หน้าแรก การเมือง อนุทิน ถามหา ...

อนุทิน ถามหา รองฯซีฟู้ด​ กลางวงมท. ปมจะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต ลั่นคนพูดปัญญาอ่อน สั่งปลัดแจงให้ชัดก่อนบินรัสเซีย

15.06.26 | 12:14 น.

“อนุทิน” สั่ง จว.ให้ความสำคัญไทยช่วยไทยพลัสเป็นพิเศษ​ จี้​นอภ.-ปลัดลุยหาชาวบ้านตกหล่น ซัดเดือดปมเลื่อยขาเก้าอี้ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลั่นรองผู้ว่าฯ ใหญ่กว่านายกฯ หรือ​ สั่งปลัดแจงให้ชัดก่อนบินรัสเซีย​ ฟากปลัด มท.ประกาศหารองผู้ว่าฯ ชื่อสัตว์ทะเล เจ้าตัวขอชี้เเจงเป็นเอกสารหลักฐาน

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​ฯ และ​รมว.มหาดไทย​ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย​ โดยมีนายพลพีร์​ สุวรรณ​ฉวี​ นายเจเศรษฐ์​ ไทย​เศรษฐ์​ นายวรศิษฎ์​ เลียงประสิทธิ์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ นายอรรษิษฐ์​ สัม​พัน​ธ​รัตน์​ ปลัดกระทรวง​มหาดไทย​ และผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อม​เพรียงกัน

โดยก่อนการประชุม นายก​ฯ ได้ขอให้ในที่ประชุมยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา​ ก่อนกล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน​ที่ผ่านมาได้สูญเสียสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา​ นำความโศกเศร้าเสียใจมายังประชาชนทั่วประเทศ​ ตนจึงขอถือโอกาสนี้น้อมสำนึกในพระมหากรุณา​ธิคุณ​อย่างล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และจะน้อมนำพระปณิธาน อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนสืบไป

นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมในวันนี้จะเป็นการกำหนดแนวทางมอบนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย และให้อัพเดทถึงทิศทางของประเทศในภาพรวม ขณะที่นโยบายเร่งด่วน คือทำทันที 5 Plus เป็นกรอบการทำงานที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในทุกมิติซึ่งได้แก่ 1.ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน​ 2.แก้ไขปัญหาชุมชนยาเสพติดและชายแดน เน้นสร้างความปลอดภัยและความร่วมมือในระดับพื้นที่ 3.ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 4.ป้องกันและจัดการภัยพิบัติและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์และพัฒนาเมืองอย่างสมดุล​ 5.ราชการทันสมัย สะดวกรวดเร็วโปร่งใสเป็นธรรม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเปลี่ยนผ่านภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล​

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญเป็นพิเศษในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนโดยตรง จึงขอให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทั้งในส่วนของการให้ข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้องในการเข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่จะใช้สิทธิ์ รวมถึงให้การสนับสนุนในการดำเนินโครงการลงทะเบียนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน​ และในส่วนที่เป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมขอให้หลีกเลี่ยงคำว่าบัตรคนจน เพราะจะต้องทำให้เขามีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ต้องทำให้เขาพ้นจากคำว่าคนจนให้จนได้ภายใต้การบริหารจัดการของเรา ทั้งนี้ หากใครเข้าถึงไทยช่วยไทยพลัสไม่ได้ ขอให้ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐในรูปแบบของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีจำนวนเงินใกล้เคียงกัน​

