หน้าแรก การเมือง รมว.ยธ. โอด ค...

รมว.ยธ. โอด คงต้องลาออกตั้งแต่พรุ่งนี้ หลังถูก สว.ปริญญา ท้าตรวจยาเสพติด 2 เทศกาลดนตรีโลก ถ้าเจอ ต้องลาออก

15.06.26 | 12:40 น.

สว.ปริญญา ซัดยาเสพติดทำลายการท่องเที่ยว บี้ตรวจยาเสพติดเทศกาลดนตรีระดับโลก 2 งานใหญ่ “Tomorrowland -EDC” ท้าถ้าไม่เจอสารเสพติด ยินดีลาออก แต่ถ้ามี รมต.จะลาออกหรือไม่ ด้าน “รุทธพล” โอด ท้าแบบนี้คงต้องลาออกตั้งแต่พรุ่งนี้เลย

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมวุฒิสภา พิจารณากระทู้เป็นหนังสือ เรื่องแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ถามโดยนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. ว่า เราสัมผัสปัญหายาเสพติดกันมาในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก แม้หน่วยงานต่างๆ มีการระดมสรรพกำลังในการแก้ปัญหาต่างๆ มากมาย ซึ่งนวัตกรรมของยาเสพติดมีรูปแบบเท่าทันกับยุคสมัย ซึ่งคงจะเห็นตามสื่อโซเชียลฯทั้งหลาย คงต้องให้รมว.ยุติธรรมที่กำกับสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เข้าไปตรวจสอบอย่างทันสมัยด้วยเช่นกัน

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งรูปแบบยา รูปแบบการขน รวมถึงแรงงานต่างชาติ และในทุกภูมิภาค ยาเสพติดกลายเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันของคนไปแล้ว จึงต้องการให้รมว.ยุติธรรม แก้ปัญหาในภาพรวมทั้งหมด เพราะเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมเรามาโดยตลอด ได้มีการวางแผนแก้ไขอย่างไร และนโยบายของรัฐบาลบอกว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไป มันจะหมดไปจริงหรือไม่

นายปริญญา กล่าวต่อว่า เราต้องใช้เม็ดเงินอย่างมหาศาลในการแก้ปัญหายาเสพติด รวม 10 ปีย้อนหลังประเทศไทยต้องหมดเงินไปกว่า 2.31 ล้านล้านบาท การบำบัดฟื้นฟูอีก 1 แสนกว่าล้านบาท หลังจากที่ทุ่มงบไปอย่างมหาศาลมีการแก้ไขอย่างไรได้บ้าง หรือต้องเสียงบประมาณไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย โดยเฉพาะลุ่มน้ำโขง งบประมาณที่เราเสียในการใช้กำลังพล ถ้าเราเปลี่ยนแปลงมาใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น ก็สามารถทำได้เพราะตลอดระยะทางแม่น้ำโขงมีระยะทาง 955 กิโลเมตรที่มีปัญหาตลอด งบประมาณที่ดูแลริมโขงตลอด 24 ชั่วโมงหากเราใช้โดรนตรวจจับความร้อนในการตรวจสอบทั้งหมดอยู่แค่ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี ต่อให้ทำโครงการนี้ขึ้นมาแล้วเปลี่ยนโดรนทุกปียังเหลืองบประมาณอีกมาก

“ที่สำคัญงานต่างๆ เช่น เฟสติเวิร์ล EDM ผมเข้าไปลองดูด้วยตัวเองว่าเป็นปัญหาแบบนั้นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะงาน EDM ต่างๆ มันเป็นอย่างนั้นจริง มีการเสพยาต่อหน้า เสียดายที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายไม่ทัน จึงขอฝากรัฐมนตรีว่าเราจะมีการจัดงานใหญ่ในประเทศไทยโดยเฉพาะงาน Tomorrowland จัดขึ้นวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 เป็นสถานที่ปิดของรีสอร์ตภาคเอกชน และงาน EDC ที่ภูเก็ต หากอยากแก้ปัญหาจริงก็ควรบุกจับค้นอย่างจริงจังรับรองเลยว่ามียาเสพติดอย่างแน่นอนและมีจำนวนมาก ผมเคยได้รับข้อมูลมาว่างานพวกนี้มียาเสพติดเยอะมาก และได้ประสานไปยัง ปปส.แล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าหากมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ผมจึงไม่เข้าใจว่าประเทศไทยเราจะอยู่ได้ การท่องเที่ยวมียาเสพติดหรืออย่างไร เราจะปล่อยความสุขสนุกสนานแบบนี้ด้วยยาเสพติดตลอดไปหรือ และจากรายงานสถิติจากทั่วโลกปัญหายาเสพติดคู่กับงานเทศกาลดนตรีเป็นของคู่กันกว่า 80% ทั้งที่ไม่ควรเกิดแบบนี้และการจับกุมของไทยมีขนาดไหน มีการจับกุมอย่างจริงจังหรือไม่”นายปริญญา กล่าว

