯอย่างไร” นายเฉลิมพงศ์กล่าว

Advertisement

นายเฉลิมพงศ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเข้าพื้นที่ได้ค่อนข้างยาก เพราะมีการ์ดหรือมีคนดูแล นอกจากนี้ แท็กซี่ที่จะเข้าไปรับลูกค้าบริเวณธุรกิจหรือกิจการเขา เคยมีเรื่องชกต่อย มีการทำร้ายร่างกายกันมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้งแล้ว ฉะนั้น จึงต้องเป็นแท็กซี่ที่เขาเตรียมรับลูกค้า รถแอพพลิเคชั่นที่ถูกกฎหมายแล้วลูกค้าเรียกใช้บริการ เข้าไปรับในพื้นที่เขาไม่ได้ หากไปรับก็ต้องเดินออกมาด้านนอก ซึ่งใช้ระยะทางที่ค่อนข้างไกล นักท่องเที่ยวก็ไม่สะดวกที่จะเดิน และไม่ได้สร้างความประทับใจในเมืองท่องเที่ยวเลย อดีตผู้ที่ครอบครองหาด รู้สึกว่าเป็นข้าราชการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เก่าหรืออย่างไร ค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลสูงในพื้นที่

นายเฉลิมพงศ์กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นข้อมูลในพื้นที่ที่ตนสืบทราบมา พบว่ามาเฟียที่ครอบครองหาดบางเทา มีความสัมพันธ์เป็นญาติทางฝ่ายภรรยาของรองผู้ว่าฯภูเก็ต และเป็นผู้ที่สนับสนุนให้รองผู้ว่าฯขึ้นมาสู่ตำแหน่ง โดยรองผู้ว่าฯภูเก็ตคนนี้ เดิมทีมีตำแหน่งเป็นนายอำเภอกะทู้ แล้วขึ้นมาเป็นปลัดจังหวัด และปัจจุบันมาเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ต ซึ่งใช้ระยะเวลาจากนายอำเภอจนถึงรองผู้ว่าฯเพียงแค่ 2 ปี เหมือนเป็นลมใต้ปีก