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถการ์ดตกได้คือเรื่องภัยพิบัติ ตอนนี้เข้าสู่กลางปีแล้วและเข้าสู่ฤดูฝน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปภ.จะต้องขันน็อตให้มีความพร้อม มีการเตรียมการล่วงหน้า​ มีแผนเผชิญเหตุ​ รวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องของการเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ พร้อมยกตัวอย่างเรื่องเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าการช่วยเหลือจะมีความพร้อม แต่ห่วงโซ่วงจรทางอาหาร และปัจจัย 4 ต่างๆ ในช่วงขณะเกิดเหตุการณ์วิกฤตรุนแรงถูกตัดไป ทำให้เห็นว่ามีความเดือดร้อนในช่วง 2-3 วันแรกเป็นอย่างมาก จึงขออย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอาหารที่จะต้องติดต่อในระดับจังหวัดกับจังหวัด​ เพื่อส่งต่ออาหารไปยังพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงที ประชาชนจะต้องไม่อดอาหารในช่วงที่มีภัยพิบัติ เราไม่สามารถเอาชนะภัยพิบัติได้ แต่เราจะต้องศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของแต่ละจังหวัดที่ไม่เหมือนกัน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลใน 9 ประเด็น ทั้งการบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมออนไลน์ ธุรกิจนอมินีที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดการฟอกเงินการปราบปรามอันธพาล การจัดการหนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงผ่านข้อมูลด้านความมั่นคงที่ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. โดยได้มีการสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างจริงจังตามมิติ 3 ด้าน คือด้านการป้องกัน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในลักษณะทีมจังหวัด ใช้กลไกกำนันผู้ใหญ่บ้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันภัยคุกคามในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติด อันธพาล การบุกรุกที่ดินสาธารณะและธุรกิจนอมินี ตลอดจนอาชญากรรมการกระทำความผิดต่อกฎหมายทุกประเภท และจะต้องสร้างความปลอดภัยให้กับพื้นที่ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก

นายอนุทิน กล่าวว่า หากเป็นคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีสะเทือนขวัญ ผู้ว่าฯ จะต้องใช้กลไกทุกวิถีทางในการประสานกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทหาร ศาล ถ้าเราทำสำนวนไม่แน่น เกิดเหตุการณ์อย่างที่เกาะพะงัน ชาวต่างชาติเมา แล้วขี่จักรยานยนต์ชนคนที่เป็นแพทย์ สุดท้ายเขาก็เสียชีวิตนี่คือเหตุอุกฉกรรจ์​ กว่าจะจับตัวได้ก็มีการเบ่งกันอีก​ พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้คนต่างชาติมารังแกคนไทย นี่คือนโยบายสำคัญของตน ในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบดูแลอยู่ขอให้ถือนโยบายนี้โดยเคร่งครัด ดังนั้นหากมีเหตุอุกฉกรรจ์เช่นนี้ แล้วผู้ต้องหายังประกันได้ด้วยวงเงินแค่ 1 แสนบาท ตนถือว่าผู้ว่าฯ ยังทำงานไม่เต็มที่ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าอำนาจของท่านมีแค่ไหนก็ตามอำนาจอยู่ในกระดาษ แต่บารมีและความใส่ใจอยู่รอบตัวท่าน ตนขอให้มีการดำเนินการทุกอย่างให้คนเห็น ทำให้ความหวั่นเกรงความเสียขวัญของประชาชนหรือความโกรธของประชาชนลดลง และขอให้ผู้การจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน​ เพราะตนก็ต้องรับผิดชอบดูแลด้านความมั่นคงในฐานะนายกฯ ทางทหารตนก็กำกับดูแล เราไม่มีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เรื่องของความมั่นคงในรัฐบาลชุดนี้ขึ้นตรงกับนายกฯ ทุกหน่วยงาน เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ขว้างงูไม่พ้นคอ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ผู้ว่าฯ ภูเก็ต รายงานตนมา มีใครคนนึงระดับรองผู้ว่าฯ บอกว่าจะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตให้ได้ ให้ช่วยบอกด้วยว่าเป็นรองผู้ว่าฯ คนไหนใหญ่ในประเทศนี้ ใหญ่กว่าคนทุกคน ใหญ่กว่านายกฯ หรือเปล่าช่วยพิสูจน์ให้ดูด้วย แบบนี้ไม่ได้ ถ้าท่านรายงานมาแบบนี้ ตนเอาผิดผู้ว่าฯ เพราะต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้ รองผู้ว่าฯ คนนี้จะไม่มีทางจะใหญ่กว่าผู้ว่าฯ​ และอย่ามาเทียบกับนายกฯ และ​รัฐมนตรี​ เป็นไปไม่ได้ รายงานแบบนี้ไม่ได้​ รับไม่ได้​ ผู้ว่าฯ ภูเก็ตไม่ใช่ผู้ว่าธรรมดา เป็นผู้ว่าฯ ที่ยิ่งใหญ่ หมายความว่าผู้ว่าฯ เบ้ของตน ท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมการปกครองมาแล้ว ถ้ามีใครใหญ่กว่าท่านย้ายท่านได้ยกเว้นตนก็ให้มันรู้ไป เราจะได้รู้ว่ากระทรวงนี้มันไม่ไหวแล้ว