ด้านพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ปปส. มีกำลังพลประมาณ 1,200 คน โดยทำงานบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งตำรวจ ทหาร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ส่วนพื้นที่ตามชายแดนรูปแม่น้ำโขง ซึ่งมีพื้นที่ติดกับเพื่อนบ้านประมาณ 1,040 กิโลเมตรในพื้นที่ภาคเหนือคือจ.เชียงราย มี 3 อำเภอ รวม 90 กิโลเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 7 จังหวัด คือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระยะทาง 950 กิโลเมตร เป็นยุทธศาสตร์ที่นำเข้ายาเสพติดในเรื่องของเคมีภัณฑ์ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย ในส่วนนี้กระทรวงยุติธรรมได้กำหนดพื้นที่ที่จำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในงบประมาณปี 2569 ทั้งทางบกและทางรูปแม่น้ำโขงจำนวนทั้งสิ้นในพื้นที่เป้าหมายซึ่งเราจะต้องดำเนินการเร่งรัด รวมถึงความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในมิติของการดำเนินการเชิงรุกในการจับกุม สกัดกั้น การขยายผล ยึด อายัดทรัพย์สินต่างๆ

Advertisement

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า การปราบปรามยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งการเปิดให้บริการก็จะตามมาด้วยเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เวลาเมาก็อาจจะขาดสติ ขาดความรับรู้ชั่วดี เป็นโอกาสที่จะให้เข้าถึงยาเสพติดได้ง่าย ตรงนี้เราทราบและได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานบริการเป้าหมายมี 1,500 กว่าแห่ง สถานที่ท่องเที่ยว 4,000 กว่าแห่ง ปปส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้มงวดกวดขันมาอย่างต่อเนื่องแม้กระทั่งตัวของลูกค้าที่มาใช้บริการและผู้ประกอบการ ส่วนกรณีที่มีเรื่องเทศกาลดนตรีดังๆ เราจะกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบเบื้องต้นทุกจังหวัดที่มีการจัดเทศกาลดนตรีซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายปริญญา กล่าวว่า รัฐมนตรีก็ตอบตามหลักการ แต่สุดท้ายปัญหาก็เกิดขึ้นเหมือนเดิม ขอให้กลับไปดูโครงการต่างๆ ที่ใช้งบอย่างมหาศาลว่าคุ้มค่าหรือไม่ และควรที่จะมีการปรับวิธีแก้ปัญหายาเสพติดใหม่หรือไม่ ในหลายคดีเมื่อเราลงโทษผู้กระทำความผิด ผู้เสพยา ผู้ค้ายาเสพติดแล้วยังเป็นเหมือนเดิมทำไมเราไม่ยึดทรัพย์ 100% เหมือนหลายประเทศ ที่เขายึดเครือข่ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ค้ายาและผู้เสพยาเสพติดกลัวกันมากยิ่งขึ้น

“ในงานเทศกาล เราจับตรวจฉี่ หรือตรวจสารเสพติดหลังเลิกเทศกาลเลยได้หรือไม่ ถ้าจับไม่ได้ เข้าไปบุกตรวจในงานเลย เพราะงานระดับโลกไม่ควรมาทำลายการท่องเที่ยวในประเทศไทย ผมขอท้าเลยว่าถ้าท่านรัฐมนตรีนำกำลังไปตรวจเอาแค่สองงานใหญ่ Tomorrowland กับ EDC ถ้าไม่มี ผมลาออกให้ดูเลย แต่ถ้ามีท่าน ออกหรือไม่” นายปริญญา กล่าว

พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรื่องเทศกาล เราได้สั่งการแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดไปดำเนินการแล้ว แต่ถ้าจะมาบอกถึงขนาดว่าถ้าไปตรวจเจอแล้ว รมว.ยุติธรรมต้องลาออก “ผมว่าผมคงต้องลาออกตั้งแต่พรุ่งนี้เลย” เพราะปัญหาไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