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าฯ จะต้องหารือและมีคำตอบให้กับตนก่อนที่ตนจะเดินทางไปยังรัสเซีย และไม่ขอรอถึงพรุ่งนี้ ฉะนั้นต้องจัดการให้เรียบร้อย ตนไม่ได้ก้าวก่ายหรือแทรกแซง​ แต่นี่คือนโยบาย​ มีผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนใหญ่กว่าผู้บังคับบัญชาก็มีอยู่ 2 อย่าง คือสองคนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้แน่ ไม่ผู้บังคับบัญชาถอย ก็คนที่ใหญ่กว่าก็ต้องถอย ก็จะแสดงให้ดู และตนก็จะดูว่าใครใหญ่กว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนย้ำว่าขอให้ช่วยรายงานให้เหมาะสมด้วย เพราะการรายงานเช่นนี้ในฐานะที่เป็นรมว.มหาดไทย ตนก็รับไม่ได้เช่นกัน เพราะคงมีความเพี้ยนที่เกิดขึ้นในระบบ ที่ผ่านมาอาจมีการปกครองเช่นนี้มา แต่ในวันนี้ไม่มี เราเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น ทุกอย่างจะต้องทำตามหน้าที่และภาระความรับผิดชอบ

ด้านนายนิรัตน์​ พงษ์​สิทธิถาวร​ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต​ ได้ขอบคุณนายกฯ ที่นึกถึงตนและได้ให้แนวทางปฏิบัติต่อตน ก่อนที่จะรายงานสถานการณ์ถึงคดีชาวต่างชาติในพื้นที่จ.ภูเก็ต ก่อนย้ำว่าการลงทุนขอให้ทำถูก เราจะอำนวยความสะดวกให้ อะไรที่กฎหมายไทยไม่อนุญาตก็ขออย่าได้ฝืน ถ้าฝืนตนก็จะจับ ตนไม่ขอคุยหรือเคลียร์ ก็จะเป็นปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างนักลงทุนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

หลังจากนั้นนายกฯถามนายนิรัตน์​ ว่าแล้วคนไหนที่จะปลดท่าน​ ทำให้นายนิรัตน์​ กล่าวว่า มีนายกฯ เพียงคนเดียวที่สามารถปลดได้​ นายกฯ จึงกล่าวต่อว่าไม่ใช่ ตนส่งสำเนาให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปดำเนินการ ทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงกล่าวต่อว่า​ อย่างที่นายกฯบอกหลายครั้ง ผู้ว่าฯเปรียบเสมือนนายกในจังหวัดนั้นๆ ฉะนั้นปัญหาในพื้นที่ท่านจะต้องคลี่คลายให้ได้ และใช้บารมีรอบตัว อย่าให้กระทบกับนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดใดก็ตาม เมื่อมีปัญหาจะต้องแก้ข่าวทันที เพราะจะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลว่าไม่จัดการ แต่เรื่องต่างๆ นั้นอยู่ในพื้นที่ของท่าน ผู้ว่าฯ จึงต้องใส่ใจ ซึ่งผู้ว่าฯ ผ่านการเป็นรองผู้ว่าฯ มาแล้วทุกท่าน ต้องแจ้งมายังกระทรวง แล้วกระทรวงจะสนับสนุนทุกเรื่อง

จากนั้นนายกฯ ยังอ่านข้อความทางโทรศัพท์​มือถือที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียล​ เช่น​ ที่หลังโรงพักเชิงทะเลภูเก็ต​ มีคนสนิทรองผู้ว่าฯ ฝากเจ้าหน้าที่ ก็ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ​ เหมือนหมาหวงชาม​ข้าว ที่ดินป่าไม้ที่เชิงทะเลกว่า 50 ไร่ หน่วยงานในพื้นที่รู้ แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะเกรงใจรอง แบบนี้ป่าไม้บ้านเราถึงหายไปหมด อันนี้ก็ไม่รู้รองไหน แต่ต้องรู้ให้ได้​ พร้อมระบุว่า​อะไรพวกนี้เราก็ไม่ได้เชื่อ​ เพราะสืบสวนสอบสวนได้​ ต้องยึดหลักว่าที่ไหนมีควัน​ ที่นั่นย่อมมีไฟ​

นายก​ฯ กล่าวอีกว่า​ ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย สืบสวนสอบสวนหาความจริง เพราะเหมือนกับว่าผู้ว่าฯและรองผู้ว่า ฯไปกันคนละทาง ใหญ่ขนาดไหนก็ต้องว่ากันแล้ว อย่างที่ตนได้ให้นโยบายไปแล้วว่าเรามาปราบผู้มีอิทธิพล​ และจะปล่อยให้มีอิทธิพลอยู่ในองค์​กรของเราเองแบบนี้ได้อย่างไร​ หันนิ้วชี้ไปหาคนอื่นแล้ว 3 นิ้วทิ่มเข้าหาตัวเองแบบนี้อายคนอื่นเขา​ ต้องเร่งเดำเนินการเคลียร์เรื่องพวกนี้ออกไป​ ก่อนหันไปหารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย​ เดือดร้อนไหมสามคนนี้ นายวรศิษฎ์ ภาคใต้​ เป็นญาติหรือเปล่า ตนขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

นายกฯ ยังถามหารองฯซีฟู้ด​ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่าท่านไหน ตนไม่รู้จัก ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงถามต่อว่าอยู่ไหม ขอให้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวมา นายก ฯถาม 3 ครั้งแล้ว ทำให้นายนิรัตน์ขออนุญาตให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการระดับรองปลัดกระทรวง ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง​ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย​ ทำให้นายกฯ ย้ำว่า​ ตนพร้อมรับฟังและไม่ได้บอกว่า​รองฯซีฟู้ด​ผิด​ เพราะเมื่อรับข้อมูลมาต้องการทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร​ เราต้องไม่ปกป้อง​ ท่านบอกว่าเขารู้ว่าท่านเป็นน้องผม เขาก็ไม่สน เขาก็จะปล่อยข่าวทั่วเกาะว่าเขาจะย้ายผม แล้วใครปล่อยได้อย่างไรแล้วจะอยู่กันอย่างไร จะย้ายแล้วไปขอใครย้าย เพราะการย้ายผู้ว่าฯจะต้องเข้าครม.​ ทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ถามย้ำอีกครั้งว่ารองผู้ว่าฯ ท่านใดมีชื่อเล่นเป็นสัตว์ทะเล​ เพราะนายกฯ ถาม 4 ครั้งแล้ว มีรองผู้ว่าชื่อกุ้งใช่หรือไม่

ทำให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชื่อเล่นว่า​ กุ้ง​ กล่าวว่า​ ตนชื่อกุ้ง​ เช่นเดียวกับนายอดุลย์ ชูทอง​ ที่ชื่อกุ้งเช่นกัน​ พร้อมกล่าวต่อว่า​ ตนทนกับกระแสข่าวที่ออกมาทั้งหมดขณะนี้จึงขอความเป็นธรรมกับนายกฯ ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสาร เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล โดยนายกฯ ขอให้รองฯกุ้ง ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวง โดยยังคงย้ำว่ารองผู้ว่าฯ จะใช้สิ่งใดไปปลดผู้ว่าฯ การพูดถึงสิ่งแบบนี้เหมือนเป็นอากาศธาตุ

“คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 ของแบบนี้พูดไปอายเขาด้วย เราเป็นข้าราชการ นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล“ นายอนุทิน กล่าว